“สมชัย ศรีสุทธิยากร” อดีต กกต. เปิดเอกสารการทำงานอนุกรรมการวินิจฉัยคดีฮั้ว สว.ชุดที่ 36 ตอนที่ 2 ตั้งคำถามความน่าเชื่อถือของกระบวนการประชุม เผยประชุมสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ครั้งละ 2 ชั่วโมงครึ่ง เบี้ยประชุมเฉลี่ยคนละ 2 หมื่นบาทต่อเดือน ขณะที่เวลาส่วนใหญ่ใช้ฟังเลขาฯ อ่านสรุปสำนวน ส่วนการมีมติใช้เวลาเพียงเล็กน้อย
เมื่อวันที่ 2 ก.ย. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก พร้อมเปิดเผยเอกสารเกี่ยวกับการทำงานของอนุกรรมการวินิจฉัยคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ชุดที่ 36 ต่อเนื่องเป็นตอนที่ 2 โดยตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการประชุมและการวินิจฉัยคดี พร้อมตั้งคำถามว่า เหตุใดการทำงานของอนุกรรมการวินิจฉัยฯ จึงอาจขาดความน่าเชื่อถือ
นายสมชัย ระบุว่า การประชุมของอนุกรรมการวินิจฉัยฯ เริ่มครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2568 และประชุมครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2569 โดยกำหนดประชุมทุกวันอังคารและพฤหัสบดี เวลา 13.30-16.00 น. หรือครั้งละประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง มีเบี้ยประชุมสำหรับประธาน 3,000 บาท และกรรมการ 2,500 บาทต่อครั้ง ทำให้ในหนึ่งเดือนซึ่งมีการประชุมเฉลี่ย 8 ครั้ง อนุกรรมการแต่ละคนจะได้รับค่าตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 20,000 บาทต่อเดือน
สำหรับวิธีการประชุม นายสมชัยระบุว่า ทีมเลขานุการอนุกรรมการประมาณ 9 คน จะผลัดกันนำเสนอสำนวนการไต่สวนทีละคดี โดยเป็นการอ่านสรุปสำนวน ซึ่งแต่ละคดีมีความยาวเฉลี่ย 4-5 หน้า และบางคดีอาจยาวถึง 10 หน้า พร้อมระบุรายละเอียดเกี่ยวกับพยานบุคคล เส้นทางการเงิน พยานวัตถุ โพย รูปถ่าย และคลิปบันทึกเสียง รวมถึงนำเสนอความเห็นของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลางคณะที่ 26 และความเห็นของเลขาธิการ กกต.
นายสมชัยระบุอีกว่า จากลักษณะการประชุมดังกล่าว สัดส่วนเวลาส่วนใหญ่ประมาณ 95% ใช้ไปกับการนำเสนอข้อมูลและสรุปสำนวน ขณะที่ช่วงที่อนุกรรมการมีมติใช้เวลาประมาณ 1% ส่วนเวลาที่เหลือเป็นการซักถามและงานธุรการอื่นๆ
พร้อมยกตัวอย่างรายงานการประชุมครั้งที่ 12/2569 เมื่อวันที่ 12 ก.พ. 2569 ซึ่งเริ่มประชุมเวลา 14.00 น. และสิ้นสุดเวลา 16.30 น. รวมระยะเวลา 2 ชั่วโมง 30 นาที โดยรายงานการประชุมมีจำนวน 39 หน้า
นายสมชัยระบุว่า หน้าแรกเป็นรายนามผู้เข้าร่วมประชุม วาระเรื่องแจ้งให้ทราบ และการรับรองรายงานการประชุม คิดเป็นสัดส่วน 2.56% ขณะที่หน้า 2-39 จำนวน 38 หน้า เป็นวาระเสนอเพื่อพิจารณาต่อเนื่อง โดยฝ่ายเลขานุการเป็นผู้อ่านเอกสารสำนวนของคณะ 26 และไม่มีการซักถาม คิดเป็นสัดส่วน 95.62%
ส่วนมติที่ประชุมมีเพียง 1 บรรทัด ระบุว่า “รับทราบข้อเท็จจริงตามที่ผู้ชี้แจงได้แถลง” ซึ่งนายสมชัยคำนวณว่า คิดเป็นสัดส่วนเพียง 0.025% ของรายงานการประชุม ขณะที่อีก 5 บรรทัดเป็นวาระอื่นๆ เช่น การกำหนดวันประชุมครั้งต่อไป คิดเป็นสัดส่วน 0.125%
นายสมชัยทิ้งท้ายว่า เรื่องดังกล่าวเป็น “ตอนที่ 2” และเตรียมติดตามนำเสนอ “ตอนที่ 3 ความเป็นมืออาชีพของชุด 26” ต่อไป



















