‘ศรีสุวรรณ’ร้องกกต.สอบผู้สมัครสว.สีส้ม กว่า300คนปมสุมหัวประชุมห้องจูปิเตอร์

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

ศรีสุวรรณ จรรยา” ยื่น กกต. ไต่สวนกลุ่มผู้สมัคร สว. กว่า 300 คน ปมสุมหัวประชุมห้องจูปิเตอร์ เมืองทองธานี ตั้งข้อสังเกตเข้าข่ายฮั้วหรือวางแผนจัดตั้ง จี้ใช้มาตรฐานเดียวกันทุกฝ่าย ไม่ใช่เลือกปฏิบัติเฉพาะฝ่ายที่เห็นต่าง

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เดินทางเข้ายื่นคำร้องต่อ กกต. ขอให้ใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2560 มาตรา 41 ดำเนินการสืบสวนหรือไต่สวน เพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน

กรณีมีการกล่าวถึงกลุ่มผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ประมาณ 300 คน ที่มีการพบปะกันภายในห้องจูปิเตอร์ เมืองทองธานี ว่าอาจมีพฤติการณ์วางแผนจัดคนหรือดำเนินการร่วมกันในการเลือก สว. ซึ่งอาจเข้าข่ายทำให้การเลือกไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ขณะนี้ประเด็นการฮั้วเลือก สว. ของผู้สมัครบางกลุ่มอยู่ระหว่างการสืบสวนและไต่สวนของ กกต. รวมถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แต่ที่ผ่านมาได้มีการพูดถึงพฤติการณ์ของผู้สมัคร สว.อีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งถูกเรียกว่า “สว.สีส้ม” ว่ามีพฤติการณ์คล้ายคลึงกัน

โดยมีข้อกล่าวอ้างว่า ผู้สมัคร สว.กลุ่มดังกล่าวประมาณ 300 คน เคยมีการประชุมและพบปะกันที่ห้องจูปิเตอร์ เมืองทองธานี จึงเกิดข้อสงสัยว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นเพียงการรวมกลุ่มแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือเป็นการวางแผนจัดตั้งเพื่อส่งคนของฝ่ายตนเข้าสู่กระบวนการเลือก สว. ซึ่ง กกต. จำเป็นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ชัดเจน

นายศรีสุวรรณ ระบุว่า ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. พ.ศ.2560 มาตรา 41 กำหนดว่า เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยหรือมีข้อเท็จจริงปรากฏต่อ กกต. ไม่ว่าจะมีผู้ร้องเรียนหรือไม่ กกต. มีหน้าที่ต้องดำเนินการสืบสวนหรือไต่สวนเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐานโดยพลัน

“การเลือก สว. เป็นการแข่งขันของผู้สมัครแต่ละคนอย่างอิสระ แต่ที่ผ่านมา มีคำพูดเกี่ยวกับการ ‘ทำภารกิจร่วม’ ‘ทีมเดียวกัน’ ‘ส่งคนของเราเข้าไป’ หรือ ‘ส่งไม้ต่อ’ ซึ่งหากพฤติกรรมลักษณะนี้เกิดขึ้นกับฝ่ายหนึ่งถูกเรียกว่า ‘การจัดตั้ง’ หรือ ‘การทำงานเป็นทีม’ แล้วเหตุใดเมื่ออีกฝ่ายถูกกล่าวหาในลักษณะเดียวกันกลับถูกเรียกว่า ‘ฮั้ว’” นายศรีสุวรรณ กล่าว

นายศรีสุวรรณ ยังตั้งข้อสังเกตว่า การพิจารณาว่าการกระทำใดผิดหรือไม่ เป็นหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่การตัดสินจากความเห็นทางการเมือง พร้อมเรียกร้องให้ กกต. ใช้มาตรฐานเดียวกันกับทุกฝ่าย เพื่อไม่ให้คำว่า “ฮั้ว” กลายเป็นเพียงคำกล่าวหาที่ถูกเลือกใช้กับฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย

ทั้งนี้ นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า การยื่นคำร้องครั้งนี้ได้จัดเตรียมเอกสารและพยานหลักฐานเบื้องต้นมามอบให้ กกต. เพื่อขอให้ตั้งเรื่องดำเนินการสืบสวนและไต่สวนตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป โดยย้ำว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการเลือก สว.ของประเทศ.

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img