ผู้ว่าการเคหะฯ ตั้งทีมสอบข้อเท็จจริง ต่างด้าวเข้าทะเบียนบ้าน ย้ำให้สิทธิ์คนไทยเท่านั้น พร้อมสแกนทั่วไทย เจอที่ไหน สั่งเอาผิดที่นั่น จ่อลิ้งค์ข้อมูลเขตตรวจสอบเรียลไทม์ ย้ำแค่ตรวจทะเบียนบ้านไม่เพียงพอ
จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล กรมการปกครอง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) คณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สนธิกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่แฟลตดินแดง ในโครงการเคหะชุมชนดินแดง 2 เพื่อดำเนินการตรวจสอบกรณีการนำชื่อบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทยเข้าทะเบียนบ้านและการจัดทำบัตรประจำตัวบุคคลซึ่งไม่มีสถานะทางทะเบียนโดยมิชอบ
เมื่อวันที่ 20 ส.ค. นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) กล่าวถึงกรณีเรื่องนี้ว่า หลังทราบเรื่องนี้เราตกใจและรีบตรวจสอบ ทั้งนี้ต้องแยกประเด็น ที่ดินแดงนั้นเป็นอาคารเช่า ซึ่งการเคหะฯ เป็นผู้ดูแล ทำสัญญากับเช่าปีต่อปี แล้วผู้เช่าไปขอทะเบียนบ้านกับทางเขตแล้วนำทะเบียนบ้านมาให้การเคหะฯ ทั้งนี้ตามระเบียบเราอนุญาตเฉพาะคนไทยทำสัญญาเช่าเท่านั้น ไม่อนุญาตให้คนต่างด้าวมาเช่าอยู่ แต่เมื่อคนไทยที่เช่าแล้ว จะพาใครมาอยู่นั้นเราไม่สามารถทราบได้ ดังนั้นจากเหตุการณ์ครั้งนี้ตนได้สั่งการว่าจากนี้ เรื่องการสัญญาเช่าที่พักอาศัยของการเคหะฯ นั้น จะดูเล่มทะเบียนบ้านอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องสามารถตรวจสอบได้แบบเรียลไทม์เลยว่าใครเข้าไปใช้ ไปอยู่บ้าง โดยใช้ระบบ AI ในการเชื่อมข้อมูลกับทางเขต ซึ่งต้องมีการหารือเรื่องนี้ร่วมกันต่อไป
นายทวีพงษ์ กล่าวว่า สำหรับกระข่าวว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้ลามไปยังที่พักอาศัยของการเคหะฯ ในพื้นที่จังหวัดอื่นๆ นั้น อย่างเช่นกระแสข่าวว่ามีที่จังหวัดปทุมธานีนั้น ก็ต้องยืนยันว่าที่จังหวัดปทุมธานี ไม่มีที่พักอาศัยของการเคหะฯ สำหรับให้เช่าแต่อย่างใด พื้นที่อื่นเป็นอาคารขาย เหมือนกับคอนโดมิเนียมต่างๆ พอขายเสร็จ จบแล้วเขาก็จะไปตั้งบริษัทนิติบุคลมาบริหารดูแล ถือว่าหลุดจากเราไปแล้ว เราไม่ได้เข้าไปรับรู้รับทราบการเข้า การออกของคนในพื้นที่ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ได้สั่งการให้มีการเฝ้าระวัง ใส่ใจเรื่องพวกนี้ด้วย
นายทวีพงษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับตอนนี้ใส่วนของผู้ที่มีรายชื่อตามที่ตำรวจแจ้งมาเราก็ได้ยกเลิกสญญาเช่าไปแล้ว เพราะถือว่าเป็นการทำผิดสัญญา เนื่องจากตามระเบียบเราชัดเจนว่าไม่รับคนต่างด้าวมาเช่าที่พักอาศัย ยกเว้นที่จังหวัดสมุทรปราการ กรณีแรงงานต่างด้าวที่เป็นพนักงานโรงงานแล้วทางโรงงานมาเช่าที่ให้อยู่ ส่วนทางเจ้าหน้าที่ของการเคหะฯ จะมีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้หรือไม่ จากการพูดคุยทราบว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่เพื่อความโปร่งใสจึงได้มีการตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งกำหนดให้ได้ข้อสรุปในสัปดาห์หน้า สอบถามพร้อม
“เราใช้วิกฤตนี้มาเป็นโอกาสในการไล่ตรวจสอบที่พักอาศัยของเราทั้งหมด ถ้าพบอีก เจออีกก็ดำเนินการทันที โดยทำงานร่วมกับตำรวจ เพราะจุดเริ่มต้นมาจาก 3 เคส เพราะเหมือนเขาไปคัดลอก หรือทำอะไรไม่รู้ที่เขต ทำให้ตกใจว่าทำไมมีครมาอยู่เยอะจัง เขาจึงมาหาการเคหะฯ แล้วการเคหะฯ เราก็พาไปแจ้งความ หลังจากนั้นก็ต้องดูว่าจะช่วยเขาอย่างไร เพราะเราต้องตัดสิทธิ์เขาออกก่อน เพราะถือเป็นกลุ่มที่มีปัญหา” นายทวีพงษ์ กล่าว.



















