Biochemical Products ชีวเคมีภัณฑ์ กำลังเข้ามาแทนที่ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

Biochemical Products Replacing Petrochemical Products

“…..เป้าหมายเฉพาะของเทคโนโลยีชีวภาพ ได้แก่ การต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บ,การพัฒนาวัสดุที่ยั่งยืน, การปรับปรุงการผลิตอาหาร, การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการสร้างกระบวนการทางอุตสาหกรรมที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น…”

ชีวเคมีภัณฑ์ Biochemical Products คือ ผลิตภัณฑ์ และสาร Products & Substances ที่ได้จากสิ่งมีชีวิต Living Organisms เช่น พืช Plants, สัตว์ Animals และจุลินทรีย์ Microbes หรือผลิตขึ้นผ่านกระบวนการทางชีวภาพ Produced via Biological Processes ซึ่งใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมยา Pharmaceuticals, การเกษตร Agriculture และการผลิตทางอุตสาหกรรม Industrial Manufacturing ตัวอย่างเช่น กรดอะมิโน Amino Acids, เอนไซม์ Enzymes, กรดอินทรีย์ Organic Acids, วิตามิน Vitamins และพอลิเมอร์ชีวภาพ Bio-Based Polymers .. สารประกอบชีวโมเลกุล Biomolecules ที่มีมูลค่าสูง High-Value Compounds เหล่านี้ คือ ทางเลือกที่ยั่งยืนทดแทนปิโตรเคมี Sustainable Alternatives to Petrochemicals และมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการวินิจฉัยโรค Diagnostics, การวิจัย Research และการปกป้องพืชผล Crop Protection ..

Biotechnologies within the Bioeconomy & Circular Economy Concepts | Credit : ResearchGate GmbH

โดยทั่วไปแล้ว ชีวเคมีภัณฑ์ Biochemical Products นั้น ได้มาจากการหมัก Fermentation, การสกัดจากชีวมวล Extraction from Biomass และวิศวกรรมเมตาบอลิซึมของจุลินทรีย์ Metabolic Engineering of Microorganisms ถือเป็นทางเลือกที่ยั่งยืน Sustainable Alternatives เพราะผลิตขึ้นโดยใช้ทรัพยากรหมุนเวียน Renewable Resources ซึ่งมักส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าการผลิตสารเคมีจากเชื้อเพลิงฟอสซิล Fossil-Based Chemical Production ..

การเปลี่ยนผ่านจากปิโตรเคมีไปสู่ชีวเคมี Transition from Petrochemicals to Biochemicals คือ รากฐานสำคัญของเศรษฐกิจชีวภาพหมุนเวียนสีเขียว Bio-Circular-Green : BCG Economy ด้วยการใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบหมุนเวียน Leveraging Renewable Feedstocks เช่น ของเสียทางการเกษตร Agricultural Waste, สาหร่าย Algae และผลพลอยได้จากอุตสาหกรรม Industrial By-Products ซึ่งนักวิจัย Researchers กำลังเร่งพัฒนา “วัสดุทดแทนได้ทันทีโดยตรง Developing Drop-In Replacements” ที่สามารถใช้แทนเชื้อเพลิงฟอสซิล Fossil Fuels, พลาสติกแบบดั้งเดิม Traditional Plastics และเคมีภัณฑ์พิเศษ Specialty Chemicals นั่นเอง ..

เมื่อมองไปถึงทศวรรษ 2030 หรือตั้งแต่ปี 2573 เป็นต้นไป พบว่า อุตสาหกรรมชีวเคมี Biochemical Industry กำลังเปลี่ยนจาก “วัสดุทดแทนสีเขียว Green Substitutes” แบบง่าย ๆ ไปสู่ “วัสดุอัจฉริยะที่มีสมรรถนะสูง Intelligent, High-Performance Materials” .. ในขณะที่ทศวรรษที่ผ่านมา มุ่งเน้นไปที่เพียงการผลิตพลาสติกที่ทำจากวัสดุชีวภาพ Making Bio-Based Versions of Plastics เท่านั้น โดยระยะต่อจากนี้ไปจะเป็นการสร้างผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ปิโตรเลียมไม่สามารถเทียบเคียงได้ Creating Products of a Quality that Petroleum Simply Cannot Match ..

ทั้งนี้ แนวโน้มภาพรวมของอุตสาหกรรมชีวเคมี Biochemical Industry ในปี 2569 สรุปเป็น 5 ประเด็นหลักสำคัญได้ดังนี้ :-

1. “โมเลกุลใหม่เอี่ยม De NovoMolecules” ที่สร้างด้วยปัญญาประดิษฐ์ Artificial Intelligence: AI :

แนวโน้มที่สำคัญที่สุด The Biggest Trend ในปี 2569 คือ การใช้ปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์ Generative Artificial Intelligence: AI ในการออกแบบโปรตีน และสารเคมี Design Proteins & Chemicals ที่ไม่มีอยู่ตามธรรมชาติ .. ทั้งนี้ พวกมัน หมายถึง โมเลกุลชีวเคมี Biochemical Molecules ในเคมีภัณฑ์ เช่น ยา Drugs, โปรตีน Proteins หรือวัสดุใหม่ Novel Materials ที่ถูกออกแบบ และสร้างขึ้นมาใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ต้น หรือจากจุดเริ่มต้น โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ Artificial intelligence: AI เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อน แทนที่จะเป็นการดัดแปลงจากโมเลกุลที่มีอยู่เดิมในธรรมชาติ ดังนี้ :-

ประสิทธิภาพที่เหนือกว่าปิโตรเลียม Performance Beyond Petroleum : แทนที่จะเพียงแค่ลอกเลียนแบบ Polyethylene Terephthalate : PET หรือเรียกสั้น ๆ ว่า โพลีเอทิลีน Polyethylene : (C2H4)n .. ปัญญาประดิษฐ์ Artificial Intelligence : AI กำลังออกแบบพอลิเมอร์ Polymers ที่มีคุณสมบัติ “ปรับแต่งได้ Tunable” เช่น พลาสติกชีวภาพที่มีความแข็งแรงเท่าเหล็กกล้า Bioplastics that are as Strong as Steel หรือบรรจุภัณฑ์อาหารที่เปลี่ยนสีเมื่อหมดอายุ Food Packaging that Changes Color When the Contents Expire เป็นต้น ..

Drug Design Process / De Novo Drug Design for Protein & Biochemical Structures through Artificial Intelligence: AI | Credit : Frontiers Media SA

แบบจำลองดิจิทัล Digital Twins : โรงกลั่นชีวภาพ Biorefineries ในปัจจุบัน ใช้ “แบบจำลองดิจิทัล Digital Twins” หรือแบบจำลองเสมือน Virtual Replicas เพื่อจำลองวงจรการหมักหลายพันล้านรอบในเวลาไม่กี่วินาที Simulate Billions of Fermentation Cycles in Seconds และลดเวลาในการนำสารชีวเคมีใหม่สู่ตลาด Reducing the Time to Bring a New Biochemical to Market จากหลายปีเหลือเพียงไม่กี่เดือน ..

2. การเปลี่ยนไปใช้ “วัตถุดิบรุ่นที่สาม Third-Generation Feedstocks” : เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง “อาหาร กับเชื้อเพลิง Food Vs Fuels” ภาคอุตสาหกรรม Industry Sector กำลังมุ่งไปสู่วัตถุดิบที่ไม่ต้องใช้ที่ดินทำกิน Feedstocks that Don’t Require Arable Land เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาความขัดแย้งการจัดสรรทรัพยากร ตัวอย่างเช่น :-

การใช้ประโยชน์จากคาร์บอนไดออกไซด์ CO2 Utilization และการหมักก๊าซ Gas Fermentation : การใช้จุลินทรีย์ Using Microbes “กิน Eat” ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ CO2 Gas ที่ปล่อยออกมาจากอุตสาหกรรม และเปลี่ยนให้เป็นเอทานอล Ethanol : C2H5OH, โปรตีน Proteins หรือส่วนประกอบของพลาสติก Plastic Building Blocks โดยตรงนั้น สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นประโยชน์ และลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลในการผลิตเคมีภัณฑ์ตามแนวปฏิบัติเศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy ได้อย่างยอดเยี่ยม ..

 – โรงกลั่นชีวภาพจากสาหร่าย และสาหร่ายทะเล Algae & Seaweed Biorefineries : การขยายขนาดชีวมวลในน้ำ Scaling Up Aquatic Biomass ซึ่งเติบโตเร็วกว่าพืชบนบก 10-50 เท่า และให้ “สารอะโรมาติกชีวภาพ Bio-Aromatics” ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะสำหรับอุตสาหกรรมเคมีชีวภาพ Biochemical Industry เป็นต้น .. ทั้งนี้ สาหร่าย Algae & Seaweed ในพื้นที่ 1 ไร่ สามารถผลิตเชื้อเพลิง Fuel Production ได้มากกว่าอ้อย หรือพืชบกอื่นๆ ในพื้นที่ 1 ไร่ เท่ากัน อยู่ถึง 10-16 เท่า หรือมากกว่าในแง่ของปริมาณน้ำมันดิบ และชีวมวล Crude Oil & Biomass Quantities ..

What is Algal Fuel? / Algal is Alternative to Fossil Fuels & Petrochemical Plastics | Credit : AZoCleantech

3. การผลิตทางชีวภาพแบบไร้เซลล์ Cell-Free Biomanufacturing : แนวโน้มทางเทคนิคที่สำคัญสำหรับปี 2569-2570 คือ การสังเคราะห์แบบไร้เซลล์ Cell-Free Synthesis .. การหมักแบบดั้งเดิมใช้ยีสต์ หรือแบคทีเรียที่มีชีวิต ซึ่งอาจเป็นเรื่องที่ “จุกจิก Finicky” และล่าช้า .. ทั้งนี้ Cell-Free Biomanufacturing คือ เทคโนโลยีการผลิตทางชีวภาพขั้นสูง Advanced Bioproduction Technology ที่สกัดเอา “เครื่องจักรชีวภาพ Biological Machinery” เช่น เอนไซม์ Enzymes และไรโบโซม Ribosome ออกมาจากเซลล์ที่มีชีวิต Living Cells แล้วนำมาทำปฏิกิริยาในหลอดทดลอง หรือถังปฏิกรณ์โดยตรง ช่วยให้ผลิตโปรตีน Proteins, ยาชีววัตถุ Biopharmaceuticals และสารเคมี Chemicals ได้รวดเร็วกว่าการเพาะเลี้ยงเซลล์ปกติมาก เนื่องจากไม่ต้องดูแลเซลล์ให้มีชีวิต ดังนี้ :-

วิธีการทำงาน How it Works : นักวิทยาศาสตร์ Scientists สกัดเอามาเฉพาะเอนไซม์ Enzymes ที่จำเป็นจากเซลล์ และใช้ใน “สารละลายเคมี Chemical Soup” เพื่อผลิตชีวเคมีภัณฑ์ Biochemicals รวมทั้งผลิตยา และวัคซีน Drugs & Vaccines, ผลิตโปรตีนเชิงซ้อน Protein Complexes, แอนติบอดี Antibodies และวัคซีนแบบฉับพลัน Rapid Vaccine Production เป็นต้น ..

ผลกระทบของแนวโน้ม Trend Impact : ทำให้ได้มาซึ่งชีวเคมีภัณฑ์ Biochemicals ที่มีความเข้มข้นสูงขึ้น มีสิ่งเจือปนน้อยลง และใช้พื้นที่โรงงานน้อยลงอย่างมาก ..

4.“พลาสติกชีวภาพเชิงฟังก์ชัน Functional Bioplastics” และการเปลี่ยนแปลงด้านประสิทธิภาพขีดสมรรถนะ The Performance Shift : ภายในปี 2573 คำว่า “พลาสติกชีวภาพ Bioplastics” จะไม่ได้หมายความแค่ “ย่อยสลายได้ Compostable” เท่านั้นอีกต่อไป แต่จะหมายถึง “เหนือชั้นกว่า Superior” ตัวอย่างเช่น :-

พลาสติกชีวภาพแห่งอนาคต Polyethylene Furanoate : PEF เทียบกับพลาสติกมาตรฐานปัจจุบัน Polyethylene Terephthalate : PET : โพลีเอทิลีนฟูราโนเอต PEF จากวัตถุดิบชีวภาพ 100% กำลังเข้ามาแทนที่ PET จากปิโตรเลียมอย่างรวดเร็วในตลาดเครื่องดื่มระดับพรีเมียม เนื่องจากมีคุณสมบัติในการป้องกันออกซิเจนได้ดีกว่า ทำให้เครื่องดื่มคงความสดได้นานขึ้นเป็น 2 เท่า .. ทั้งนี้ พลาสติกชีวภาพแห่งอนาคต Polyethylene Furanoate : PEF ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเป็นทางเลือกใหม่ที่ยั่งยืนกว่าพลาสติกมาตรฐานปัจจุบัน Polyethylene Terephthalate : PET ในแง่ของคุณสมบัติ และการรักษาสิ่งแวดล้อม แต่ปัจจุบัน PET ยังคงเป็นวัสดุหลักที่ใช้งานแพร่หลายกว่าเนื่องจากเหตุผลด้านต้นทุน และโครงสร้างพื้นฐานการรีไซเคิล ..

สารอะโรมาติกชีวภาพ Bio-Aromatics : เป็นครั้งแรกที่มีการใช้ลิกนินจากเศษไม้ ในการสร้างเรซิน และไนลอนชีวภาพ Bio-Based Resins & Nylons ซึ่งทนความร้อน มีกลิ่นหอม และทนทานกว่ารุ่นก่อนหน้านี้ที่ผลิตขึ้นจากน้ำมัน .. ทั้งนี้ สารอะโรมาติกชีวภาพ Bio-Aromatics คือ สารประกอบไฮโดรคาร์บอนกลุ่มอะโรมาติกที่ผลิตขึ้นผ่านด้วยกระบวนการเปลี่ยนสภาพเป็นแก๊ส Bio-Syngas จากวัตถุดิบทางชีวมวล Biomass เช่น เศษไม้, ของเสียทางการเกษตร หรือกากของเสียจากอุตสาหกรรม แทนการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลที่เป็นน้ำมันดิบ หรือก๊าซธรรมชาติ แบบดั้งเดิม ซึ่งสารเหล่านี้ คือ รากฐานสำคัญในอุตสาหกรรมเคมี Fundamental Basis in the Chemical Industry สำหรับการผลิตพลาสติก Plastics, เรซิ่น Resins, เส้นใยสังเคราะห์ Synthetic Fibers และสารเคมีต่าง ๆ Various Chemicals ..

5. ภาพรวมของกลุ่มธุรกิจในอนาคต และอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี Summary of Future Segments & CAGR : ในช่วงระหว่างปี 2569-2577 สรุปภาพรวมของกลุ่มธุรกิจในอนาคต และอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี ได้ดังนี้ :-

ชีววิทยาเชิงสังเคราะห์ Synthetic Biology : จุลินทรีย์ที่ได้รับการดัดแปลงทางพันธุกรรม Genetically Modified Microorganisms เพื่อใช้ในทางการแพทย์ และอาหาร Medical & Food Applications คาดว่าจะเติบโตด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี อยู่ที่ค่า CAGR 21.1% ..

พลาสติกชีวภาพ Bioplastics : โพลิเมอร์ที่มีประสิทธิภาพสูง ทนความร้อน High-Performance, Heat-Resistant Polymers และมีคุณสมบัติกั้นอากาศได้ดี Good Air Barrier Properties คาดว่าจะเติบโตด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี อยู่ที่ค่า CAGR 19.3% ..

เชื้อเพลิงการบินชีวภาพ Bio-Aviation : SAF : การขยายขนาดการผลิตอย่างมหาศาล Mass Scaling Up Production เพื่อรองรับข้อกำหนดสำหรับการบินระหว่างประเทศ International Aviation Requirements คาดว่าจะเติบโตด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี อยู่ที่ค่า CAGR 15.5% ..

สารอะโรมาติกชีวภาพ Bio-Aromatics : การทดแทนส่วนที่ “แข็งที่สุด Hardest” ของน้ำมันดิบ Crude Oil คาดว่าจะเติบโตด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี อยู่ที่ค่า CAGR 12.0% ..

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มที่สำคัญที่สุดในอนาคต The Most Important Future Trends คือ การดูไม่ออก มองไม่เห็นของเศรษฐกิจชีวภาพ Invisibility of the Bio-Economy ภายในปี 2573 .. ผู้คนอาจจะไม่เห็นฉลาก “ชีวภาพ Bio-Based” ที่เคยเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดอีกต่อไป แต่ขณะที่ในที่สุดแล้ว ชีวเคมีภัณฑ์ Biochemicals เหล่านี้ จะกลายเป็นส่วนประกอบมาตรฐานในชีวิตประจำวัน Standard Components in Daily Life ของผู้คน เช่น ในเคสโทรศัพท์มือถือ Mobile Phone Casing, ยางรถยนต์ Car Tires และรองเท้าผ้าใบ Sneakers ของทุกผู้คน และอื่น ๆ อีกมากมาย เป็นต้น ซึ่งมิใช่เพราะพวกมัน “เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม Green” แต่เพราะพวกมัน คือ “วัสดุที่มีประสิทธิภาพสมรรถนะสูงสุดที่มีอยู่ Highest-Performing Materials Available” ที่กำลังเข้ามาแทนที่ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี Petrochemical Products ด้วยคุณภาพที่เหนือกว่า นั่นเอง ..

การเปลี่ยนผ่านจากปิโตรเคมีไปสู่ชีวเคมีภัณฑ์ Transition from Petrochemicals to Biochemicals ..

ทั่วโลก พึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล Global Dependence on Fossil Fuels เป็นอย่างมาก ซึ่งยากที่จะเลิกได้ .. ปิโตรเคมี Petrochemicals ซึ่งได้มาจากเชื้อเพลิงฟอสซิล Fossil Fuels นั้น ถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ในชีวิตประจำวัน เมื่อหยิบแก้วพลาสติก Plastic Cup หรือสวมใส่เสื้อผ้าสแปนเด็กซ์ Put on Spandex Clothing หมายถึง ผู้คนกำลังสวมใส่ และใช้สิ่งของที่ทำจากปิโตรเคมี Petrochemicals ..

การใช้ปิโตรเคมีในผลิตภัณฑ์ในชีวิตประจำวัน Using Petrochemicals in Everyday Products ส่งผลกระทบอย่างมหาศาลต่อสิ่งแวดล้อม .. กระบวนการผลิต Manufacturing Process ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Greenhouse Gas : GHG Emissions, ขยะ Waste และมลพิษ Pollution .. อย่างไรก็ตาม มีทางเลือกที่ดีกว่า และยั่งยืนกว่าปิโตรเคมี More Sustainable Alternatives to Petrochemicals ที่ผู้ผลิตสามารถนำมาใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์ในชีวิตประจำวันได้ ซึ่งนั่นก็คือ ชีวเคมีภัณฑ์ Biochemical Products ..

ณ เดือนพฤษภาคม 2569 การเปลี่ยนผ่านจากปิโตรเคมีไปสู่ไบโอเคมี หรือชีวเคมีภัณฑ์ Transition from Petrochemicals to Biochemicals กำลังเปลี่ยนจาก “ระยะทดลอง Experimental Phase” ไปสู่ ​​”ระยะการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม Industrial Realignment Phase” ในขณะที่ทั้ง 2 ภาคส่วน กำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือด แต่พวกมันกำลังเริ่มรวมกันเป็นอุตสาหกรรม “การจัดการคาร์บอน Carbon Management” ที่บูรณาการเป็นหนึ่งเดียว ..

ทั้งนี้ รายงานสถานะปี 2569 เกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านจากปิโตรเคมีไปสู่ชีวเคมีภัณฑ์ Transition from Petrochemicals to Biochemicals สรุปเป็นประเด็นสำคัญได้ดังนี้ :-

1. แรงดึง และแรงผลักดันจากตลาด The Market “Pull” Vs “Push” สถานะในปี 2569 : การเปลี่ยนผ่านนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่อง “การเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม Being Green” เท่านั้นอีกต่อไป แต่ถูกขับเคลื่อนด้วย “ความอยู่รอดทางเศรษฐกิจ และข้อกำหนดทางกฎหมาย Economic Survival & Regulatory Mandates” ตัวอย่างเช่น :-

“ไม้เรียว Stick” กับกฎระเบียบ Regulation : ในยุโรป Europe กลไกการปรับภาษีคาร์บอนชายแดน Carbon Border Adjustment Mechanism : CBAM คือ ปัจจัยสำคัญในปัจจุบัน .. ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี  Petrochemical Products ที่นำเข้าซึ่งมีคาร์บอนฟุตพริ้นท์สูง High Carbon Footprints ต้องเผชิญกับภาษีที่สูงลิบลิ่ว Heavy Taxes ทำให้ทางเลือกชีวภาพ  Bio-Based Alternatives ที่ใช้เป็นวัตถุดิบมีความน่าสนใจทางการเงินอย่างยิ่งเป็นครั้งแรก ..

การลงทุน Investment : ในปี 2568-2569 มีการลงทุนทั่วโลกมากกว่า 120 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในโครงสร้างพื้นฐานทางเคมีชีวภาพ Bio-Based Chemical Infrastructure .. อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมปิโตรเคมี Petrochemical Industry ยังคงเป็นยักษ์ใหญ่ โดยมีขนาดธุรกิจ และมูลค่าตลาดใหญ่กว่าเคมีภัณฑ์ชีวภาพ Biochemicals อยู่ถึงเกือบ 7 เท่า ..

บทบาทของประเทศไทย Thailand’s Role : ประเทศไทย Thailand คือ ผู้นำระดับโลกในการเปลี่ยนผ่านนี้ .. กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมชีวภาพนครสวรรค์ Nakhon Sawan Biocomplex และมาบตาพุด Map Ta Phut เป็นต้นแบบในปี 2569 สำหรับการเปลี่ยนผ่านของประเทศจากการกลั่นน้ำมันแบบดั้งเดิม Transition from Traditional Oil Refining ไปสู่โรงกลั่นชีวภาพ Biorefineries รวมทั้งการผลิตน้ำตาล และมันสำปะหลังที่มีมูลค่าสูง High-Value Sugar & Cassava Fermentation เป็นต้น ..

2. ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่สำคัญ Key Technology Breakthroughs ในปี 2568-2569 : จนถึงวันนี้ มนุษยชาติ ได้ก้าวข้ามการผลิตไบโอเอทานอลแบบง่าย ๆ Simple Bioethanol : C2H5OH ในอดีตไปแล้ว ปัจจุบัน “สนามรบ Battleground” ของการเปลี่ยนผ่านอยู่ที่สารอะโรมาติก Aromatics และโอเลฟิน Olefins ดังนี้ :-

สารอะโรมาติกชีวภาพ Bio-Aromatics และความก้าวหน้าด้านลิกนิน The Lignin Breakthrough : ในอดีต “สารอะโรมาติก Aromatics” เช่น เบนซีน Benzene, โทลูอีน Toluene และไซลีน Xylene ที่มักเรียกย่อว่า BTX เป็นต้นนั้น ได้มาจากน้ำมันเท่านั้น Only Available from Oil .. ในปี 2569 เป็นต้นมา โรงงานใหม่ ๆ ประสบความสำเร็จในการทำกระบวน “แตกตัวของลิกนิน Cracking Lignin” ในส่วนที่เป็นเนื้อไม้ของพืช Woody Part of Plants เพื่อผลิตสารเคมีเหล่านี้ ทำให้สามารถผลิตไนลอน และโพลีเอสเตอร์ชีวภาพ Bio-Based Nylon & Polyester ได้ 100% ในที่สุด โดยไม่ต้องพึ่งน้ำมันอีกต่อไป ..

การบัญชีสมดุลมวล Mass Balance Accounting : โรงงานส่วนใหญ่ในปี 2569 ยังคงไม่เปลี่ยนไปใช้วัตถุดิบชีวภาพ 100% พวกเขาใช้วิธี “สมดุลมวล Mass Balance” โดยผสมวัตถุดิบชีวภาพ 10% กับวัตถุดิบที่เป็นน้ำมัน 90% ในเครื่องจักรเดียวกัน และ “ให้เครดิต Crediting” ส่วนที่เป็นสีเขียวแก่ผลิตภัณฑ์เฉพาะต่าง ๆ ..

3. การเปรียบเทียบ Comparison และความแตกต่างอย่างมากระหว่างปิโตรเคมี และชีวเคมี The Great Divergence between Petrochemicals & Biochemicals : การเปรียบเทียบระหว่างอุตสาหกรรมปิโตรเคมี Petrochemical Industry และอุตสาหกรรมชีวเคมี Biochemical Industry นั้น ถือเป็นความแตกต่างอย่างมาก หรือ The Great Divergence ในอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ยุคใหม่ Modern chemical industry ในปี 2569 สรุปได้ดังนี้ :-

สถานะตลาด Market Status : อุปทานล้นตลาด Oversupply และกำไรน้อย Thin Margins ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี Petrochemicals ในขณะที่ความต้องการสูง High Demand และกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ Growing Capacity ในอุตสาหกรรมชีวเคมี Biochemicals ..

วัตถุดิบหลัก Primary Feedstock : น้ำมันดิบ Crude Oil และก๊าซธรรมชาติ Natural Gas คือ วัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี Petrochemical Feedstock ในขณะที่ของเสียทางการเกษตร Agricultural Waste และคาร์บอนไดออกไซด์ Carbon Dioxide : CO2 คือ วัตถุดิบในอุตสาหกรรมชีวเคมี Biochemical Feedstock ..

รอยเท้าคาร์บอน Carbon Footprint : อุตสาหกรรมปิโตรเคมี Petrochemical Industry ปล่อยคาย CO2 ปริมาณสูง จึงถูกควบคุมเข้มงวด และเก็บภาษีสูง Regulated & Taxed ในขณะอุตสาหกรรมชีวเคมี Biochemical Industry ปล่อยคาย CO2 ปริมาณที่ต่ำกว่ามาก จึงได้รับการรับรอง และได้รับมาตรการจูงใจ Certified & Incentivized ..

กลยุทธ์การเติบโต Growth Strategy : การปรับปรุงสินทรัพย์ Asset Rationalization เช่น ปิดโรงงานเก่า Closing Old Plants ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี Petrochemical Industry ในขณะที่ พบการขยายโรงกลั่นชีวภาพแห่งใหม่ Scaling up New Biorefineries อย่างมากมายในอุตสาหกรรมชีวเคมี Biochemical Industry ..

Applications of Bioplastics | Credit : European Bioplastics

4. อุปสรรคสำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านอย่างสมบูรณ์ Major Barriers to a Total Transition : แม้จะมีความคืบหน้า แต่รายงานอุตสาหกรรมปี 2569 เช่น บริษัทในเครือ RELX Group ผู้ให้บริการข้อมูลข่าวสาร ข่าวกรองทางการตลาด และราคาประเมิน Independent Commodity Intelligence Services : ICIS และองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และการพัฒนา Organisation for Economic Co-Operation & Development : OECD เน้นย้ำถึง “อุปสรรค Obstacles” สำคัญ 3 ประการ ได้แก่ :-

ช่องว่างด้านโครงสร้างพื้นฐาน The Infrastructure Gap : โรงงานปิโตรเคมี Petrochemical Plants ได้รับการปรับปรุงให้เหมาะสมมาเป็นเวลา 70 ปีแล้ว เทียบกับการสร้างโรงกลั่นชีวภาพ Building a Biorefineries ที่มีขีดสามารถเท่ากับประสิทธิภาพด้านต้นทุนของโรงกลั่นน้ำมันนั้น อาจต้องใช้เวลาประมาณ 8-10 ปี ตั้งแต่การวางแผนจนถึงการผลิตเต็มรูปแบบ ..

การขนส่งวัตถุดิบ Feedstock Logistics : น้ำมันขนส่งผ่านท่อ Oil Moves through Pipes .. ในขณะที่ชีวมวล Biomass เช่น น้ำตาล Sugar, ก้าน / ลำต้นพืช Stalks และแกลบ Husks เป็นต้นนั้น ต้องขนส่งโดยรถบรรทุก และรถไฟ Truck & Rail ซึ่งมีราคาแพง และปล่อยคาร์บอนสูงหากไม่ได้รับการบริหารจัดการในระดับท้องถิ่นที่เหมาะสมมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ..

ราคาพรีเมียมสีเขียว Green Premium สูงกว่า 1.2-4.2 เท่า : สารเคมีภัณฑ์ชีวภาพ Bio-Based Chemicals ยังมีราคาสูงกว่าเคมีภัณฑ์จากเชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างมาก .. ในปี 2569 บริษัทต่าง ๆ จะเปลี่ยนมาใช้เคมีภัณฑ์ชีวภาพเฉพาะในกรณีที่ “ประสิทธิภาพขีดสมรรถนะ Performance” ดีกว่า เช่น พลาสติกชีวภาพ Bioplastics ประเภท Polyethylene Furanoate: PEF หรือในกรณีที่กฎระเบียบบังคับให้เปลี่ยนแปลง Regulations Force the Change ..

ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงจากปิโตรเคมีไปสู่ชีวเคมีภัณฑ์ Transition from Petrochemicals to Biochemicals เหล่านี้ ยังมิใช่จุดจบของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี Death of the Petrochemical Industry แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงไปสู่อุตสาหกรรมเคมีแบบหมุนเวียน Circular Chemical Industry และอุตสาหกรรมเคมีที่ใช้แหล่งที่มาหลายแหล่ง Multi-Source Chemical Industry โดยจากภาพรวมของอุตสาหกรรมในปัจจุบัน Based on the Current Industrial Landscape ณ เดือนเมษายน 2569 และการคาดการณ์ของผู้เชี่ยวชาญ Expert Projections สำหรับทศวรรษหน้า คำตอบสั้น ๆ คือ เคมีภัณฑ์ชีวภาพ Biochemicals จะยังไม่สามารถเข้ามาแทนที่สารเคมีปิโตรเคมี Petrochemicals อย่างสมบูรณ์ ใน 10 ปี หรือไม่มาถึงก่อนปี 2579 เป็นอย่างน้อย ..

ช่องว่างระหว่าง 2 อุตสาหกรรม Gap between the Two Industries ยังคงมีนัยสำคัญ แต่เส้นทางการเติบโตกำลังแยกออกจากกัน Growth Trajectories are Diverging .. ตลาดปิโตรเคมี Petrochemical Market ได้รับการคาดการณ์มูลค่าไว้ อยู่ที่ 743.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2569 ด้วยอัตราการเติบโตประมาณ 6% และยังคงเป็น “ยักษ์ใหญ่ Giant” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการก่อสร้าง และอุตสาหกรรมหนัก โดยมูลค่าตลาดชีวเคมี Biochemical Market ได้รับการคาดการณ์ อยู่ที่เพียง 98.3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2569 หากแต่เติบโตในอัตราที่เร็วกว่ามาก คือ 10.6% ต่อปี ..

ในขณะที่ “การปฏิวัติทางชีวภาพ Bio-Revolution” กำลังเร่งตัวขึ้น การเปลี่ยนแปลง Transition กำลังมุ่งไปสู่เศรษฐกิจแบบผสมผสานมากกว่าการทดแทนทั้งหมด นี่คือ การวิเคราะห์อย่างเป็นจริงว่า ทำไมการเปลี่ยนไปใช้ชีวเคมีภัณฑ์ 100% จึงไม่น่าจะเกิดขึ้นภายในกรอบระยะเวลาอันใกล้ .. อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง Unrest in the Middle East, ความไม่มั่นคงทางอาหาร Food Insecurity และความจำเป็นในการลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล Need to Reduce Reliance on Fossil Fuels ได้ผลักดันให้หลายประเทศทั่วโลก Many Countries Around the World มุ่งมั่นที่จะเร่งนำเทคโนโลยีชีวภาพมาใช้อย่างรวดเร็วมากขึ้นเป็นทวีคูณอย่างมีนัยสำคัญ Accelerate the Adoption of Biotechnology Exponentially ซึ่งส่งผลให้การเปลี่ยนแปลงจากปิโตรเคมีไปสู่ชีวเคมีภัณฑ์ Transition from Petrochemicals to Biochemicals กลายเป็น “ความจำเป็นเชิงยุทธศาสตร์ Strategic Necessity” และอาจหมายถึง เคมีภัณฑ์ชีวภาพ Biochemicals กำลังจะเข้ามาแทนที่สารเคมีปิโตรเคมี Petrochemicals อย่างสมบูรณ์เร็วกว่า 10 ปีที่คาดไว้ได้สำเร็จในที่สุดจากนี้ไป ก็เป็นได้ ..

การปฏิวัติทางชีวภาพ Bio–Revolution | Credit: Blockdit

อุตสาหกรรมเคมีชีวภาพ และพลาสติกชีวภาพในประเทศไทย Biochemicals & Bioplastic Industry in Thailand ..

ตั้งแต่เมษายน ปี 2569 เป็นต้นมา ประเทศไทย Thailand ได้เสริมสร้างความแข็งแกร่งในฐานะ “ศูนย์กลางชีวเคมีภัณฑ์ Biochemical Hub” ระดับโลก โดยใช้ประโยชน์จากสถานะความเป็นชาติเกษตรกรรมยักษ์ใหญ่ ผู้ผลิตอ้อย มันสำปะหลัง และน้ำมันปาล์ม .. ปัจจุบัน อุตสาหกรรมชีวเคมี Biochemical Industry นี้ ได้บูรณาการโมเดลเศรษฐกิจชีวภาพหมุนเวียนสีเขียว Bio-Circular-Green Economy Model : BCG Economy เข้ากับนโยบายอุตสาหกรรมของประเทศ National Industrial Policy อย่างเต็มรูปแบบ สรุปได้ดังนี้ :-

1. ความก้าวหน้าทางอุตสาหกรรมที่สำคัญ Major Industrial Milestones ปี 2568-2569 : ปัจจุบันประเทศไทย คือ หนึ่งในไม่กี่ประเทศที่มีศักยภาพในการผลิตพลาสติกชีวภาพ Bioplastics ที่เป็น Polylactic Acid : PLA และ Bio-Polyethylene : Bio-PE ในระดับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และได้รับการยกย่องว่าเป็น “ศูนย์กลางอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ Bioplastic Hub” อันดับ 2 ของโลก รองจากสหรัฐฯ ตัวอย่างเช่น :-

นิคมอุตสาหกรรมนครสวรรค์ Nakhon Sawan Biocomplex : NBC : โรงงานขนาดใหญ่หลายโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้ เช่น บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ Global Green Chemicals Public Company Limited : GGC และบริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ Kaset Thai International Sugar Corporation Public Company Limited : KTIS ซึ่งมีการร่วมทุนกันสำหรับโรงหีบอ้อยกำลังการผลิต 24,000 ตันต่อวัน, โรงงานผลิตไบโอเอทานอล Bio-Ethanol : C2H5OH Production Plants และโรงไฟฟ้าชีวมวล Biomass Power Plants รวมถึงการดำเนินโครงการต่อเนื่องสำหรับการผลิตพลาสติกชีวภาพ Bioplastics ของบริษัท NatureWorks ซึ่งได้เปิดดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบแล้ว ในปี 2569 โดยมุ่งเน้นการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร เช่น อ้อย Sugarcane ให้เป็นผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูง High-Value Bio-Products .. ทั้งนี้ เนเชอร์เวิร์คส์ NatureWorks ผู้ผลิตพลาสติกชีวภาพประเภทโพลิแลกติกแอซิด Polylactic Acid : PLA ชั้นนำระดับโลกจากสหรัฐฯ ภายใต้ชื่อทางการค้า Ingeo™ เพิ่งสร้างโรงงานผลิตโพลิแลกติกแอซิด Polylactic Acid : PLA มูลค่า 600 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เสร็จสมบูรณ์แล้ว ณ นิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้ บนพื้นที่กว่า 2,000 ไร่ และวางแผนจะเพิ่มกำลังการผลิตให้ได้อีกเป็นปีละ 75,000 ตัน เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก Asia-Pacific Region ..

โครงการร่วมทุน Braskem-SCG Chemicals Venture : โครงการสำคัญในมาบตาพุด Map Ta Phut กำลังผลิตไบโอเอทิลีน Bio-Ethylene : C2H4 ได้ประมาณ 200,000 ตันต่อปี .. โรงงานแห่งนี้ เปลี่ยนเอทานอลที่ได้จากอ้อย Sugarcane-Derived Ethanol : C2H5OH ให้เป็นโพลีเอทิลีนสีเขียว Green Polyethylene : C2H4 แบบ “ใช้ได้ทันที Drop-In” ซึ่งช่วยลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ Reducing the Carbon Footprint ของบรรจุภัณฑ์แบบดั้งเดิมได้อย่างมาก ..

บริษัท TotalEnergies Corbion : โรงงานระยอง Rayong Facility ของพวกเขา คือ โรงงานผลิตพลาสติกชีวภาพ Bioplastics Manufacturing Plants ซึ่งถือเป็นผู้นำระดับโลกด้านพลาสติกชีวภาพประเภทโพลิแลกติกแอซิด Polylactic Acid : PLA Bioplastics เกรดทนความร้อนสูง High-Heat Grades ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับงานที่ต้องการความทนทาน เช่น ภายในรถยนต์ Automotive Interiors และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ Electronics ..

Sugarcane Consumption to Make Green Ethylene : C2H4 & Green Polyethylene : (C2H4)n or PE | Credit : TotalEnergies Corbion & InnoCentrix LLC

2. มาตรการส่งเสริมการลงทุน Investment Incentives ปี 2569 : คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนแห่งประเทศไทย Board of Investment : BOI ได้ปรับปรุงกรอบมาตรการส่งเสริมการลงทุนของไทยในเดือนมกราคม 2569 ที่ผ่านมา และมีผลไปจนถึงปี 2570 เพื่อให้ความสำคัญกับภาค “เศรษฐกิจใหม่ New Economy” ดังนี้ :-

เทคโนโลยีชีวภาพ Biotechnologies : ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล Corporate Income Tax : CIT อยู่ที่ 10-13 ปี ด้วยคุณสมบัติ และเงื่อนไขที่จะต้องมีการวิจัย และพัฒนาที่มีมูลค่าสูง High-Value R&D หรือการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีวัสดุขั้นสูง Advanced Material Technology มาพร้อมด้วย ..

เคมีภัณฑ์ชีวภาพ Biochemicals : ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล Corporate Income Tax : CIT อยู่ที่มากกว่า 8 ปี และยกเว้นอากรนำเข้าเครื่องจักร ด้วยคุณสมบัติ และเงื่อนไขที่จะต้องใช้กระบวนการทางชีวภาพสมัยใหม่ Utilize Modern Biological Processes หรือมาตรฐาน “เคมีสีเขียว Green Chemistry” ..

การยกระดับความยั่งยืน Sustainability Upgrades : ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล Corporate Income Tax : CIT อยู่ที่ 3 ปี หรือ 50-100% ของการลงทุน สำหรับโรงงานที่มีอยู่แล้วที่ต้องการยกระดับไปสู่ระบบอัตโนมัติ Automation, หุ่นยนต์ Robotics หรือเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม Eco-Friendly Technologies ..

3. การเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบ Regulatory Shifts และหลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต Extended Producer Responsibility : EPR : แนวโน้มสำคัญ A Major Trend ในปี 2569 คือ การเปลี่ยนจากกรอบความยั่งยืนแบบสมัครใจไปเป็นกรอบความยั่งยืนแบบบังคับ Transition from Voluntary to Mandatory Sustainability Frameworks ซึ่งทั้ง 2 ประเด็นนี้ ถือเป็นแนวคิดที่กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างมากในภาคธุรกิจปัจจุบัน โดยมุ่งเน้นเรื่องสิ่งแวดล้อม และความยั่งยืน ได้แก่ :-

ความรับผิดชอบของผู้ผลิตเพิ่มเติม Extended Producer Responsibility : EPR : ตามแผนงานปี 2568-2569 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย Federation of Thai Industries : FTI ได้เริ่มดำเนินการตามข้อกำหนด EPR แบบบังคับแล้ว .. เจ้าของแบรนด์  Brand Owners ในภาคบรรจุภัณฑ์ Packaging Sector ต้องรับผิดชอบตามกฎหมายในการรวบรวม และการจัดการ “สิ้นสุดอายุการใช้งาน End-of-Life” ของผลิตภัณฑ์ของตน ..

หนังสือเดินทางผลิตภัณฑ์ดิจิทัล Digital Product Passports : DPP : ผู้ส่งออกรายใหญ่ของไทย Major Thai Exporters ไปยังสหภาพยุโรป EU กำลังนำระบบติดตามดิจิทัล Adopting Digital Tracking สำหรับพลาสติกชีวภาพ Bioplastics มาใช้เพื่อให้สอดคล้องกับการปรับคาร์บอนชายแดน Carbon Border Adjustment Mechanism : CBAM และกฎระเบียบการออกแบบเชิงนิเวศ Eco-Design Regulations ระหว่างประเทศ ..

การหักลดหย่อนภาษี Tax Deductions : แม้ว่าการหักลดหย่อนภาษี 125% สำหรับการซื้อพลาสติกชีวภาพในอดีตจะเป็นที่นิยม แต่ในปี 2569 จุดสนใจได้เปลี่ยนไปสู่ข้อกำหนด “การจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม Green Procurement” สำหรับหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งสร้างฐานที่มั่นคงสำหรับความต้องการในประเทศ ..

4. แนวโน้มในอนาคต นอกเหนือจากบรรจุภัณฑ์ Future Outlook Beyond Packaging : แม้ว่า บรรจุภัณฑ์อาหาร Food Packaging ยังคงเป็นตลาดหลัก Primary Market สำหรับชีวเคมีภัณฑ์ Biochemical Products แต่ในช่วงปี 2069-2573 นั้น ชีวเคมีภัณฑ์ของไทย Thai Biochemicals ได้ขยายตัวไปสู่ภาคส่วนอื่น ๆ อย่างรวดเร็ว ได้แก่ :-

ชิ้นส่วนยานยนต์ และรถยนต์ไฟฟ้า Automotive & EV Components : ด้วยการขยายการผลิตในประเทศของบริษัท BYD และ BMW ในจังหวัดระยอง ทำให้มีความต้องการเรซินวิศวกรรมชีวภาพ Bio-Based Engineering Resins ที่ทนความร้อน Heat Resistance และมีน้ำหนักเบา light weighting เพิ่มขึ้นอย่างมาก ..

การบิน Aviation และเชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน Sustainable Aviation Fuel : SAF : ประเทศไทย Thailand กำลังเร่งเพิ่มกำลังการผลิตเชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน Sustainable Aviation Fuel : SAF จากน้ำมันปรุงอาหารที่ใช้แล้ว Used Cooking Oil และของเสียทางการเกษตร Agricultural Waste เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์สุทธิทั่วโลก ในปี 2593 ..

สารอะโรมาติกชีวภาพขั้นสูง Advanced Bio-Aromatics : การวิจัย Research ของไทย กำลังเปลี่ยนไปสู่การ “แตกตัว Cracking” ลิกนิน Lignin จากไม้ Wood และกากอ้อย Bagasse เพื่อทดแทนเบนซีน และโทลูอีน ที่มาจากปิโตรเลียม Petroleum-Based Benzene & Toluene ในสารเคลือบ และกาวอุตสาหกรรม Industrial Coatings & Adhesives ..

ทั้งนี้ ภาพรวมอุตสาหกรรมเคมีชีวภาพ และพลาสติกชีวภาพ Biochemicals & Bioplastic Industry ในประเทศไทยนั้น คือ อุตสาหกรรมที่เปลี่ยนผลผลิตทางการเกษตร Transforms Agricultural Products เช่น อ้อย sugarcane และมันสำปะหลัง Cassava ให้เป็นวัตถุดิบชีวเคมี และเม็ดพลาสติกชีวภาพ Bio-Based Chemical Raw Materials & Plastics ที่สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพ Biodegradable หรือผลิตจากฐานชีวภาพ Bio-Based ซึ่งเป็นนโยบายหลักที่ภาครัฐขับเคลื่อนเพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น “ศูนย์กลางชีวเคมีภัณฑ์ Biochemical Hub” ระดับโลกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Southeast Asia โดยในปัจจุบัน ประเทศไทย Thailand ถือเป็นผู้ผลิตพลาสติกชีวภาพ อันดับ 2 ของโลก World’s Second-Largest Producer of Bioplastics ..

Bioplastics Packaging Market | Credit : Fortune Business Insights

จนถึงวันนี้  ภายใต้แรงขับเคลื่อนของแบบจำลองเศรษฐกิจชีวภาพหมุนเวียนสีเขียว Bio-Circular-Green : BCG Economy Model ประเทศไทย Thailand กำลังใช้ประโยชน์จากภาคเกษตรกรรมที่แข็งแกร่ง Strong Agricultural Sector โดยเฉพาะอ้อย Sugarcane, มันสำปะหลัง Cassava และปาล์มน้ำมัน Palm Oil เพื่อผลิตทางเลือกจากพืชที่ยั่งยืน Sustainable Plant-Based Alternatives ..

การเปลี่ยนผ่านจากปิโตรเคมีไปสู่ชีวเคมีภัณฑ์ของไทย Thailand’s Transition from Petrochemical to Biochemical Processes นั้น แม้ว่าปิโตรเคมี Petrochemicals จะยังคงเป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจ ซึ่งมีส่วนสนับสนุน อยู่ที่ 7.7% ของ GDP ใน 5-6 ปีที่ผ่านมาก็ตาม แต่คาดหมายว่า จากนี้ไป อุตสาหกรรม Industries กำลังเปลี่ยนไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงกว่า และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม Shifting toward Higher-Value, Eco-Friendly Products เพื่อหลีกเลี่ยงกำลังการผลิตส่วนเกินในพลาสติกพื้นฐานจากปิโตรเลี่ยม รวมทั้งแนวโน้มในอนาคตที่เชื้อเพลิงฟอสซิล Fossil Fuels ซึ่งเป็นวัตถุดิบในปิโตรเคมี Petrochemicals กำลังจะค่อย ๆ หายไปจากตลาด ขณะที่ วัตถุดิบชีวภาพ Bio-Based Feedstocks ที่อุดมสมบูรณ์ของไทย คือ จุดเด่นที่ทำให้การใช้อ้อย Sugarcane และมันสำปะหลัง Cassava ในการผลิตไบโอเอทานอล Bio-Ethanol : C2H5OH ซึ่งจะถูกแปลงเป็นไบโอเอทิลีน Bio-Ethylene : C2H4 และสุดท้ายเป็นโพลีเอทิลีนสีเขียว Green Polyethylene : (C2H4)n มีต้นทุนในชีวเคมีภัณฑ์ที่สามารถแข่งขันกับปิโตรเคมี Petrochemicals ในตลาดโลกได้แล้วอย่างมั่นใจ ..

ปัจจุบัน การรีไซเคิลทางเคมี Chemical Recycling และการพัฒนา Green Polymer นั้น บริษัทต่าง ๆ เช่น SCG Chemicals, PTT MCC Biochem, Total Energies Corbion และ Thai Wah คือ ผู้เล่นหลัก Key Players ในอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ชีวภาพ Biochemical Industry และพลาสติกชีวภาพ Bioplastics ในประเทศไทยที่กำลังพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเปลี่ยนพืชผล สาหร่าย และขยะพลาสติกหลังการบริโภคให้เป็นวัตถุดิบหมุนเวียนสำหรับโรงงานผลิตเอทิลีน Ethylene : C2H4 Production Plants ที่มีอยู่ และมีบทบาทสำคัญในการผลักดัน Bio-Circular-Green : BCG Economic Model เพื่อยกระดับ Upgrading และปรับเปลี่ยนอุตสาหกรรมปิโตรเคมีดั้งเดิม Traditional Petrochemical Industry ไปสู่อุตสาหกรรมชีวเคมีภัณฑ์ Biochemical Industry โดยกลยุทธ์ของไทย Thailand’s Strategy ยังคงมุ่งเน้นไปที่การสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ยั่งยืน Building a Sustainable, Circular Economy และบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน Carbon Neutrality ภายในปี 2593 ให้สำเร็จได้ในที่สุดจากนี้ไป ..

คาดการณ์ตลาดชีวเคมีภัณฑ์ และพลาสติกชีวภาพทั่วโลก Global Biochemicals & Bioplastics Market ..

ตลาดโลกสำหรับชีวเคมี Biochemicals และพลาสติกชีวภาพ Bioplastics กำลังเข้าสู่ช่วง “การเติบโตที่รวดเร็วอย่างยิ่ง Hyper-Growth” ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป ปัจจัยขับเคลื่อนหลัก คือ การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในห่วงโซ่อุปทานขององค์กร Massive Shift in Corporate Supply Chains ไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน Carbon Neutrality และความก้าวหน้าของเทคโนโลยีชีววิทยาเชิงสังเคราะห์ Maturation of Synthetic Biology Technologies ..

แนวโน้มตลาดโลกในปัจจุบัน จนถึงช่วงต้นปี 2569 พบว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง Conflict in the Middle East ได้กลายเป็นปัจจัยเร่งสำคัญ Major Accelerating Factor ที่ทำให้ห่วงโซ่อุปทานปิโตรเคมีชะงักงัน Disrupts Petrochemical Supply Chains ได้ส่งผลกระทบเชิงบวก Positive Impacts ต่อการเติบโตของตลาดชีวเคมีภัณฑ์ Growth in the Biochemical Market มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ..

การปิด และจำกัดการขนส่งในช่องแคบฮอร์มุซ Strait of Hormuz รวมทั้งความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้น เช่น เหตุการณ์ตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธุ์ 2569 ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการขนส่งน้ำมันดิบ และวัตถุดิบปิโตรเคมี Transportation of Crude Oil & Petrochemical Raw Materials จากซาอุดีอาระเบีย Saudi Arabia, กาตาร์ Qatar และอิหร่าน Iran ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ Strait of Hormuz ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์หลัก Major Strategic Route มาโดยตลอดก่อนหน้านี้ ..

ขณะเมื่อ ปิโตรเคมีจากฟอสซิล Fossil-Based Petrochemicals มีราคาแพง และหาได้ยาก ทำให้ภาคอุตสาหกรรม Industry Sector ต้องเร่งหาทางเลือกอื่นเพื่อความอยู่รอด ซึ่งชีวเคมีภัณฑ์ Biochemicals ได้กลายเป็นทางเลือกที่จำเป็น Essential Alternatives โดยจากเดิมที่เป็นเพียงทางเลือกด้านสิ่งแวดล้อม Environmental Alternative แต่ตอนนี้ ได้กลายเป็นสิ่งสำคัญ Important Issues ด้านความมั่นคงทางวัตถุดิบ Supply Security และส่งผลให้ความต้องการชีวเคมีภัณฑ์ และพลาสติกชีวภาพ Demand for Biochemicals & Bioplastics เช่น Polylactic Acid: PLA จากการหมักแป้งพืช Fermentation of Plant Starches เช่น ข้าวโพด Corn, มันสำปะหลัง Cassava หรืออ้อย Sugarcane และ Polyhydroxyalkanoates: PHA จากการหมักของจุลินทรีย์ธรรมชาติ Fermentation by Natural Microorganisms ตลอดจนพลาสติกชีวภาพ Bioplastics อื่น ๆ ที่ผลิตขึ้นจากชีวมวล Biomass พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ..

ภัยคุกคามทางภูมิรัฐศาสตร์ Geopolitical Threats ทำให้บริษัทต่างๆ ยอมรับต้นทุนที่สูงขึ้นของผลิตภัณฑ์ชีวภาพ Bio-Products เพื่อแลกกับความเสถียรของสายการผลิตในระยะยาว Long-Term Supply Chain Stability ซึ่งนั่นหมายถึง ความชะงักงันของปิโตรเคมีจากการปิดช่องแคบในตะวันออกกลาง ได้ทำให้ชีวเคมีภัณฑ์ Biochemicals กลายเป็นทางออกที่สำคัญของห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก Global Supply Chains ซึ่งเร่งให้การเติบโตของตลาดชีวเคมีภัณฑ์ทั่วโลก Global Biochemical Market ขยายตัวเร็วกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า ..

อย่างไรก็ตาม อ้างถึงข้อมูลการสำรวจตลาดของ Precedence Research พบว่า ตลาดโลกสำหรับชีวเคมี Biochemicals และพลาสติกชีวภาพ Bioplastics นี้ มักถูกวิเคราะห์ใน 3 ส่วนที่ทับซ้อนกัน ได้แก่ ตลาดชีวเคมีภัณฑ์ Biochemicals, ตลาดเคมีภัณฑ์ชีวภาพระดับอุตสาหกรรม Industrial Bio-Based Chemicals และตลาดพลาสติกชีวภาพ Bioplastics สรุปได้ดังนี้ :-

– ขนาดธุรกิจในตลาดชีวเคมีภัณฑ์ทั่วโลก Global Biochemicals Market มีมูลค่า 88.76 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2568 และคาดว่าจะเติบโตขึ้นเป็นประมาณ 240.86 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปี 2578 ด้วยอัตราการเติบโตต่อปี Compound Annual Growth Rate : CAGR หมายถึง อัตราผลตอบแทนสำหรับตลาดชีวเคมีภัณฑ์ทั่วโลก Global Biochemicals Market ที่เติบโตจากยอดดุลเริ่มต้นไปถึงยังยอดดุลสิ้นสุด รวมสมมติฐานว่ากำไรจะถูกนำกลับมาลงทุนหมุนเวียนใหม่ทุกสิ้นปีของช่วงอายุการลงทุน อยู่ที่ค่า CAGR 10.50% ในช่วงระยะเวลาที่คาดการณ์ ปี 2569-2578 .. ชีวเคมีภัณฑ์ Biochemicals กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในกลุ่มธุรกิจที่ยั่งยืน Sustainable Businesses ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ความต้องการเพิ่มสูงขึ้น ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ชั้นนำ Leading Packaging Manufacturers กำลังนำเทคนิคที่ยั่งยืน Implementing Sustainable Techniques มาใช้ในการผลิตสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม Production of Environmentally Friendly Goods และเพื่อป้องกันมลพิษจากพลาสติกจากปิโตรเคมี Prevention of Pollution from Petrochemical Plastics ..

– ขนาดธุรกิจในตลาดเคมีภัณฑ์ชีวภาพระดับอุตสาหกรรม Global Industrial Bio-Based Chemicals Market มีมูลค่า 110.04 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2568 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 120.75 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2569 เป็นประมาณ 278.49 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2578 ด้วยอัตราการเติบโตต่อปี Compound Annual Growth Rate : CAGR หมายถึง อัตราผลตอบแทนสำหรับตลาดเคมีภัณฑ์ชีวภาพระดับอุตสาหกรรม Global Industrial Bio-Based Chemicals Market ที่เติบโตจากยอดดุลเริ่มต้นไปถึงยังยอดดุลสิ้นสุด รวมสมมติฐานว่ากำไรจะถูกนำกลับมาลงทุนหมุนเวียนใหม่ทุกสิ้นปีของช่วงอายุการลงทุน อยู่ที่ค่า CAGR 9.73% ในช่วงระยะเวลาที่คาดการณ์ ปี 2569-2578 .. ตลาดเคมีภัณฑ์ชีวภาพระดับอุตสาหกรรม Global Industrial Bio-Based Chemicals Market ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ใช้ชีวมวลมาทดแทนทรัพยากรฟอสซิลทั้งหมด หรือบางส่วน เช่น ไม้จากพืช Plant Wood, ผลิตภัณฑ์จากพืช Plant Products และสาหร่าย Algae ความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับโซลูชันข้อไขที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยั่งยืนในตลาดนี้ คือ แรงผลักดันให้เกิดการผลิตเคมีภัณฑ์จากชีวมวล Production of Chemicals from Biomass ..

– ขนาดธุรกิจในตลาดพลาสติกชีวภาพทั่วโลก Global Bioplastics Market มีมูลค่า 23.81 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2568 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 28.08 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2569 เป็นประมาณ 119.12 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2578 ด้วยอัตราการเติบโตต่อปี Compound Annual Growth Rate : CAGR หมายถึง อัตราผลตอบแทนสำหรับตลาดพลาสติกชีวภาพทั่วโลก Global Bioplastics Market ที่เติบโตจากยอดดุลเริ่มต้นไปถึงยังยอดดุลสิ้นสุด รวมสมมติฐานว่ากำไรจะถูกนำกลับมาลงทุนหมุนเวียนใหม่ทุกสิ้นปีของช่วงอายุการลงทุน อยู่ที่ค่า CAGR 17.47% ในช่วงระยะเวลาที่คาดการณ์ ปี 2569-2578 .. ทั้งนี้ รัฐบาลทั่วโลก Governments All over the Globe กำลังออกกฎหมาย และข้อบังคับที่เอื้ออำนวยต่อการส่งเสริมความทนทาน และการย่อยสลายได้ของพลาสติกชีวภาพ Promote Bioplastics Resilience & Degradability .. สหภาพยุโรป EU คือ ผู้สนับสนุนทางการเมืองรายใหญ่ของอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ ยิ่งไปกว่านั้น ข้าวโพด ธัญพืช และอ้อย เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตพลาสติกชีวภาพ Feedstock’s for Bioplastics Production ซึ่งมีอยู่มากมายในเกือบทุกประเทศทั่วโลก Almost Every Country on the Earth .. ดังนั้น ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบโลก Fluctuations in the Global Crude Oil Price จึงไม่มีผลกระทบต่อการขยายตัวของภาคส่วนพลาสติกชีวภาพ No Effect on the Expansion of the Bioplastic Sector เหตุผลทั้งหมดเหล่านี้ มีส่วนสำคัญที่ทำให้ตลาดพลาสติกชีวภาพ Bioplastics Market เติบโตได้ด้วยความเร่งต่อเนื่องต่อไปในช่วงระยะเวลาที่คาดการณ์ ..

Global Bioplastics Market | Credit : Precedence Research

อย่างไรก็ตาม สำหรับในประเด็นพลวัตของตลาดระดับภูมิภาค Regional Market Dynamics นั้น ศูนย์กลางการผลิต และการบริโภค Center of Gravity for Production & Consumption กำลังเปลี่ยนแปลงไป .. ยุโรป Europe คือ ผู้นำตลาด Market Leader .. ปัจจุบันครองส่วนแบ่งตลาดประมาณ 49% เป็นศูนย์กลางระดับโลกด้านการวิจัยและพัฒนา และมาตรฐานด้านกฎระเบียบ .. ขณะที่เอเชียแปซิฟิก Asia-Pacific คือ ผู้นำด้านการเติบโต Growth Leader โดยครองส่วนแบ่งรายได้ประมาณ 41% และเป็นภูมิภาคที่เติบโตเร็วที่สุด เนื่องจากมีการลงทุนมหาศาลในโรงกลั่นชีวภาพ Investments in Biorefineries ในประเทศไทย Thailand, จีน China และอินเดีย India ควบคู่ไปกับปริมาณวัตถุดิบทางการเกษตรส่วนเกินที่ใหญ่ที่สุดในโลก World’s Largest Agricultural Feedstock Surplus .. ทั้งนี้ การเติบโตของตลาดในภูมิภาคอเมริกาเหนือ North America ได้รับแรงหนุนจากความต้องการในภาคการบิน Demand for Aviation Sector, เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน Sustainable Aviation Fuel : SAF และพลาสติกชีวภาพทางการแพทย์ที่มีเทคโนโลยีขั้นสูง High-Tech Medical Bioplastics ..

ภายในปี 2573 อุตสาหกรรมชีวเคมี Biochemicals Industry ตั้งเป้าหมายไว้ที่ “เป้าหมายการทดแทน 10% Substitution Target” หมายถึง การแทนที่เชื้อเพลิง และสารเคมีจากฟอสซิล Replacement of Fossil Fuels & Chemicals ทั้งหมด 10% ด้วยทางเลือกชีวภาพ Bio-Based Options .. สำหรับประเทศไทย Thailand นั้น จะมิใช่เพียงหยุดการแทนที่เคมีภัณฑ์จากฟอสซิล อยู่ที่ 10% แน่นอน จนถึงวันนี้ สถานการณ์โลก ได้ชี้ให้เห็นว่า ศักยภาพในประเทศของไทยด้านเทคโนโลยีชีวภาพ Biotechnologies และการหมักมันสำปะหลัง และน้ำตาล Thai’s Local Capacity in Cassava & Sugar Fermentation ไม่ใช่เพียงแค่ “โครงการสีเขียว Green Project” อีกต่อไป แต่เป็น “เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจหลักสำหรับทศวรรษหน้า Core Economic Engine for the Next Decade” ด้วยปัจจัยสนับสนุนหลัก คือ ความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานทางการเกษตร และนโยบาย BCG Economy ที่มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่ม Value-Added แทนการส่งออกเพียงวัตถุดิบต้นน้ำ ผนวกกับการมุ่งมั่นที่จะลด และเลิกการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลนำเข้า Reducing & Eliminating Reliance on Imported Fossil Fuels รวมถึงการเปลี่ยนออกไปจากชาตินำเข้าพลังงานไปเป็นประเทศผู้ส่งออกพลังงานชีวภาพ ชีวเคมีภัณฑ์ และไฮโดรเจนชีวภาพรายใหญ่ Shifting from an Energy Importing Nation to a Major Exporter of Bioenergy, Biochemicals & Biohydrogen : H2 ให้สำเร็จได้ในที่สุดจากนี้ไป ..

สรุปส่งท้าย ..

ข้ออ้างที่ว่า เทคโนโลยีชีวภาพ Biotechnologies กำลังเข้ามาแทนที่ปิโตรเคมี Replacing Petrochemicals ด้วยวัสดุที่เหมือนกัน และยั่งยืน Identical, Sustainable Materials นั้น เป็นการอธิบายถึงกลยุทธ์เฉพาะที่มีความสำคัญสูงที่เรียกว่า “การทดแทนทันทีแบบดรอปอิน Drop-In Replacements” โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการทำลายธรรมชาติ ลดมลพิษ ลดการใช้พลังงานในการผลิต และการขนส่ง และรักษาสมดุลของระบบนิเวศ Maintain Ecological Balance เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ได้ยาวนานยั่งยืน โดยไม่ส่งผลเสียต่อคนรุ่นหลัง ..

ณ เดือนพฤษภาคม 2569 การเปลี่ยนแปลง Transition นี้ ได้เปลี่ยนจากสิ่งที่น่าสนใจในห้องปฏิบัติการ Laboratory Curiosity ไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางอุตสาหกรรมครั้งใหญ่ Major Industrial Shift .. โรงงานเคมีขนาดใหญ่ Large-Scale Chemical Facilities กำลังนำโมเลกุลที่มีโครงสร้างทางเคมีไม่แตกต่างจากสารตั้งต้นที่ได้จากเชื้อเพลิงฟอสซิล Adopting Molecules that are Chemically Indistinguishable from their Fossil-Fuel Ancestors มาใช้มากขึ้นเรื่อย ๆ หากแต่โมเลกุลเหล่านี้ ผลิตขึ้นผ่านกระบวนการหมักทางชีวภาพ Biological Fermentation ..

Future Applications of Bioplastics | Credit : ResearchGate

ปัจจุบัน อุตสาหกรรมนี้ แบ่งออกเป็น 2 แนวทาง ในการ “ทดแทน Replace” ปิโตรเคมี Petrochemicals ซึ่งเทคโนโลยีชีวภาพ Biotechnologies ใช้ทั้ง 2 อย่าง ได้แก่ :-

การทดแทนแบบ “ดรอปอิน Drop-In” ที่เหมือนกัน Identical Replacements : โมเลกุลเหล่านี้ มีโครงสร้างทางเคมีเหมือนกับปิโตรเคมีทุกประการ เช่น ไบโอเอทิลีน Bio-Ethylene : C2H4, ไบโอโพรพิลีน Bio-Propylene : C3H6 และไบโอไกลคอล Bio-Glycols : CnH2n(OH)2 .. ข้อดี คือ สามารถใช้ในโรงงาน ท่อส่ง และเครื่องขึ้นรูปพลาสติกที่มีอยู่แล้วได้โดยไม่ต้องมีการดัดแปลงใด ๆ ..

โมเลกุลที่มีประสิทธิภาพขีดสมรรถนะเหนือกว่า Performance-Advantaged Molecules : วัสดุเหล่านี้ คือ วัสดุใหม่ที่ไม่มีสารเทียบเท่าจากปิโตรเลียม และได้รับการออกแบบมาให้มีประสิทธิภาพสมรรถนะที่ดีกว่า เช่น Polyethylene Furanoate : PEF ซึ่งช่วยให้โซดาคงความซ่าได้นานกว่า Polyethylene Terephthalate : PET หรือพลาสติกชีวภาพ Bioplastics สมรรถนะสูงล่าสุดที่เป็น Liquidplant® ซึ่งพวกมัน เป็นพลาสติกชีวภาพที่ทำจากพืช 100% และได้รับการออกแบบให้ย่อยสลายได้เร็วกว่าพลาสติกทั่วไป Faster than Traditional Plastic ถึง 150 เท่า ..

คาดหมายได้ว่า นวัตกรรมเทคโนโลยีชีวภาพในอนาคต Future Biotechnology Innovations คือ ปัจจัยสำคัญสำหรับโซลูชันข้อไขสีเขียวเพื่อโลกที่มีสุขภาพดีขึ้น Key Factors for Green Solutions for a Healthier Planet .. พวกมัน กำลังขับเคลื่อนความก้าวหน้า และพัฒนาการในหลากหลายภาคส่วนทั่วโลก ครอบคลุมทั้งพลังงาน Energy, อุตสาหกรรม Industry, เกษตรกรรม Agriculture และสาขาอื่น ๆ เช่น การแพทย์ และสิ่งแวดล้อม Medicine & Environmental Solutions โดยมีแนวโน้มสำคัญ ๆ เช่น การหมักที่แม่นย า Precision Fermentation, การตัดแต่งยีน Gene Editing และนาโนเทคโนโลยี Nanotechnologies เป็นตัวกำหนดความก้าวหน้าสำหรับอนาคตที่ยั่งยืนจากนี้ไป ..

อุตสาหกรรมชีวเคมีภัณฑ์ Biochemicals Industry และนวัตกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ Biotechnology Innovations ที่กล่าวถึงเหล่านี้ มุ่งเป้าไปที่การแก้ไขปัญหาระดับโลก Solving Global Issues เช่น ความมั่นคงทางอาหาร Food Security, การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Climate Change และผลลัพธ์ด้านสุขภาพที่ดีขึ้น Improved Health Outcomes ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยี และผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ผ่านกระบวนการทางชีวภาพ Developing New Technologies & Products through Biological Processes เพื่อรับมือกับความท้าทายในด้านต่าง ๆ เช่น การดูแลสุขภาพ Healthcare, เกษตรกรรม Agriculture และความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม Environmental Sustainability .. ทั้งนี้ เป้าหมายเฉพาะของเทคโนโลยีชีวภาพ Specific Targets of Biotechnologies ได้แก่ การต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บ Combating Diseases, การพัฒนาวัสดุที่ยั่งยืน Developing Sustainable Materials, การปรับปรุงการผลิตอาหาร Enhancing Food Production, การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม Reducing Environmental Footprints และการสร้างกระบวนการทางอุตสาหกรรมที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น Creating More Efficient Industrial Processes ..

ปัจจุบัน พื้นที่สำคัญของนวัตกรรมเทคโนโลยีชีวภาพระดับโลกในอนาคต Future Global Biotechnology Innovations ที่พบเห็นได้ ตัวอย่างเช่น การตัดต่อยีน Gene Editing โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Clustered Regularly Interspaced Short Palindromic Repeats : CRISPR, ปัญญาประดิษฐ์ Artificial Intelligence : AI ในการพัฒนา และวิเคราะห์ยา Drug Development & Analysis, การแพทย์เฉพาะบุคคล และจีโนมิกส์ Personalized Medicine & Genomics, ชีววิทยาสังเคราะห์ Synthetic Biology และการประยุกต์ใช้ที่มุ่งเน้นความยั่งยืน Sustainability-Focused Applications เช่น ไบโอพลาสติก Bioplastics และพลังงานชีวภาพ Bioenergy เป็นต้น ..

ทั้งนี้ ไบโอพลาสติก Bioplastics หรือพลาสติกจากพืช Plant-Based Plastics คือ พลาสติกชนิดหนึ่ง Type of Plastics ที่ผลิตขึ้นจากแหล่งทรัพยากรหมุนเวียน Renewable Resources เช่น ข้าวโพด Corn, อ้อย Sugarcane หรือสาหร่าย Algae ทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิล Fossil Fuels .. จนถึงวันนี้ ไบโอพลาสติก Bioplastics ได้กลายเป็นทางเลือกสำคัญซึ่งกำลังจะเข้ามาแทนที่พลาสติกจากปิโตรเลียมแบบดั้งเดิม Alternative to Traditional Petroleum-Based Plastics โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล Reducing Reliance on Fossil Fuels และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้เหลือน้อยที่สุด Minimizing Environmental Impact ..

Bioplastics in Thailand | Credit : GC / Bio Sure

อย่างไรก็ตาม ชีวเคมีภัณฑ์ Biochemicals และพลาสติกจากพืช Plant-Based Plastics ต้องได้รับการออกแบบอย่างรอบคอบเพื่อสร้างความยืดหยุ่นทาง สิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจทั่วทั้งระบบนิเวศ และชุมชน .. กว่าทศวรรษที่ผ่านมา องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล World Wide Fund for Nature : WWF ตระหนักว่า อุตสาหกรรมชีวเคมีภัณฑ์ Biochemicals Industry และพลาสติกจากพืช Plant-Based Plastics รวมถึงการจัดหาพวกมัน คือ ประเด็นที่อาจส่งผลกระทบต่อแหล่งที่อยู่อาศัย Habitats, สัตว์ป่า Wildlife และผู้คน People ที่มุ่งมั่นที่จะปกป้อง ..

ดังนั้น การพัฒนาความรู้ในประเด็นสำคัญ และซับซ้อนที่เกี่ยวข้องกับชีวเคมีภัณฑ์ Biochemicals และพลาสติกจากพืช Plant-Based Plastics นี้ จึงกลายเป็นความจำเป็นที่ขาดไม่ได้ เพื่อให้มั่นใจว่า อุตสาหกรรมชีวเคมีภัณฑ์ Biochemicals Industry และไบโอพลาสติก Bioplastics หรือพลาสติกจากพืช Plant-Based Plastics เหล่านี้นั้น จะสามารถแสดงศักยภาพที่เป็นประโยชน์ต่อธรรมชาติ และผู้คน Potential to Benefit Nature & People แทนที่ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี Petrochemical Production ได้อย่างเหมาะสมที่สุดสำหรับอนาคตที่เหนือชั้นกว่าให้สำเร็จได้ในที่สุดจากนี้ไป ..

………………………………………

คอลัมน์ : Energy Key

By โลกสีฟ้า ..

สนับสนุนโดย…..บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน)

ขอบคุณเอกสารอ้างอิง :-

Biochemistry | Wikipedia :-

https://en.wikipedia.org/wiki/Biochemistry

Biochemical Products | Biological Products Industry Alliance: BPIA :-

Bio – Based Chemicals | IEA :-

https://www.ieabioenergy.com/wp-content/uploads/2020/02/Bio-based-chemicals-a-2020-update-final-200213.pdf

Global Biochemical Market | Precedence Research :-

https://www.precedenceresearch.com/biochemical-market

Global Bio – Based Chemical Market | Precedence Research :-

https://www.precedenceresearch.com/bio-based-chemical-market

Global Bioplastics Market | Precedence Research :-

https://www.precedenceresearch.com/bioplastics-market

Bioplastics : Biodegradable & Compostable Plastic :-

https://photos.app.goo.gl/9zM2SG4vkEAPsrae6

Biomass Energy :-

https://photos.app.goo.gl/nbevEx1cE59Jzf2X8

Biotechnology:  Microbial Technologies to Produce Bioenergy & Biofuels from Agricultural & Forestry Wastes for Sustainable Energy :-

https://photos.app.goo.gl/LQsLpS9U6R8Pad2b7

Bioeconomy : The Challenges of a Key Model for Sustainable Development :-

https://photos.app.goo.gl/suAwXRjf67snub1y9

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img