“ปกรณ์ นิลประพันธ์” แจงศาลปกครองสูงสุดสั่งให้ศาลชั้นต้นรับคดี “นพ.สรณ” ฟ้องปมวินิจฉัยคุณสมบัติ กสทช. เป็นสิทธิตามกฎหมายของผู้มีส่วนได้เสีย ย้ำยังไม่มีคำสั่งคุ้มครองหรือเปลี่ยนแปลงขั้นตอนที่รัฐบาลดำเนินการ เชื่อกระบวนการทูลเกล้าฯ พ้นตำแหน่งยังเป็นไปตามกฎหมาย
เมื่อวันที่ 2 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงกรณีศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งกลับคำสั่งศาลปกครองชั้นต้น ให้รับคำฟ้องคดีที่ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ยื่นฟ้องคณะกรรมการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กรณีวินิจฉัยคุณสมบัติของตนเอง ว่าจะส่งผลต่อขั้นตอนการนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อให้ออกจากตำแหน่งหรือไม่นั้น
นายปกรณ์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวไม่มีประเด็นที่ต้องกังวล เนื่องจากศาลปกครองสูงสุดเพียงมีคำสั่งให้ศาลปกครองชั้นต้นรับคดีไว้พิจารณา เนื่องจาก นพ.สรณ เป็นผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการสรรหา กสทช.ก็เปิดช่องให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถใช้สิทธิฟ้องคดีต่อศาลได้
ส่วนผลกระทบจากคำสั่งของศาลปกครองสูงสุด นายปกรณ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินการของรัฐบาล เนื่องจากรัฐบาลยืนยันว่าได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด โดยเห็นว่าคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาเป็นที่สุด ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 203 วรรคห้า ประกอบมาตรา 217 และมาตรา 15/1 ของกฎหมาย กสทช.
“ในชั้นนี้ต้องรอคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น และรอคำสั่งของศาลว่าจะสั่งอย่างไร” นายปกรณ์กล่าว
เมื่อถามว่า ขณะนี้ นพ.สรณ ได้รับการคุ้มครองจากศาลหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า เท่าที่ทราบ ศาลยังไม่ได้มีคำสั่งใด ๆ โดยข้อมูลที่ได้รับในขณะนี้เป็นข้อมูลจากสื่อมวลชน และยังไม่ได้เห็นคำสั่งฉบับจริง
ส่วนกรณีที่ขั้นตอนการนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อพ้นจากตำแหน่งได้ดำเนินการไปแล้ว จะต้องทำอย่างไรต่อ นายปกรณ์ กล่าวว่า รัฐบาลเห็นว่าได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด ขณะที่ขณะนี้เป็นกระบวนการของศาล จึงต้องรอว่าศาลจะมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวหรือมีคำสั่งอย่างอื่นหรือไม่ หากศาลมีคำสั่งอย่างไรก็ต้องปฏิบัติตามนั้น
เมื่อถามว่า จำเป็นต้องดึงเรื่องการทูลเกล้าฯ กลับคืนมาหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า “ไม่ต้อง เพราะรอศาลตัดสินอยู่”
นายปกรณ์ ย้ำว่า ขณะนี้ศาลยังไม่ได้มีคำสั่งใด ๆ จึงไม่ควรพูดหรือคาดการณ์ล่วงหน้า เพราะอาจทำให้เกิดความสับสน และไม่เป็นผลดีต่อกระบวนการโดยรวม
“ตอนนี้ศาลยังไม่ได้ออกคำสั่งอะไรเลย อย่าไปพูดล่วงหน้า รอศาลก่อนดีกว่า เพราะถ้าพูดไปเดี๋ยวจะสับสน และไม่ดีกับทั้งระบบ” นายปกรณ์กล่าว
ส่วนกรณีนายกรัฐมนตรีรับทราบเรื่องดังกล่าวแล้วหรือไม่นั้น นายปกรณ์ กล่าวว่า ไม่ทราบ เนื่องจากยังไม่ได้พบกับนายกรัฐมนตรี



















