‘รัชนีกร’สับงบฯ70รายได้ไม่พอค่าใช้จ่าย จี้ถาม‘ทำไมไทยกลายเป็นคนป่วยเอเชีย’

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

‘สว.รัชนีกร’ กระตุกเตือนหนักๆ ‘รัฐบาล’ เลิกเลียแผลไปวันๆ-ทะเลาะกัน จี้ แก้เศรษฐกิจต้นเหตุ สับงบปี 70 รายได้ไม่พอจ่าย ถามแรง ‘ทำไมไทยกลายเป็นคนป่วยเอเชีย’ แนะ ดันธุรกิจเทคโนโลยี-บันเทิง ปั๊ม GDP ชาติ

วันที่ 11ก.ย.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีพล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ภายหลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสร็จสิ้น เมื่อวันที่10ก.ย.ที่ผ่านมา โดยน.ส.รัชนีกร ทองทิพย์ สว.อภิปรายว่า ในเรื่องของการวางแผนงบประมาณชาติ เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เราต้องช่วยกันคิดช่วยกันวางแผนเพื่อหาทางออกว่าในปีถัดไปเราจะทำอย่างไรให้ไม่ต้องกู้เงินมาชดเชยงบประมาณชาติ ที่ไม่พอค่าใช้จ่ายอีก ข้อมูล GDP ย้อนหลังตั้งแต่ปี 2534 ถึง 2569 และกล่าวต่อว่า หลังจากปี 2534 ที่ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เปลี่ยนสนามรบ เป็นสนามการค้า และเปิดเสรีทางการเงินและการลงทุน ประเทศไทยเราได้รับการขนานนามว่า เป็นเสือตัวที่ 5 ของเอเชีย คำถามคือ ทำไม 35 ปีที่ผ่านมา ไทยถึงโตไม่เท่ากับประเทศอื่นๆ ทำไมไทยถึงเติบโตต่ำ ทำไมจากเสือถึงกลายเป็นคนป่วยของเอเชียไปได้ นั่นหมายถึงประสิทธิภาพของไทยที่แสดงให้เห็นว่า รัฐบาล สส. และ สว.เอง ไม่ได้ผลักดันให้ไทยได้เท่าทันกับนานาอารยประเทศ

น.ส.รัชนีกร กล่าวต่อว่า รายได้ประชากรไทย ปัจจุบันอยู่ที่ 22,000 บาทต่อหัวต่อเดือน ซึ่งอยู่ในระดับกลางของภูมิภาค แต่เมื่อหันมาดูค่าแรงขั้นต่ำ ประเทศเราอยู่ระดับค่อนข่างท้ายๆของภูมิภาค ใครมีหน้าที่หลักในการผลักดันเศรษฐกิจของไทยที่ทำให้คนไทยไปถึงค่าแรงขั้นต่ำ 2,000 บาทต่อวันอย่าง สิงคโปร์ เกาหลีใต้ หรือญี่ปุ่นได้ ก็ต้องถามประชาชนว่าต้องการค่าแรงขั้นต่ำ อยู่ที่ 2,000 บาทต่อวันหรือไม่ และต้องย้อนกลับมาดูว่า สส. สว. ที่เรามีอยู่ มีความสามารถมีองค์ความรู้แค่ไหน ถ้าหากให้อาสาสมัครเข้ามาทำงานก็สามารถทำงานได้ แต่ถามว่าความสามารถจะเพียงพอหรือเปล่า

น.ส.รัชนีกร กล่าวอีกว่า วันนี้รายได้ของ สส.สว. หลังหักภาษีโดยประมาณ จะอยู่ที่ 16,000 บาทต่อเดือน ขณะที่สิงคโปร์อยู่ที่ 49,000 บาทต่อเดือน เกาหลีใต้ 300,000 บาทต่อเดือน แล้วผู้บริหารระดับสูง ของบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภคชั้นนำในประเทศไทยมีรายได้ต่อเดือน อยู่ที่ประมาณ 200,000 – 600,000 บาท เราอยากได้คนเก่งๆแบบนี้มาเป็นสส.สว.หรือไม่ที่จะสามารถวางรากฐานเศรษฐกิจไทยให้ไปถึงประเทศที่ประชาชนมีรายได้สูงได้ และในทุกวันนี้เรายังนั่งเถียงกันอยู่เลยว่าจะเลี้ยงข้าวให้ สส. สว.หรือไม่ จนป่านนี้ยังทำ Content กันไม่จบเลย ทั้งที่การใช้งบของสภาฯปีละ 8,000 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นแค่ 0.2% ของบประมาณแผ่นดินทั้งหมดที่ไม่มากจนเกินไป เมื่อเทียบกับการใช้งบประมาณของประเทศอื่น คนเก่งๆ มีความรู้ความสามารถ จะมีสักกี่คน ที่จะทิ้งอาชีพเข้ามาแล้วมาทำงานเพื่อชาติ ในขณะที่หลังจากหมดวาระ 4 ปี 5 ปีก็ต้องพ้นจากตำแหน่ง

“ทุกวันนี้มีคำถามว่า ฝ่ายบริหารมีประสิทธิภาพ มีความสามารถแค่ไหน เพียงพอหรือเปล่า ในการสร้างความเจริญในด้านต่างๆเพื่อขยายเศรษฐกิจ ประเทศไทยมีอัตราการเติบโต เป็น 7.6 เท่าใน 35 ปีที่ผ่านมา ทุกวันนี้ไทยอยู่ตรงไหนของเศรษฐกิจโลก และการทำงานของ สส. สว. ได้ผลักดันให้เกิดประสิทธิภาพในการผลักดันเศรษฐกิจหรือไม่หรือมัวแต่ทะเลาะกัน วันๆก็เอาแต่พูดคำว่าประชาธิปไตย ทั้งๆที่สิ่งที่ต้องยึดมั่นก็คือผลประโยชน์ของชาติและประชาชนเป็นหลัก สส. สว. ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ณ ตอนนี้ก็คือคนที่ตรวจสอบการทุจริตแทนที่จะมีชื่อเสียงจากความรู้ความสามารถในการวางยุทธศาสตร์ให้มีการพัฒนาเศรษฐกิจ ให้ GDP ของชาติโตขึ้น” ” น.ส.รัชนีกร กล่าว

น.ส.รัชนีกร กล่าวว่า วันนี้สิ่งที่เราควรทำคือการเมืองที่สร้างสรรค์ สส.สว.เองก็ควรที่จะเสนอแนะสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ไม่ใช่มัวแต่ทะเลาะกัน มัวแต่ตำหนิกัน ปัญหาของงบประมาณชาติ ปี 2570 ก็คือรายได้ไม่พอค่าใช้จ่าย รัฐบาลมีหน้าที่ต้องไปดูตรวจสอบว่าจะทำยังไง ให้เพิ่มรายได้และลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น บางอย่างลง ที่เห็นได้ชัดก็คือ เรื่องของการท่องเที่ยว ที่จำนวนนักท่องเที่ยวไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ก่อนโควิดเรามีจำนวนนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศประมาณ 40 ล้านคนต่อปีตอนนี้เหลือเพียง 35 ล้านคนต่อปี

น.ส.รัชนีกร กล่าวต่อว่า ประเด็นถัดไปเรื่องของการแก้ปัญหาจำนวนประชากรที่ลดลงอย่างต่อเนื่องทุกปีจากปี 2562 ถึง 2568 ในระยะเวลา 6 ปี จำนวนประชากรลดลงถึง 800,000 คน เพราะ จำนวนคนตายมีมากกว่าจำนวนคนเกิด วันนี้รัฐบาลเองก็ต้องมาทบทวนว่าทำอย่างไร ให้ประชากรเพิ่มขึ้น เพื่อส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศ

น.ส.รัชนีกร กล่าวอีกว่า ในส่วนของเรื่องการปฏิรูปภาษีก็เช่นกัน ทั้งภาษีที่ดิน ภาษีมรดก และภาษีมูลค่าเพิ่ม ไทยมีภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต่ำมากเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น แต่วันนี้แล้วยังไม่สามารถขึ้นภาษีได้ เพราะเศรษฐกิจไม่ดีประชากรเดือดร้อน ขณะที่ในอนาคต หากเราจะวางเป้าหมาย ว่าไทยเราอยากเป็น รัฐสวัสดิการ เรียนฟรี รักษาพยาบาลฟรี มีเบี้ยผู้สูงอายุ แล้วยังอยากไปสู่จุดที่สวัสดิการดีกว่าทุกวันนี้ รัฐบาลต้องทบทวนเรื่องการจัดเก็บภาษี ถ้าภาษีเพิ่มแล้วประชาชนอยู่ดีกินดี ก็ไม่น่ามีปัญหา และอีกเรื่องคือรัฐต้องปฏิรูปที่ดิน ต้องส่งเสริมการกระจายการถือครองที่ดิน ทุกวันนี้กระจุกตัวอยู่ที่นายทุน

น.ส.รัชนีกร กล่าวต่อว่า ข้อเสนอถัดไปที่สำคัญก็คือขอเสนอให้รัฐบาลส่งเสริมการพัฒนาการลงทุนใหม่ของประเทศในธุรกิจเทคโนโลยีมูลค่าสูง อย่างเช่น Social Media ธุรกิจ e-commerce Data Center AI agent และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิตอล สิ่งสำคัญอีกเรื่องก็คือรัฐบาลควรให้ความสนใจในการพัฒนาธุรกิจบันเทิงด้วย อเมริกามีมูลค่าการส่งออกธุรกิจบันเทิงอยู่ที่ 9.7 ล้านล้านบาท จีน 7.2 ล้านล้านบาท เกาหลีใต้ประมาณ 500,000 ล้านบาท ไทยเรามีอยู่แค่ 390,000 ล้านบาทเท่านั้นเอง หากกระทรวงวัฒนธรรมยังถือว่า ส่วนนี้เป็นโอกาสเราก็สามารถทำ การเทียบเคียงสมรรถนะ กับประเทศที่มีมูลค่า การส่งออกสูง ทางการประเมินตำแหน่ง ว่าเราอยู่ตรงส่วนไหนของตลาดหาช่องว่างที่เราต้องปรับปรุงและตั้งเป้าหมายเพื่อให้ไปถึง หรือพัฒนาให้ดีกว่า ดังนั้นเหตุผลที่ต้องพยายามส่งเสริมธุรกิจในประเทศ เพื่อที่จะพยายามส่งเสริมผู้ประกอบการ เพื่อเป้าหมายที่สำคัญก็คือรายได้ของรัฐที่จะมาจากการจัดเก็บภาษี รายได้นิติบุคคล ที่เป็นรายได้หลักของประเทศ เช่นญี่ปุ่นมีงบประมาณแผ่นดินอยู่ที่ 25.5 ล้านบาท ไทยเราวันนี้มี แค่ 3.788 ล้านล้านบาท ถ้าประเทศไทยส่งเสริมผู้ประกอบการและธุรกิจของไทยแล้วจะมีงบประมาณมาพัฒนาประเทศอีกมาก

น.ส.รัชนีกร กล่าวต่อว่า ประเด็นที่สำคัญอีกหนึ่งประเด็น เรื่องของการลดค่าใช้จ่าย ขอเสนอให้รัฐบาล ลดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น อย่างเช่นโครงการสร้างอาคาร กระทรวง หรือหอประชุมขนาดใหญ่ บางโครงการที่รัฐทำขึ้น ทำไมไม่วิเคราะห์โครงการก่อน เช่นหอประชุมขนาดใหญ่ที่สร้างแล้วไม่ได้ใช้ค่าบำรุงรักษาก็สูงมาก โครงการเสาไฟฟ้าโซล่าเซลล์ของ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่มีมูลค่าสูงถึง 62,000 บาทต่อต้น ตนไม่แน่ใจว่าความคงทนของโครงการอยู่ที่กี่ปี ไม่มีโครงการอื่นเร่งด่วนมากกว่าเสาไฟฟ้าแล้วหรือ โครงการของรัฐแต่ละโครงการ จะมีฝ่ายนโยบายจะแผน การที่จะจัดทำโครงการได้ ต้องมีฝ่ายวิเคราะห์องค์การที่จะวิเคราะห์เรื่อง ความจำเป็นของการจัดทำโครงการ ความคุ้มค่า และ การลำดับความสำคัญจำเป็นเร่งด่วน รัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์โครงการ ด้วยเช่นกัน

น.ส.รัชนีกร กล่าวต่อว่า ประเด็นการลดขนาดภาครัฐ รัฐต้องวางแผนกำลังคนภาครัฐใหม่ ข้าราชการและพนักงานของรัฐไทยวันนี้ มีประมาณ 3 ล้านคน รัฐบาลต้องไปดูเรื่อง ภาระงานและความจำเป็นของตำแหน่งงาน ตนไม่เห็นด้วยกับการฟรีซเงินเดือนข้าราชการ ท่านไปลดงบประมาณโครงการ ที่ไม่จำเป็น ดีกว่า

น.ส.รัชนีกร กล่าวต่อว่า ในส่วนของงบประมาณภัยพิบัติ ปีนี้ถูกตัดลดออกไปมาก ทำไมรัฐบาลไม่ เน้นโครงการด้านการเตรียมพร้อมป้องกัน ตนเล็งเห็นว่า โครงการ Single Reset ที่ถูกตัดงบประมาณไป เป็นโครงการที่มีความจำเป็นมาก ไทยมีทั้งหมด 22 ลุ่มน้ำ การวางแผนเตรียมพร้อม รับมือด้านภัยพิบัติน้ำ เป็นเรื่องสำคัญมาก เรามีนักวิจัยนักวิชาการ จำนวนมากทำไมไม่ใช้ หากแบ่งเป็น 22 ทีม ทีมละ 1 ลุ่มน้ำ แล้วก็จะมีรูปแบบ ที่แต่ละทีมนำมาแบ่งปันความรู้ เทคนิควิธีการ ก็จะได้ Single Reset ที่คนไทยทำ ไม่ต้องไปซื้อแพลตฟอร์มจากต่างประเทศที่มีข้อจำกัด เรื่องการอัพเดทข้อมูล หลักการพัฒนาระบบให้เหมาะสมกับประเทศไทย และบริบทที่เปลี่ยนไป รวมถึงความเสี่ยงที่ใหญ่มากคืออธิปไตยข้อมูลในอนาคต ถามว่าประเทศไทยมีปีไหนบ้างที่น้ำไม่ท่วม แต่รัฐไม่ได้เน้นเรื่องการป้องกันไม่ให้ทรัพย์สินของประชาชนเสียหาย ดูเสมือนว่า มุ่งแต่ถ้าใช้งบประมาณเยียวยาหรือเปล่า

น.ส.รัชนีกร กล่าวต่อว่า ตนขอเน้นย้ำ เรื่องที่ตั้งคำถามมาตั้งแต่ต้น ว่า รัฐบาลจะสามารถรับมือกับความท้าทายนี้ที่จะสามารถนำพาประเทศเราฝ่าวิกฤตไปได้หรือไม่ ตนขอให้กำลังใจรัฐบาลและขอฝากสิ่งที่สำคัญที่สุด รัฐบาลต้องแก้ปัญหาที่ต้นเหตุอยากแก้ที่ปลายเหตุ ทำงานอย่างมียุทธศาสตร์ หน้าที่ของฝ่ายบริหารก็คือวางแผนงาน การเติบโตทิศทางขององค์กรกำหนดนโยบาย 3 ปี 5 ปี ไม่ใช่การตามแก้ปัญหารายวัน และสิ่งที่สำคัญที่สุด ท่านต้องควบคุมการทุจริตภาครัฐ ให้ได้ เพราะนั่นหมายถึงการสูญเสียงบประมาณชาติและเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img