“สมชัย” เปิดโพสต์เดือด! จี้ปมอนุฯ ชุด 36 พิจารณาคดีฮั้ว สว. ชี้ตั้งกรอบตีความทำเอาผิดยาก

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“สมชัย ศรีสุทธิยากร” อดีต กกต. โพสต์ต่อเนื่องวิจารณ์การทำงานอนุกรรมการชุดที่ 36 กรณีคำร้องฮั้วเลือก สว. ตั้งข้อสังเกตการกำหนดกรอบพิจารณาความผิดตามมาตรา 76 อาจกลายเป็นการ “ฆ่าตัดตอน” ไม่ให้ไปถึงฝ่ายการเมือง พร้อมตั้งคำถาม หากตีความว่า “ไม่รู้เท่ากับไม่ยินยอม” จะเอาผิดผู้สมัครที่รับการช่วยเหลือได้อย่างไร

เมื่อวันที่ 4 ก.ย. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. โพสต์สตอรี่ต่อเนื่อง ถึงการทำงานของอนุฯ ชุดที่ 36 ที่พิจารณาเป่าคำร้องฮั้ว สว. ของกรรมการชุดที่ 26 โดยวันนี้โพสต์ว่า “สร้างกรอบการประชุม เพื่อฆ่าตัดตอนไม่ให้ถึงนักการเมือง ความชาญฉลาดของคนเขียนบท คือ ให้อนุวินิจฉัย ชุด 36 ต้องเดินตามกรอบกติกาที่วางไว้แต่แรก ว่าจะพิจารณาด้วยเกณฑ์อะไรบ้าง

นายอนุชา จันทร์สุริยา ที่มีตำแหน่งเป็นหนึ่งในอนุ ฯ แต่แสดงบทบาทนำการประชุมแทน นายเชาวนะ ไตรมาศ  ซึ่งเป็นประธานแค่ในนาม ก็ฉายแสงสุริยา ตั้งแต่การประชุมครั้งที่ 3/2568 เมื่อวันอังคารที่ 18 พฤศจิกายน 2568  ในเอกสารการประชุมหน้า 2 เมื่อเริ่มเข้าสู่วาระที่ 3 เรื่องเพื่อพิจารณา อนุชา ก็กล่าวถึง กรอบการพิจารณา กรณีกรรมการบริหารพรรค สส. สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไปช่วยเหลือผู้สมัคร สว. โดยตีกรอบพิสดาร 4 ข้อ กรณี ผู้สมัครยอมให้ฝ่ายการเมืองช่วย ตามวรรคสองของมาตรา 76 คือ

  1. ผู้กระทำผิดต้องเป็นผู้สมัคร
  2. มีการช่วยเหลือจาก ฝ่ายการเมือง
  3. ยินยอมรับการช่วยเหลือ
  4. มีเจตนาเพื่อให้ได้รับเลือกเป็น สว.

แถมยังอธิบายว่า ไม่รู้ แปลว่า ไม่ยินยอม หรือ ถ้าไม่ชัดเจนว่า เกี่ยวข้องก็ไม่ผิด ข้อ 1 และ ข้อ 2 ไม่มีปัญหา ส่วนข้อ 3 หากตีความว่า ไม่รู้แปลว่า ไม่ยินยอมและไม่ผิด ถามหน่อยว่า ใครจะตอบว่ารู้ ก็จะกลายเป็นว่า ที่ฝ่ายการเมืองเขาแอบมาช่วย โดยใช้เงินทองและกลไกเครือข่ายต่าง ๆ ของพรรคนั้น หนูเปล่านะ เขามาเอง ดังนั้นหนูไม่ผิด เอาผิดกะหนูไม่ได้

ส่วนข้อ 4 ยิ่งตัดตอนว่า หากไม่มีความประสงค์จะเป็น สว. ก็ไม่เกี่ยว ยิ่งไปรวมกับข้อ 1 ที่ตีความตามตัวบทว่า เฉพาะผู้สมัคร ดังนั้น เอาเงินไปให้ พวก voters พลีชีพ 0 คะแนนทั้งหลาย กลายเป็นไม่มีความผิด

วรรคสอง เป็นกรณีผู้สมัครรับการช่วยเหลือจากฝ่ายการเมืองเป็นความผิด พอตีกรอบแบบพิสดารให้หาคนผิดได้ยาก ยังพัวพันกลับไปยังวรรคหนึ่ง ที่เป็นความผิดของฝ่ายการเมืองช่วยผู้สมัครอย่างล้ำลึก ให้ไม่มีฝ่ายการเมืองถูกเอาผิดแม้แต่รายเดียว เพราะเมื่อ ไม่มีผู้สมัครที่ถูกช่วยเหลือจากฝ่ายการเมือง (วรรคสอง) ก็ย่อมไม่มีฝ่ายการเมืองช่วยผู้สมัคร (วรรคหนึ่ง) นายอนุชา จันทร์สุริยา ถ้าคิดเอง ไม่มีคนเขียนบทให้ ต้องบอกว่าอัจฉริยะมากครับ.

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img