“ปชป.” ชื่นชมความสำเร็จไทยเป็นเจ้าภาพประชุมใหญ่ IMF และ World Bank พร้อมดึงบทเรียนเปรียบเทียบเศรษฐกิจไทยรอบ 35 ปี จากยุคโต 8-10% สู่โต 2% เตือนรัฐบาลระวังความเสี่ยงแฝงคล้ายก่อนวิกฤตต้มยำกุ้ง พร้อมแนะทางรอดปรับตัวรับมือยุค AI, สังคมสูงวัย และวิกฤตภูมิอากาศ
วันที่15 ตุลาคม 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีต รมว.คลัง แสดงความชมเชยและขอบคุณทุกภาคส่วน รวมถึงรัฐบาล กระทรวงการคลัง และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ที่ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมประจำปีธนาคารโลก (World Bank) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้อย่างมีประสิทธิภาพและได้รับคำชมอย่างล้นหลามจากผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 10,000 คนทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม นายกรณ์ ยังย้ำว่า นอกเหนือจากความสำเร็จในการเป็นเจ้าภาพจัดงาน สิ่งสำคัญที่สุดคือการถอดบทเรียนทางเศรษฐกิจที่ได้จากการประชุมดังกล่าว โดยเปรียบเทียบการเป็นเจ้าภาพในปี 2534 (เมื่อ 35 ปีก่อน) ซึ่งขณะนั้นเศรษฐกิจไทยเติบโตสูงถึง 8-10% ต่อปี แต่กลับแฝงไปด้วยความเสี่ยงอย่างการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดและการผูกอัตราแลกเปลี่ยนไว้กับเงินดอลลาร์ จนนำไปสู่วิกฤตต้มยำกุ้งภายในเวลาเพียง 6 ปีต่อมา สำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน แม้เศรษฐกิจไทยจะเติบโตเพียงประมาณ 2% กว่า ๆ แต่ก็ยังมีปัจจัยเสี่ยงแอบแฝงที่อาจนำไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจในรูปแบบใหม่ได้ ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพ รายได้ และคุณภาพชีวิตของประชาชน
นายกรณ์ เสนอแนะให้รัฐบาลและหน่วยงานที่ดูแลด้านเศรษฐกิจนำข้อเสนอแนะจาก IMF และ World Bank มาปรับใช้ในหลายมิติ ดังนี้ 1. การปรับตัวสู่ยุค AI เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน 2. การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมและภัยธรรมชาติที่กระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน 3. การรับมือโครงสร้างสังคมสูงวัย ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อเทียบกับในอดีต และ4.การปรับทิศทางการค้าต่างประเทศ ลดการพึ่งพาตลาดใหญ่อย่างสหรัฐฯ และจีนที่มากเกินไป แล้วหันมาสร้างความเข้มแข็งทางการค้ากับกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน
“ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันว่าจะนำข้อสังเกตและข้อเสนอแนะทั้งหมดจากการประชุมครั้งนี้ ไปประยุกต์ใช้ในการจัดทำนโยบายเศรษฐกิจของพรรค เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาปากท้องและพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป”นายกรณ์กล่าว



















