“นิรัตน์” รองปลัด มท. แจงปม อปท.กังวลการเพิกถอนผู้ทุจริตสอบท้องถิ่น ยืนยันบัญชีคะแนนผ่านการตรวจสอบจากบริษัทคู่สัญญา มศว. ก่อน กสถ.-ก.กลาง และ สถ. สอบทานซ้ำรวม 4 รอบ พร้อมส่งเอกสารลับให้ ก.จังหวัดตรวจสอบในที่ประชุม เผยการเพิกถอนมีผล 31 ส.ค. ย้ำไม่สามารถเปิดเผยคะแนนรายบุคคลต่อสาธารณะได้ หวั่นถูกฟ้องละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 19 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย และรักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) แสดงความกังวลเกี่ยวกับการเพิกถอนผู้ที่ทุจริตในการสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นว่า มั่นใจในความถูกต้องและความรอบคอบของขั้นตอนที่ดำเนินการมาตั้งแต่คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) รับรองผลคะแนนที่ถูกต้อง ก่อนเสนอให้คณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) รับรองอีกครั้ง
นายนิรัตน์กล่าวว่า หากถามว่าคะแนนที่ถูกต้องมาจากไหน ข้อเท็จจริงคือมีการตรวจสอบคะแนนอยู่แล้วโดยบริษัทคู่สัญญาของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) ซึ่งเป็นหน้าที่ของบริษัทดังกล่าว เพียงแต่คะแนนที่ถูกต้องไม่เคยถูกนำมาใช้เท่านั้น เมื่อเกิดเหตุขึ้น กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางและสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ต่างพบและใช้บัญชีเดียวกัน จึงเป็นที่มาของคะแนนที่ถูกต้อง ซึ่งมีเพียงบัญชีเดียว
นายนิรัตน์กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 18 ส.ค. นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย มีความห่วงกังวลและต้องการให้สร้างความมั่นใจแก่เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ในพื้นที่ว่า บัญชีคะแนนดังกล่าวมีที่มาอย่างไร ซึ่งยืนยันว่าเป็นบัญชีที่มาจากการตรวจสอบของบริษัทคู่สัญญาของ มศว.
แม้ มศว. และ สถ. จะประสบปัญหาในบางขั้นตอน แต่หลักสำคัญคือการตรวจสอบตั้งแต่ต้นต้องถูกต้อง เมื่อเกิดเรื่อง ป.ป.ช.ได้นำบัญชีดังกล่าวไปใช้ขยายผลการไต่สวน ขณะที่ตำรวจสอบสวนกลางก็ใช้บัญชีเดียวกันในการตรวจสอบและรับรอง นอกจากนี้ สถ. ยังนำบัญชีเดียวกันมาสอบทานด้วยมือ โดยเปรียบเทียบระหว่างข้อมูลจากเครื่องกับการตรวจสอบโดยบุคคล ใช้เวลากว่า 10 วันจึงแล้วเสร็จ
“ฉะนั้น ทำมา 4 รอบแล้วโดยบัญชีเดียวกัน” นายนิรัตน์กล่าว
นายนิรัตน์กล่าวอีกว่า ปัจจุบันบัญชีคะแนนผ่านการตรวจสอบความถูกต้องโดยผู้มีหน้าที่รับรองแล้ว จากนั้นยังมีขั้นตอนการรับรองโดยคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ทั้ง กสถ. และ ก.กลาง ซึ่งได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ก่อนส่งเป็นเอกสารลับจาก ก.กลาง ไปยัง ก.จังหวัดทุกจังหวัด เพื่อให้พิจารณาในที่ประชุม
โดยในแต่ละจังหวัดจะมีคณะกรรมการ 3 ชุด ได้แก่ ก.อบต. ก.เทศบาล และ ก.อบจ. ซึ่งจะทยอยนัดประชุมตั้งแต่วันที่ 18 ส.ค. และต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 28 ส.ค. โดยกรรมการจะได้ตรวจสอบบัญชีและเอกสารที่เกี่ยวข้อง ซึ่งนายนิรัตน์ย้ำว่า ความกังวลของผู้บริหารท้องถิ่นเป็นเรื่องปกติ เพราะยังไม่ได้เห็นเอกสาร แต่จะได้เห็นรายละเอียดทั้งหมดในการประชุม เนื่องจากเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารลับ ไม่สามารถนำไปเผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์หรือเปิดเผยต่อสาธารณะได้ เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล
“เอกสารรับรองที่ส่งไปจะมีทั้งใบคะแนนที่ตรวจสอบ ทุกคนมีตรงนี้ มั่นใจได้ว่าถูกต้อง” นายนิรัตน์กล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า แต่ละจังหวัดมีการรายงานกลับมายังส่วนกลางหรือไม่ว่าการเพิกถอนดำเนินการไปถึงขั้นตอนไหนแล้ว นายนิรัตน์กล่าวว่า มี โดยการเพิกถอนจะมีผลในวันที่ 31 ส.ค. ส่วนการรายงานกลับมาเป็นการรายงานผลการประชุมของ ก.จังหวัด
นายนิรัตน์ยกตัวอย่างกรณี จ.ลำพูน ซึ่งนายวีระเดช ภู่พิสิฐ นายก อบจ.ลำพูน มีความกังวลเนื่องจากยังไม่เห็นเอกสารและใบคะแนน โดยได้ชี้แจงว่าเอกสารดังกล่าวมีอยู่ เพียงแต่จะสามารถตรวจสอบได้ในการประชุม ซึ่ง จ.ลำพูนได้ประชุมไปแล้วเมื่อวันที่ 18 ส.ค. และหลังจากได้เห็นเอกสาร นายก อบจ.ลำพูนก็เข้าใจและคลายความกังวล
“จะบอกว่า ที่ตนส่งเป็นเผือกร้อนไปให้ผู้บริหารท้องถิ่นปลายทาง ต้องบอกว่า มันอุ่นลงแล้ว มันเย็นลงเยอะแล้ว ด้วยการกลั่นกรองอย่างรอบคอบ และตรวจอย่างละเอียดของ กสถ. ก.กลาง และ สถ.” นายนิรัตน์กล่าว
เมื่อถามย้ำว่า สิ่งที่แต่ละพื้นที่กังวลเกิดจากการที่ยังไม่ได้เห็นใบคะแนนจริงใช่หรือไม่ นายนิรัตน์กล่าวว่า ใช่ เนื่องจากจะสามารถเห็นเอกสารได้ในการประชุมเท่านั้น เพราะใบคะแนนจริงของผู้เข้าสอบทั้งหมดมีจำนวนหลายหมื่นคน ไม่สามารถนำมาเผยแพร่บนเพจหรือเปิดเผยต่อสาธารณะได้ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล
“บางคนเขาจะฟ้องเอา นี่คือสิ่งที่น่ากลัวกว่า คือไปเอาคะแนนของแต่ละคนมาเผยแพร่สู่สาธารณะ ถูกฟ้องแน่นอน ตนไม่ทำ แต่ในที่ประชุมสามารถเอาขึ้นมาดูกันได้ แต่เป็นการประทับตราลับ” นายนิรัตน์กล่าว



















