เปิดรายงาน“กตป.”ประเมินผล“กสทช.” เมื่อ“OTT”ท้าทาย..บนทางแพร่งดิจิทัล

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กำลังเผชิญกับ “จุดเปลี่ยนสำคัญ” หลังรายงานประเมินผลการปฏิบัติงานปี 2568 ชี้ชัดว่า กฎหมายที่มีอยู่ อาจไม่เพียงพออีกต่อไป ในการรับมือกับโลกดิจิทัล โดยเฉพาะการรุกคืบของ แพลตฟอร์ม OTT (Over-the-Top : แพลตฟอร์มที่ให้บริการสื่อผ่านอินเทอร์เน็ต โดยไม่ต้องพึ่งพาผู้ให้บริการโทรทัศน์แบบดั้งเดิม) และ ปัญหาข่าวขยี้ดราม่า ที่พุ่งสูงขึ้น

สำหรับประเด็นร้อนในรายงานชิ้นนี้ของ คณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน (กตป.) มีการเสนอข้อร้องเรียนรายการโทรทัศน์ที่ต้องเร่งกำกับดูแล โดยรายงานระบุว่า ปัญหาหลักของโทรทัศน์ไม่ใช่เรื่องเทคนิค แต่เป็นคุณภาพเนื้อหา

โดย “ข่าวขยี้ดราม่า” เป็นประเด็นที่ประชาชนกังวลสูงสุด ถึงร้อยละ 49.90 นอกจากนี้ยังพบ การร้องเรียนเกี่ยวกับมลภาวะทางสื่อ เป็นการร้องเรียนเรื่อง การฉายรายการซ้ำ (Rerun) ที่มากเกินไป และ โฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่เกินจริง และสุดท้ายคือ “จริยธรรมสื่อ” ที่พบการนำเสนอความรุนแรงหรือประเด็นอ่อนไหว รวมถึงเนื้อหาละครที่ไม่เหมาะสม

นอกจากนี้ ยังมีกรณีศึกษาที่น่าสนใจ อาทิ บทเรียนจากการควบรวมและลิขสิทธิ์กีฬา ในรอบปีที่ผ่านมา (2567) มีเหตุการณ์สำคัญที่ “กสทช.” ต้องเข้าไปจัดการ อาทิ การบังคับใช้ประกาศ Must Carry ในการถ่ายทอดสดซีเกมส์ ครั้งที่ 33 เพื่อให้ประชาชนชมฟรีอย่างทั่วถึง หลังเกิดปัญหาการให้สิทธิแบบ Exclusive รวมถึงการติดตามคดีลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2022

ขณะเดียวกัน ยังมี ผลกระทบหลังควบรวมค่ายมือถือ กรณี True-DTAC และ AWN-3BB ที่ประชาชนกว่าร้อยละ 57 มองว่าค่าบริการสูงขึ้น และคุณภาพสัญญาณลดลง และยังมีกรณีศึกษาเกี่ยวกับ “แอปฯ กันกวน” ถูกมองว่า เป็นโครงการที่ต้องยุติการใช้งาน เนื่องจากขาดประสิทธิภาพและความคุ้มค่า ซึ่งเป็นบทเรียนในการออกแบบเครื่องมือคุ้มครองผู้บริโภคในอนาคต

ประการสำคัญต่อมาคือ การแข่งขันสื่อยุค OTT ที่รายงานชิ้นนี้ สะท้อนให้เห็น “ช่องว่างเชิงโครงสร้าง” ที่ “กสทช.” ต้องเร่งแก้ไข เนื่องจากทำให้ผู้ประกอบการไทยเสียเปรียบจาก กติกาไม่เท่าเทียม (Regulatory Asymmetry) โดยสื่อดั้งเดิมในไทยถูกกำกับเข้มงวดและมีต้นทุนใบอนุญาตสูง ขณะที่ OTT ข้ามชาติ เช่น Netflix, YouTube อยู่นอกเหนือกฎหมายไทย

รายงานชิ้นนี้ ทาง “กตป.” เสนอให้ใช้แนวทางกำกับดูแล OTT แบบยืดหยุ่น โดยเน้นการจูงใจให้มาจดแจ้งข้อมูล มากกว่าการบังคับออกใบอนุญาตในทันที รวมทั้งเร่งจัดทำแผนรองรับก่อนใบอนุญาตทีวีดิจิทัลจะหมดอายุในปี 2572 เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรม วางแผนการลงทุนได้

ท้ายรายงานฉบับนี้ มีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายโดย “กตป.” ให้ “กสทช.” ปรับเปลี่ยนการทำงานจาก “เชิงรับ” สู่ “เชิงรุก” เพื่อให้ก้าวทันโลกดิจิทัล ในด้านสำคัญ ได้แก่

-ปรับปรุงกฎหมาย : โดยแก้ไข พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม 2498 และกฎหมายอื่นที่ล้าสมัยให้ครอบคลุม OTT, AI และดาวเทียมยุคใหม่

-ใช้ AI กำกับดูแล : นำเทคโนโลยี AI มาช่วยตรวจสอบเนื้อหาและโฆษณาแบบเรียลไทม์ แทนการรอรับเรื่องร้องเรียนเพียงอย่างเดียว

-เลิกนโยบาย One-size-fits-all : ปรับเกณฑ์การกำกับดูแลให้เหมาะกับขนาดธุรกิจ โดยเฉพาะการสนับสนุนผู้ประกอบการรายเล็กและวิทยุชุมชน เพื่อไม่ให้มีภาระต้นทุนสูงเกินไป

-สร้าง Feedback Loop : โดยพัฒนาระบบแจ้งผลการพิจารณาความคิดเห็นให้ประชาชนทราบชัดเจน เพื่อให้การรับฟังความเห็น ไม่ถูกมองว่าเป็นเพียงพิธีกรรม

ท้ายสุดแล้ว “กตป.” เสนอให้ “กสทช.” ต้องเปลี่ยนบทบาทจากแค่ผู้คุมกฎ (Regulator) มาเป็น ผู้สนับสนุน (Facilitator) และเร่งปิดช่องว่างทางกฎหมาย เพื่อปกป้องทั้งอธิปไตยทางสื่อ ที่ถูกรุกคืบหนัก จากแพลตฟอร์มต่างชาติ รวมทั้งปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนไทยในยุคดิจิทัลนั่นเอง

…………….

คอลัมน์ : The Key Reported by Fah kham-ram

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img