“หลี่ เฉียง” ต้อนรับนายกฯ อนุทิน อย่างเป็นทางการ ก่อนร่วมโต๊ะหารือเต็มคณะ สานต่อความร่วมมือไทย-จีนทุกมิติ ทั้งสองฝ่ายมุ่งมั่นยกระดับความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์รอบด้านไทย-จีน ครอบคลุมการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยีแห่งอนาคต ความมั่นคง การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การท่องเที่ยว และการค้าการลงทุนสมัยใหม่
เมื่อวันที่ 20 ก.ค.69 เวลา 10.45 น. (ตามเวลาท้องถิ่นกรุงปักกิ่ง ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง) ณ ห้อง North Hall ชั้น 1 มหาศาลาประชาชน กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ และตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ในโอกาสเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เมื่อเดินทางมาถึง นายกรัฐมนตรีได้เดินขึ้นบันไดผ่านแถวทหารเกียรติยศเพื่อไปยังบริเวณพิธี โดยมีนายหลี่ เฉียง (H.E. Mr. Li Qiang) นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน รอให้การต้อนรับด้วยตนเองและทักทายอย่างอบอุ่น สะท้อนถึงมิตรภาพ ความไว้วางใจ และความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยกับจีน
จากนั้น ทั้งสองฝ่ายได้ถ่ายภาพร่วมกัน ก่อนขึ้นแท่นรับความเคารพเพื่อร่วมพิธีบรรเลงเพลงชาติของทั้งสองประเทศ และร่วมพิธีตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ซึ่งเป็นไปอย่างสมเกียรติและสง่างาม ตอกย้ำถึงความสำคัญและการให้เกียรติซึ่งกันและกันในฐานะมิตรประเทศที่ใกล้ชิดและหุ้นส่วนความร่วมมือที่สำคัญในภูมิภาค
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีนจะเข้าร่วมการหารือเต็มคณะ เพื่อผลักดันความร่วมมือในมิติต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ ก่อนร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงระหว่างไทยกับจีน และเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรีและภริยา โดยมีนายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นเจ้าภาพ
ทั้งนี้นายอนุทิน ได้หารือแบบเต็มคณะกับนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน ทั้งสองฝ่ายมุ่งมั่นยกระดับความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์รอบด้านไทย-จีน ครอบคลุมการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยีแห่งอนาคต ความมั่นคง การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การท่องเที่ยว และการค้าการลงทุนสมัยใหม่ อาทิ AI และยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อสร้างประโยชน์ร่วมกันแก่ประชาชนทั้งสองประเทศ และส่งเสริมสันติภาพความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาค

นายกรัฐมนตรีจีนกล่าวว่า ไทยและจีนเพิ่งรวมเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อปีที่ผ่านมา จึงจำเป็นต้องกระชับความร่วมมือให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น เพื่อร่วมสร้างสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองแก่ภูมิภาคและประชาคมโลก
นายกรัฐมนตรีไทยกล่าวขอบคุณรัฐบาลจีนที่ถวายการต้อนรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนจีนอย่างเป็นทางการอย่างสมพระเกียรติ พร้อมยืนยันไทยสนับสนุนจีนเป็นเจ้าภาพเอเปค และจะเข้าร่วมประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ณ นครเซินเจิ้น เดือนพฤศจิกายนนี้
นายกรัฐมนตรีเสนอเร่งผลักดันความร่วมมือใน 3 สาขาหลัก และเห็นพ้องอีก 2 ด้าน ดังนี้
1. การค้าและการลงทุน ไทยขอให้จีนเพิ่มนำเข้าผลไม้และอาหารแปรรูปคุณภาพสูงจากไทย ยินดีต้อนรับการลงทุนคณภาพจากจีนที่ช่วยยกระดับผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน ส่งเสริมการใช้วัตถุดิบในประเทศ ถ่ายทอดเทคโนโลยี ยกระดับทักษะแรงงานไทย และปฏิบัติตามกฎหมายไทย พร้อมเร่งรัดการจัดทำ FTA เพื่อประโยชน์ต่อนักลงทุนที่ใช้ไทยเป็นฐานการผลิต
2. การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน ยืนยันเดินหน้ารถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 ให้แล้วเสร็จตามกำหนดปี 2573 พร้อมเตรียมระยะที่ 2 และผลักดันสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2 รวมถึงเส้นทางรถไฟเชียงของ-นาเตย-โม่ฮัน เชื่อมโยงจีนตอนใต้ ไทย ลาว มาเลเซย และสิงคโปร์
3. ความมั่นคง เห็นพ้องจัดตั้งกลไกหารือด้านการต่างประเทศและกลาโหมไทย-จีน (2+2 Mechanism) โดยไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพครั้งแรก พร้อมขยายความร่วมมืออุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพัฒนาบุคลากร
4. วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เร่งขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้ง AI เทคโนโลยีสุขภาพ อวกาศ พลังงานนิวเคลียร์ และควอนตัม
5. การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ เพิ่มความร่วมมือแลกเปลี่ยนข่าวกรอง ข้อมูลการสืบสวน และธุรกรรมทางการเงิน เพื่อปราบปรามเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์และการฉ้อโกงทางการเงิน
นายกรัฐมนตรียังขอบคุณจีนที่สนับสนุนการท่องเที่ยวไทยผ่านการโปรโมทบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ของจีน พร้อมยืนยันความพร้อมดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวจีน
สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา นายกรัฐมนตรีขอบคุณจีนที่สนับสนุนการแก้ไขปัญหาผ่านกลไกทวิภาคีบนพื้นฐานความจริงใจ และชื่นชมบทบาทเชิงสร้างสรรค์ของจีนในการสนับสนุนให้ทุกฝ่ายกลับสู่โต๊ะเจรจา ทั้งนี้ ไทย-จีน ยังคงยึดกฎกติกาสากลภายใต้กรอบสหประชาชาติและ WTO

ภายหลังการหารือ นายกรัฐมนตรีทั้งสองประเทศร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงและบันทึกความเข้าใจ 15 ฉบับ ครอบคลุมด้านการอุดมศึกษา ห่วงโซ่อุตสาหกรรม การศึกษา AI ทรัพย์สินทางปัญญา นิวเคลียร์ฟิวชัน สาธารณสุข ดาวเทียมนำทางเป่ยโต่ว การป้องกันฟอกเงิน การส่งออกสัตว์น้ำ ความร่วมมือสื่อมวลชน การจดการน้ำ และการสำรวจอวกาศห้วงลึก และเวลา 12.00 น. นายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรีและคณะ



















