ฟันธง!ร่างแก้ไขรธน.ภท.ผ่านฉลุยล้าน% “เทพไท”ชี้ 4 ประเด็นกุมความได้เปรียบ

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“เทพไท เสนพงศ์” ชี้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับพรรคภูมิใจไทย ชิงความได้เปรียบทางการเมืองแบบเบ็ดเสร็จ หลังยื่นเสนอตั้ง สสร. 100 คนพิจารณาร่างใหม่ วิเคราะห์ชัดโมเดลนี้เอื้อ “ค่ายสีน้ำเงิน” ทั้งโควตา ส.ส. และ ส.ว. ในมือ มั่นใจกวาดเสียงสนับสนุนฉลุยผ่านวาระ 1 สบาย ๆ

เมื่อวันที่ 22 พ.ค.นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์วิจารณ์การเมืองและ อดีตสส.ประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า

ร่างแก้ไขรธน.ฉบับภูมิใจไทย ผ่านล้าน%

หลังจากพรรคภูมิใจไทยเข้ายื่นร่างแก้แก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพิ่มหมวด 15/1 การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต่อนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงเนื้อหาในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ของพรรคภูมิใจไทยอย่างกว้างขวาง

ในฐานะนักวิเคราะห์การเมืองอิสระ ได้เห็นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทย ที่มีความพร้อมและชิงการนำ โดยการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นพรรคการเมืองแรก จึงขอวิเคราะห์เนื้อหาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับของพรรคภูมิใจไทยว่า พรรคภูมิใจไทยได้เปรียบพรรคการเมืองอื่นๆใน4ประเด็น ซึ่งศึกษาจากโมเดลร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทย พบว่า

1.กำหนดให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญหรือสสร.จำนวน 100 คน มาจากการเลือกของรัฐสภา ตามสัดส่วนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคการเมือง และสมาชิกวุฒิสภา ถ้าหากกำหนดให้สสร.ได้รับการคัดเลือกมาจากส่วนของพรรคการเมืองต่างๆและสัดส่วนของสมาชิกวุฒิสภาหรือส.ว. ทำให้พรรคภูมิใจไทยได้เปรียบ เพราะมีจำนวนส.ส.มากถึง 192 คน และสมาชิกวุฒิสภาหรือที่เรียกกันว่าส.ว.สายสีน้ำเงิน มีจำนวนอย่างน้อย 150 คน แค่2ส่วนนี้รวมกันแล้ว ทำให้การเมืองสีน้ำเงินได้เปรียบพรรคการเมืองอื่นๆ

2.ต้องใช้เสียงมากกึ่งหนึ่งของทั้ง2สภา เพื่อจะมีมติให้ผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไปได้ ซึ่งข้อนี้ไม่เป็นปัญหากับร่างของพรรคภูมิใจไทยเลย เพราะลำพังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายรัฐบาลบวกกับกลุ่มส.ว.สายสีน้ำเงิน ก็มีจำนวนเกินครึ่งของรัฐสภาได้แบบสบายๆ

3.จะต้องมีเสียงส.ส.จากพรรคการเมืองที่ไม่ได้ร่วมรัฐบาลหรือส.ส.ฝ่ายค้าน เห็นชอบรวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ซึ่งในข้อนี้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทย ก็จะไม่เป็นปัญหาเช่นเดียวกัน เพราะการใช้เสียงจำนวนร้อยละ 20 จากสมาชิกพรรคฝ่ายค้านทำได้ไม่ยาก เพราะตอนนี้มีทั้งพรรคฝ่ายค้านและพรรคฝ่ายคอย ซึ่งสามารถใช้เสียงจากส.ส.พรรคฝ่ายค้านที่เป็นฝ่ายคอย ได้ครบร้อยละ 20 อย่างแน่นอน

4.จะต้องมีเสียงสมาชิกวุฒิสภาหรือส.ว. เห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่า1ใน4ของจำนวนส.ว.ที่มีอยู่ สำหรับข้อนี้จากเดิมส.ว.ต้องการให้มีเสียงจำนวน1ใน3ของส.ว. และฝ่ายส.ส.ต้องการ1ใน5 พรรคภูมิใจไทยจึงอ้างพบกันครึ่งทาง ใช้จำนวน1ใน4ของจำนวนส.ว.ที่มีอยู่ คือประมาณ 50 คน ซึ่งข้อนี้ก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับของพรรคภูมิใจไทย

เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทย มีความพร้อมและมีความเป็นไปได้มากที่สุด ลำดับต่อไปต้องพิจารณาเนื้อหาสาระของพรรคการเมืองอื่นๆ ที่ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาประกบ เช่น ร่างของพรรคประชาชน ร่างของพรรคเพื่อไทย ร่างของพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อจะดูว่าแต่ละร่างมีเนื้อหาสาระอย่างไร และมีโอกาสจะผ่านเสียงสนับสนุนในวาระ1ได้หรือไม่

แต่ที่แน่นอนคือ ร่างฉบับของพรรคภูมิใจไทย มีโอกาสผ่านในวาระ1ไปได้ 1000%

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img