ถึงเวลาต้องรื้อ“กฎหมายสถานบริการ” จนท.ควรตรวจสอบช่วงเปิดให้บริการ

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

จากโศกนาฏกรรม เพลิงไหม้ “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” เมื่อกลางดึกวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 79 ราย และมีหญิงสาวเสียชีวิตล่าสุด รวมเป็น 37 ราย (ข้อมูล วันที่ 29 ก.ค.69)

เหตุการณ์ครั้งนี้ ถือเป็นบทเรียนครั้งใหญ่ ที่หน่วยงานที่รับผิดชอบการอนุญาตให้เปิดสถานบริการ ต้องหันมาทบทวนการบังคับใช้กฎหมายกันอย่างจริงจัง

“ทีมข่าว” ตรวจสอบข้อมูลจาก บันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการการบริหารราชการแผ่นดิน วุฒิสภา ครั้งที่ 23/2569 เมื่อวันที่ 15 ก.ค.69 พบข้อมูลที่น่าสนใจ เนื่องจากที่ประชุมหยิบยกเหตุเพลิงไหม้สถานประกอบการโรงเบียร์ ซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก ขึ้นมาพิจารณา

โดยที่ประชุมเห็นว่า กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของการอนุญาต การกำกับดูแล และการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสถานบริการ และสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ จึงสมควรนำมาศึกษาเพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุในลักษณะเดียวกันอีก

นอกจากนี้ มีการหยิบยกผลการศึกษาของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินเกี่ยวกับสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ ขึ้นมาพิจารณา โดยสรุปว่า ปัจจุบัน สถานประกอบการจำนวนมาก มิได้อยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 เนื่องจากตั้งอยู่นอกพื้นที่ที่กำหนดให้เป็นเขตจัดตั้งสถานบริการ (Zoning)

ดังนั้น สถานประกอบการ จึงเลือกขออนุญาตประกอบกิจการตามกฎหมายอื่น เช่น พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 และพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2560

รวมถึงคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 22/2558 เรื่อง มาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแข่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในทาง และการควบคุมสถานบริการหรือสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการ ส่งผลให้สามารถดำเนินกิจการในลักษณะเดียวกับสถานบริการได้ โดยไม่อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ด้านความปลอดภัยของอาคารและมาตรฐานการควบคุมที่ใช้กับสถานบริการโดยตรง

นอกจากนี้ ยังชี้ให้เห็นว่า ปัญหาสำคัญ มิได้เกิดจากช่องว่างของกฎหมายเพียงประการเดียว แต่รวมถึงการขาดกฎหมายเฉพาะ สำหรับควบคุมสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ การกำหนดพื้นที่โซนนิ่งที่ไม่สอดคล้องกับสภาพเมืองในปัจจุบัน และการบังคับใช้กฎหมายที่ยังไม่มีประสิทธิภาพ

โดยคณะกรรมาธิการการบริหารราชการแผ่นดิน ควรพิจารณาปรับปรุงพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 และกฎหมายลำดับรอง ให้ครอบคลุมสถานประกอบการที่ให้บริการในลักษณะเดียวกับสถานบริการ รวมทั้งทบทวนการกำหนดพื้นที่โซนนิ่งให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ และรูปแบบการใช้ประโยชน์ที่ดินในปัจจุบัน

อย่างไรตาม ปัญหาที่สำคัญยิ่งกว่าการแก้ไขกฎหมาย คือการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ ควรมีการตรวจสอบสถานประกอบการในช่วงเวลาที่มีการเปิดให้บริการจริง มิใช่ตรวจเฉพาะในเวลาราชการ ตลอดจนควรกำหนดมาตรการกำกับดูแลและบทลงโทษเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ หรือปล่อยปละละเลยให้มีการกระทำผิดกฎหมาย

นอกจากนี้ ที่ประชุมมีข้อเสนอให้ศึกษาประเด็นที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ได้แก่ การกำหนดหลักเกณฑ์การออกใบอนุญาตที่เหมาะสม มาตรฐานด้านความปลอดภัยของอาคาร การกำหนดบทลงโทษผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ การเยียวยาผู้เสียหาย รวมทั้งแนวทางการป้องกันเหตุอัคคีภัยและการคุ้มครองผู้ใช้บริการและลูกจ้างในสถานประกอบการ…ต่อไป

…………….

คอลัมน์ : The Key Reported by Fah kham-ram

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img