‘อนุทิน’ลุยปลดล็อกกม. ชู’รัฐฟังเอกชน’ดันไทยเบอร์ 1 เศรษฐกิจอาเซียน

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img



นายกฯ” นั่งหัวโต๊ะหารือภาคธุรกิจยักษ์ใหญ่ของประเทศ ย้ำรัฐบาลพร้อมลดอุปสรรคทางธุรกิจ ปลดล็อกกฎระเบียบล้าสมัย เดินหน้าพลังงานสะอาด โลจิสติกส์ และความมั่นคงทางอาหาร หวังยกระดับไทยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจอาเซียน พร้อมเปิดวงถกแบบไร้กำแพง “ไม่มีหัวโต๊ะ ทุกคนคือหุ้นส่วนประเทศ”

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 15 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมหารือร่วมระหว่างรัฐบาลกับภาคเอกชน เรื่อง “แนวทางการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ” โดยมีผู้แทนจากภาคธุรกิจและกลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

สำหรับฝ่ายรัฐบาล มีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจหลายกระทรวงเข้าร่วม อาทิ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ รวมถึงรัฐมนตรีด้านอุตสาหกรรม พลังงาน เกษตรฯ ดิจิทัลฯ และกลาโหม

ขณะที่ภาคเอกชน มีผู้บริหารระดับสูงจากกลุ่มธุรกิจชั้นนำของประเทศเข้าร่วม อาทิ นายภัคพล งามลักษณ์ ผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ นายเวทิต โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท สหพัฒนพิบูลย์ จำกัด (มหาชน) นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) และนายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ผู้บริหารบริษัท คิง เพาเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด

นายอนุทิน กล่าวว่า เวทีหารือครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง” โดยหลังกล่าวเปิดการประชุมแล้ว รัฐบาลพร้อมรับฟังความคิดเห็นจากภาคธุรกิจอย่างเต็มที่ เพื่อนำไปประมวลผลและกำหนดแนวทางสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันได้อย่างเต็มศักยภาพ

“รัฐบาลกับเอกชนต้องเดินไปด้วยกัน ต่างฝ่ายต่างไปไม่ได้ เพราะจะทำให้ประเทศไม่สามารถบรรลุเป้าหมายร่วมกันได้ วันนี้โลกกำลังเปลี่ยน ทั้งเรื่องการเงินระหว่างประเทศ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม ซึ่งล้วนส่งผลต่อเศรษฐกิจไทย” นายกฯ กล่าว

นายอนุทิน ระบุว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการลดอุปสรรคทางธุรกิจ ทั้งการแก้ปัญหากฎระเบียบซ้ำซ้อน ขั้นตอนอนุญาตที่ล่าช้า รวมถึงปัญหาการขาดแคลนแรงงานและทักษะที่ไม่สอดคล้องกับอุตสาหกรรมสมัยใหม่ พร้อมผลักดันอุตสาหกรรมสีเขียว ซึ่งกำลังเป็นทิศทางสำคัญของเศรษฐกิจโลก

นายกฯ กล่าวอีกว่า การประชุมครั้งนี้ถือว่า “ไม่มีหัวโต๊ะ” เพราะทุกคนคือหุ้นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ โดยได้จัดให้รัฐมนตรีนั่งกระจายร่วมกับภาคธุรกิจ เพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิดและตรงไปตรงมา

พร้อมกันนี้ นายอนุทิน ยังกล่าวถึงผลการเข้าร่วมประชุมอาเซียนที่ประเทศฟิลิปปินส์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่า ทุกประเทศต่างให้ความสำคัญใน 3 ประเด็นหลักตรงกัน ได้แก่ พลังงานสะอาด โลจิสติกส์ และความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งไทยมีศักยภาพสูงและสามารถก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางของอาเซียนได้

“ประเทศไทยมีโอกาสมากกว่าหลายประเทศ แต่รัฐและเอกชนต้องเดินไปด้วยกัน รัฐบาลพร้อมอำนวยความสะดวกทุกด้าน ไม่ยึดติดกับกฎหมายเก่าหรือขั้นตอนที่เป็นอุปสรรค เพื่อสร้างความเป็นธรรมและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้ประเทศ” นายอนุทิน กล่าว

นายกฯ ย้ำว่า ความสำเร็จของภาคเอกชนคือความสำเร็จของประเทศไทย พร้อมระบุว่า รัฐบาลได้หารือร่วมกับสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เพื่อจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้โดยเฉพาะ

ช่วงท้าย นายอนุทิน กล่าวเชิญชวนผู้ประกอบการหารืออย่างเต็มที่ พร้อมระบุว่า หากยังพูดคุยกันไม่จุใจ รัฐบาลได้จัดเลี้ยงอาหารค่ำ เพื่อเปิดโอกาสให้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพิ่มเติมอย่างไม่เป็นทางการ

“รัฐบาลขอเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารเย็นกับนักธุรกิจและผู้ประกอบการชั้นนำของประเทศ เพื่อใช้ทุกข้อมูลและทุกข้อเสนอ มาทำประโยชน์ให้ประเทศไทยได้มากที่สุด” นายอนุทิน กล่าวทิ้งท้าย

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img