“รักชนก” สส.พรรคประชาชน วิจารณ์โครงการ TH-AI Passport หลังยอดลงทะเบียนราว 1.5 ล้าน จากเป้า 5 ล้านราย แต่ระบุผู้ใช้งานจริงอยู่หลักแสน ตั้งข้อสังเกตข้อจำกัดระบบ-ความกังวลข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมวิจารณ์การใช้งบประชาสัมพันธ์และค่าใช้บริการรายเดือน
เมื่อวันที่ 2 ก.ย. น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความคิดเห็นถึงโครงการ TH-AI Passport พร้อมตั้งคำถามถึงผลตอบรับของโครงการว่า “แป๊กหรือไม่แป๊ก” โดยระบุว่า โครงการตั้งเป้าหมายผู้ลงทะเบียนไว้ 5 ล้านราย ขณะที่ยอดล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 1.5 ล้านราย และอ้างว่าจำนวนผู้ใช้งานจริง (active users) อยู่ในระดับหลักแสน
น.ส.รักชนกยังระบุถึงการประชาสัมพันธ์โครงการ โดยอ้างว่า เมื่อเข้าไปดูเพจ AiPassth พบว่ามีการใช้งบประมาณด้านประชาสัมพันธ์ และมีไมโครอินฟลูเอนเซอร์จำนวนมากทยอยเผยแพร่คลิปรีวิวโครงการ พร้อมกล่าวอ้างว่าเสียงสะท้อนจากผู้ใช้งานส่วนหนึ่งระบุว่าระบบมีข้อจำกัดหลายประการ เมื่อเปรียบเทียบกับ AI ที่เปิดให้ใช้งานฟรี โดยเห็นว่า AI ฟรีบางบริการใช้งานสะดวกกว่าและตอบคำถามได้ตรงไปตรงมามากกว่า
นอกจากนี้ น.ส.รักชนกกล่าวถึงข้อจำกัดในการตอบคำถามของระบบ โดยยกตัวอย่างการตั้งคำถามเกี่ยวกับประเด็นการรัฐประหาร มาตรา 112 หรือประเด็นละเอียดอ่อนอื่นๆ ซึ่งเธอระบุว่าระบบมีการล็อกไม่ให้ตอบ
ส่วนประเด็นข้อมูลส่วนบุคคล น.ส.รักชนกระบุว่า ประชาชนจำนวนมากมีความกังวลเกี่ยวกับการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบ ขณะที่บริษัทเอกชนหลายแห่งมีประกาศเตือนพนักงานไม่ให้นำข้อมูลทางการค้าของบริษัทไปป้อนในระบบดังกล่าว
น.ส.รักชนกยังกล่าวถึงการประชาสัมพันธ์ให้ลงทะเบียน โดยระบุว่า ก่อนหน้านี้มีการส่งหนังสือไปยังทุกกระทรวง ทบวง กรม เพื่อขอความร่วมมือให้บุคลากรลงทะเบียน และในช่วงเปิดลงทะเบียนรอบแรก นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เคยกล่าวถึงยอดผู้ลงทะเบียนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วว่า มีผู้ลงทะเบียนประมาณวันละ 1 แสนราย
อย่างไรก็ตาม น.ส.รักชนกอ้างว่า ปัจจุบันยอดผู้ลงทะเบียนยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย จึงมีการส่งหนังสือไปยังหน่วยงานท้องถิ่นในทุกจังหวัด รวมถึงโรงเรียน รัฐวิสาหกิจ และคู่สัญญาของภาครัฐ เพื่อขอความร่วมมือให้ลงทะเบียน โดยตั้งข้อสังเกตว่า ในอนาคตอาจขยายไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น อบต. และเทศบาล
ช่วงท้าย น.ส.รักชนกระบุว่า แม้ส่วนตัวจะลงทะเบียนโครงการแล้ว แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะใช้งาน พร้อมแสดงความกังวลทั้งเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลและค่าใช้จ่ายของภาครัฐ โดยระบุว่าไม่ต้องการให้รัฐต้องใช้งบประมาณเดือนละ 25 บาทต่อผู้ใช้งาน เพื่อจ่ายให้ผู้รับเหมา พร้อมตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของการใช้งบประมาณแผ่นดิน และย้ำว่าเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ตนไม่ต้องการใช้งานโครงการดังกล่าว



















