“เทพไท” ชี้คดีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นสเกลใหญ่ระดับแสนคน แก้ข้อสอบกว่า 5 พันราย แต่กลับฟันแค่ข้าราชการระดับ C10 ไม่กี่คน สังเกตคล้ายการ “ตัดตอน” ร้อง ป.ป.ช.-กองปราบฯ เค้นสอบอดีตอธิบดีและ มศว. สาวให้ถึง “ตัวการใหญ่ฝ่ายการเมือง” อย่าปล่อยให้ผู้มีบารมีลอยนวล!
เมื่อวันที่ 4 ส.ค.นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์วิจารณ์การเมืองและอดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า
โกงสอบท้องถิ่น อย่าตัดตอนแค่อธิบดี
เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวนคดีการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการและพนักงานท้องถิ่น จะจบลงเมื่อไหร่ว่า จริงๆมันจบแล้ว กระบวนการต่างๆ ทั้งการกล่าวหา การดำเนินคดี และการสอบวินัยร้ายแรง อยู่ในขั้นตอนหมดแล้ว รวมถึงการยกเลิกผลประกาศการสอบ ก็ดำเนินการแล้ว สิ่งที่ตามมาคือ การขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามลำดับ
การพูดของนายอนุทินแสดงว่า บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการและพนักงานท้องถิ่น ก็น่าจะมีเพียงข้าราชการที่ปรากฏตามข่าว ซึ่งตำรวจกองปราบปรามได้ออกหมายเรียกบุคคลระดับผู้บริหาร และข้าราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งปรากฏว่ามีข้าราชการที่ถูกเรียกไปรับทราบข้อกล่าวหา คือ 1.อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจำนวน2ราย 2.ผู้อำนวยการสำนักทดสอบการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัย
ศรีนครินทรวิโรฒ(มศว.) 3.ข้าราชการส่วนท้องถิ่นและผู้เกี่ยวข้องอื่นๆอีก 10 คน ซึ่งไม่นับรวมบุคคลที่เข้าสอบและทุจริตอีกจำนวนหนึ่ง
ถ้ายึดเอาข้าราชการระดับซี10 และระดับผู้อำนวยการสำนัก หรือระดับผอ. จะเห็นได้ว่ามีประมาณ 6-7คน ซึ่งถือว่าน้อยมาก ถ้าเปรียบเทียบกับโครงการทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการและพนักงานท้องถิ่น ที่มีบุคคลเข้าสอบจำนวนหลักแสนคน และมีการทุจริตบุคคลเข้าสอบสูงถึงหลักหมื่นคน และมีการตรวจสอบว่ามีชื่อในการแก้ข้อสอบทุจริตประมาณ 5000 คน ซึ่งสังคมทั่วไปเชื่อว่า ขบวนการนี้ต้องมีบุคคลเกี่ยวข้องหลายฝ่าย โดยเฉพาะฝ่ายการเมือง เพราะการทุจริตขนาดใหญ่เช่นนี้ ถ้าไม่มีเครือข่ายนักการเมืองเข้าร่วมด้วย เป็นไปไม่ได้
แต่เมื่อเห็นผลการสอบของตำรวจกองปราบปราม และปปช. ทำให้สังคมมีความรู้สึกว่า เป็นการตัดตอนเล่นงานเฉพาะข้าราชการประจำ ไม่เกี่ยวข้องกับฝ่ายการเมือง ทั้งที่เป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปว่า ในหลายพื้นที่ มีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง มีนักการเมืองเป็นตัวการ มีนักการเมืองเป็นนายหน้า รวมถึงฝ่ายปฏิบัติการระดับสูง ก็กระแสข่าวว่า มีมือทำงานของผู้มีบารมีทางการเมือง ประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน ระดับผู้บริหารหลายคน
จึงอยากให้ปปช.หรือตำรวจกองปราบปราม ได้ไปสอบสวนหาข้อเท็จจริง จากอดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น3คน อธิการบดีมศว. และผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มศว. ว่า มีมือทำงานของนักการเมืองผู้มีบารมี ได้โทรมาติดต่อประสานงานจริงหรือไม่ ถ้าเป็นจริงหมายถึงใคร และไม่อยากให้เรื่องนี้มีการตัดตอนแค่ข้าราชการระดับ 10 เพียง2 คน โดยปล่อยให้ฝ่ายการเมือง ซึ่งเป็นตัวการใหญ่ลอยนวล
ถ้าหากเรื่องนี้ นายอนุทินจะเปิดไฟเขียว และไม่ตัดจบ ตามที่ให้ข่าวมา ก็ควรจะเปิดโอกาสให้ตำรวจกองปราบปราม และปปช.ได้สืบสวนสอบสวนไปถึงตัวการที่เป็นนักการเมืองด้วย เพื่อให้สังคมได้สบายใจ และมีความมั่นใจว่า รัฐบาลชุดนี้เอาจริงเอาจังกับการปราบปราม เรื่องการทุจริตโดยไม่เลือกปฏิบัติ



















