ศึกชิงเก้าอี้…“พิทักษ์1-ผบ.ตร.คนที่16” ยุทธจักร“สีกากี”ปทุมวัน…เดือดระอุ !!!

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

ตั้งแต่ต้นสัปดาห์นี้จนถึงกลางสัปดาห์ แวดวงสีกากี รวมถึงแวดวงการเมือง และอีกหลายวงการต่างรอติดตามผลการประชุม “คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ” (ก.ตร.) ที่จะประชุมกันกลางสัปดาห์นี้ พุธที่ 22 ก.ค. เพราะจะเป็นวันที่รู้ว่า ใครเข้าวิน…คว้าเก้าอี้ “พิทักษ์ 1-ผบ.ตร.คนใหม่” ต่อจาก “บิ๊กต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์” ผบ.ตร. ที่ใกล้จะเกษียณ

โดยวันดังกล่าว “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ก.ตร. จะต้องเสนอชื่อ “พล.ต.อ. 1 ชื่อ” ให้ที่ประชุม ก.ตร.โหวตเห็นชอบ เป็น “ผบ.ตร.คนที่ 16”

ที่พบว่า รอบนี้มี “พล.ต.อ.” ที่ยังไม่เกษียณในปีนี้ 4 คน ที่มีโอกาสเข้าชิงเก้าอี้ “ผบ.ตร.คนใหม่” โดยไล่เรียงลำดับอาวุโส ตามลำดับดังนี้

พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์

ลำดับที่ 1 พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี หรือ “บิ๊กไมค์” รอง ผบ.ตร.-นรต.รุ่น 43 เกษียณอายุราชการ 2571

ปัจจุบันเป็น รองผบ.ตร. กำกับดูแลงานกฎหมายและคดี ก่อนหน้านี้เป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร. 2 ปี, ผบช. (ผู้บริหารหน่วย) 3 ปี, รอง ผบช. 1 ปี, ผบก. (ผู้บริหารหน่วย) 4 ปี, รอง ผบก. 5 ปี และ ผกก. (ผู้บริหารหน่วย 4 ปี) รวมเวลาดำรงตำแหน่งระดับ พ.ต.อ.-พล.ต.อ. 21 ปี

พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร

ลำดับที่ 2 พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร หรือ “บิ๊กหวาน” รอง ผบ.ตร.-นรต.รุ่น 42 เกษียณอายุราชการ 2570 เท่ากับเหลืออายุราชการอีก 1 ปี

ปัจจุบันเป็น รองผบ.ตร. ดูแลงานป้องกันและปราบปราม ถือเป็นบิ๊กตำรวจ ที่ได้ทั้งบู๊และบุ๋น เพราะดีกรีจบปริญญาเอกจากสหรัฐอเมริกา เคยสร้างผลงานการปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์ ในยุครัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จนมีชื่อเสียงโด่งดังกับผลงาน การทลายเครือข่ายค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญา จนทำให้สถานการณ์การค้ามนุษย์ของประเทศไทยได้รับการยกระดับ Tier ให้ดีขึ้นในยุค คสช. จนปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

อีกทั้งยังมีความเชี่ยวชาญเรื่องอาชญากรรมไซเบอร์ ที่เป็นอาชญากรรมรูปแบบใหม่ เคยผ่านงานเป็น ผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) รวมถึงผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการค้ามนุษย์ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน (ผอ.ฉก.88)-หัวหน้าคณะทำงานบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับความผิดทางเทคโนโลยีโทรคมนาคม และความมั่นคงของรัฐ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)-หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจต่อต้านอาชญากรรมคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์ (UNODC) อดีตผบช.โรงเรียนนายร้อยตำรวจ เป็นต้น

พล.ต.อ.สำราญ นวลมา

ลำดับที่ 3 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา หรือ “บิ๊กราญ” รอง ผบ.ตร.-นรต.รุ่น 50 เกษียณปี 2576 คุมงานด้านความมั่นคงและกิจการพิเศษ

เคยผ่านตำแหน่งสำคัญ ๆ ก็เช่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งที่ผ่านมาพบว่า เส้นทางชีวิตราชการส่วนใหญ่เติบโตในพื้นที่กรุงเทพฯ -นครบาล มาตลอด เช่น รองสารวัตรสืบสวน สน.ทองหล่อ-สารวัตรป้องกันปราบปราม สน.บางนา-รองผู้กำกับการสืบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล-ผู้กำกับการ สน.ดอนเมือง-ผู้กำกับการสายตรวจ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ- รองผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ-ผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ-รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล จนมาเป็นผบช.น. -ผช.ผบ.ตร.และรอง ผบ.ตร.ในปัจจุบัน

จัดได้ว่าเป็นตำรวจที่เติบโตแบบรวดเร็วคนหนึ่งในวงการสีกากี ไม่แพ้นายตำรวจคนดังหลายคนก่อนหน้านี้เช่น พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. โดยเป็นที่รู้กันดีว่า “บิ๊กราญ” เป็นตำรวจสไตล์มากด้วย “คอนเน็กชั่น” รู้จักผู้ใหญ่หลายวงการ โดยเฉพาะวงการทางการเมือง ซึ่งกับยุคปัจจุบันที่เป็น “ยุคสีน้ำเงิน” ก็มีข่าวว่า พล.ต.อ.สำราญสนิทกับแกนนำสีน้ำเงินหลายคน โดยเฉพาะกับ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกฯ ที่รู้จักกันตั้งแต่ตอน พล.ต.อ.สำราญยังเป็นตำรวจยศ พ.ต.ต. ผ่านเครือข่ายสายสัมพันธ์กับอดีตบิ๊กสีกากีบางคน เช่น พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ อดีต ผบ.ตร. พล.ต.อ.สนอง วัฒนวรางกูร อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ

อีกทั้งด้วยงานในความรับผิดชอบ เช่น การสืบสวนสอบสวนคดีนอมินีต่างชาติ เข้ามาตั้งรกรากและทำธุรกิจหลายอย่างในประเทศไทยตามจังหวัดต่าง ๆ เช่น ภูเก็ต ชลบุรี รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวเช่น เกาะสมุย ที่มีผลงานการสืบสวนสอบสวนหลายคดี ที่เข้าตา “อนุทิน” ก็เลยทำให้ ชื่อนี้กลายเป็นชื่อที่หลายแวดวง รวมถึงวงการสื่อยกให้เป็น “ตัวเต็ง” ที่อาจได้เป็น “ผบ.ตร.” ก็ได้

พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์

ลำดับที่ 4 พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ หรือ “บิ๊กแมน” จเรตำรวจแห่งชาติ-นรต.รุ่น 43 เกษียณอายุราชการปี 2572

ก่อนหน้านี้ ผ่านตำแหน่งหลัก เช่น ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ผบก.สส.บช.น.), ผู้บังคับการกองปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ผบก.ปอศ.), รอง ผบช.น. และติดยศ “พล.ต.ท.” บนเก้าอี้ ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (ผบช.สพฐ.ตร.), ผู้ช่วย ผบ.ตร. และก้าวขึ้นเป็น จเรตำรวจแห่งชาติ

แม้จะพบว่า สื่อหลายสำนัก และนักวิเคราะห์สถานการณ์ดูจะเชื่อว่า “บิ๊กราญ” เป็นเต็ง 1 แต่กระนั้น ก็ยังต้องรอดูช่วงใกล้ถึงวันที่ 22 ก.ค. ว่าจะมีข้อมูลใหม่ หรืออะไรที่เป็นจุดพลิก ที่ทำให้ “ผบ.ตร.คนใหม่” ไม่ใช่ “พล.ต.อ.สำราญ” หรือไม่

เพราะ “พล.ต.อ.สำราญ” แม้จะมีผลงานเยอะโดยเฉพาะในช่วงหลัง ที่ผลงานออกหน้าสื่อเยอะ แต่ “จุดอ่อน” ก็คือ การที่เป็น อาวุโสอันดับที่ 3 จากแคนดิเดต 4 คน และที่สำคัญ…มีอายุราชการอีกถึง 7 ปี ที่หากขึ้นเป็น “ผบ.ตร.” เท่ากับจะ “ปิดโอกาส” การเติบโตของบิ๊กตำรวจคนอื่น ๆ ในช่วง 7 ปีต่อจากนี้ ให้ตันแค่ที่ “รอง ผบ.ตร.” หรือ “จเรตำรวจแห่งชาติ” เท่านั้น ไม่มีสิทธิ์ฝันถึงเก้าอี้ “ผบ.ตร.”

ยกเว้นแต่ “พล.ต.อ.สำราญ” จะโดนเด้ง หรือไปเจอ “เรื่องระหว่างทาง” ทำให้พ้นจากการเป็น “ผบ.ตร.” แต่หากไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น แล้วนั่งครองเก้าอี้ผบ.ตร.ยาว ๆ 7 ปี

จุดนี้ก็ทำให้บางฝ่ายวิจารณ์ว่า “อนุทิน” ควรตั้งคนอื่นขึ้นมาก่อน เช่น “พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี” อาวุโสอันดับ 1 ที่เหลืออายุราชการอีก 2 ปี เพราะเกษียณอายุราชการ 2571 หรือหากคิดว่า 2 ปีนานไป ตัวเลือกอย่าง “พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร” อาวุโสอันดับ 2 ที่เกษียณอายุราชการปีหน้า 2570 ก็อาจเป็นสูตรที่ลงตัว

กระนั้นมีการมองว่า “อนุทิน” และ “ฝ่ายการเมืองสีน้ำเงิน” อาจจะดัน “พล.ต.อ.สำราญ” แล้วยกเหตุว่า การที่อยู่ยาว 7 ปี ก็เป็นผลดีเพราะทำให้แผนงานต่าง ๆ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในยุคพล.ต.อ.สำราญ มีความต่อเนื่อง ก็คือเอาจุดที่คนมองว่าเป็น “จุดอ่อน” มาทำให้เป็น “จุดแข็ง” หรือสุดท้าย…จะเปลี่ยนใจ ไม่ดัน “บิ๊กราญ” ปีนี้ เอาคนอื่นขึ้นก่อน มันก็อาจเกิดขึ้นได้ในช่วงโค้งสุดท้าย

แต่สุดท้าย ชื่อบิ๊กสีกากีคนไหน จะได้เป็น “ผบ.ตร.คนที่ 16” ก็ต้องรอดูผลประชุมก.ตร. 22 ก.ค.นี้…อย่างใจจดใจจ่อ

………………………………………….

คอลัมน์ : ส่องป้อมค่ายการเมือง

โดย “พระจันทร์เสี้ยว”

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img