การเมืองร้อน! “เทพไท” ซัดเดือดนายกฯ และสุชาติ หลังเปิดทางสนับสนุนให้กรมที่ถูกพาดพิงฟ้องดำเนินคดี กกร. ปมเปิดโพลแฉ 10 อันดับหน่วยงานรัฐเรียกรับสินบน ชี้ผลสำรวจคือกระจกสะท้อนความจริง เตือนรัฐบาลควรน้อมรับไปปรับปรุง ดีกว่าใช้อำนาจฟ้องปิดปากจนสังคมไม่กล้าพูดความจริง
เมื่อวันที่ 17 พ.ค.นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์วิจารณ์การเมือง และอดีตสส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความหัวข้อเรื่อง อนุทิน อย่าชี้ช่อง ปิดปากประชาชน ลงในเพจเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้คือ
หลังจากคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน3สถาบัน หรือกกร. ซึ่งประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และหอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย ได้สำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชน เกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ ซึ่งพบว่า มีหน่วยงานราชการต่างๆ ได้เรียกรับสินบนหรือผลประโยชน์จากภาคเอกชน และผลการสำรวจปรากฏว่า มีหน่วยงานของรัฐอันดับ1-10 และมีตัวเลขเปิดเผยชัดเจน
เมื่อกกร.ได้เปิดเผยผลสำรวจถึงความโปร่งใสของหน่วยราชการว่า กรมไหนบ้าง สังกัดกระทรวงใดบ้าง เรียกรับผลประโยชน์ในลำดับเท่าใดบ้าง จึงทำให้อธิบดีกรมที่ถูกพาดพิง จากผลการสำรวจว่า รับผลประโยชน์หรือติดสินบน หรือได้รับสินบนจากประชาชน ออกมาตั้งโต๊ะชี้แจง และท้าทายให้กกร.อธิบายถึงวิธีการสำรวจ หรือรายละเอียดของผลการสำรวจ เพื่อเปิดเผยข้อเท็จจริงออกมา ถ้าไม่สามารถเปิดเผยได้ ก็จะฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฎหมานย ซึ่งทำให้รัฐมนตรีเจ้ากระทรวง(นายสุชาติ ชมกลิ่น) ออกมาสนับสนุนหน่วยงานหรือกรมในสังกัดของกระทรวงที่ตัวเองรับผิดชอบ ฟ้องต่อดำเนินคดีกับกกร.
ล่าสุดนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ก็ยังเปิดทางสนับสนุนให้การฟ้องร้องได้ด้วย โดยอ้างว่า เมื่อกล้าที่จะระบุชื่อของกรมที่รับสินบน หรือกล้าที่จะเปิดเผยผลการสำรวจ ก็ต้องพร้อมรับการถูกฟ้องด้วย
ผมในฐานะนักวิเคราะห์การเมือง เห็นว่าผลการสำรวจของกกร.เป็นผลสะท้อนหรือกระจกเงาบานโตที่สะท้อนไปยังรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลพึงที่จะรับฟังความเห็นหรือผลการสำรวจของกกร.และโพลของสถาบันการศึกษาต่างๆ เพื่อนำไปปรับปรับปรุงแก้ไข เพราะผลการสำรวจจากประชาชนถือว่า เป็นความเห็นของประชาชนโดยบริสุทธิ์ใจ ไม่มีการโน้มเอียงใส่ร้าย หรือดิสเครดิตหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นผลการสำรวจที่มาจากความรู้สึกของประชาชนจริงๆ
ถ้าเป็นเช่นนี้อยากให้นายกรัฐมนตรีได้สั่งการไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่อยู่ใต้บังบังคับบัญชา ควรปรับปรุงแก้ไข ไม่ให้ผลการสำรวจของประชาชนออกมาในทางเสื่อมเสีย ดีกว่าไปยุ ไปให้ท้าย หรือไปชี้ช่องให้หน่วยงานราชการที่ถูกสะท้อนจากการสำรวจไปฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อเอาความผิดกับสำนักโพลต่างๆ หรือผู้สำรวจความคิดเห็นของประชาชน
ถ้าเป็นเช่นนี้ในโอกาสต่อไป อาจจะไม่มีใครกล้าพูดหรือกล้าเปิดเผยผลโพล เพราะการฟ้องร้องก็เปรียบเสมือนการปิดปากประชาชน แม้กระทั่งตัวผมเองก็ไม่กล้าที่จะอ่านผลการสำรวจของกกร. ว่า 10 อันดับ มีหน่วยงานทางราชการอะไรบ้าง ที่ประชาชนเห็นว่าทุจริตติดสินบน เมื่อนายกรัฐมนตรีเปิดทางให้หน่วยงานราชการฟ้องร้องได้ เจ้ากระทรวงของหน่วยที่ถูกผลการสำรวจเปิดเผยว่าได้รับสินบนเป็นอันดับ1 ชี้ช่องให้ฟ้องร้องต่อกกร.ได้ จึงทำให้ไม่กล้าพูดถึงผลการสำรวจของกกร.อีก
เพราะนั้นให้รัฐบาลเปิดกว้าง เมื่อผลการสำรวจออกมาเช่นไรก็ควรจะน้อมรับ และนำไปปรับปรุงไม่ใช่มาปฏิเสธมาโต้แย้ง มาดิสเครดิต หรือใช้วิธีการฟ้องปิดปากครับ



















