โฆษกรัฐบาลแจงแนวทางปรับปรุงกฎหมายและระบบควบคุมอาวุธปืน มุ่งยกระดับความปลอดภัยประชาชน พร้อมจัดทำฐานข้อมูลและทบทวนกฎหมายให้เหมาะกับสถานการณ์ ย้ำข่าวลือให้ต่อใบอนุญาตและเสียค่าธรรมเนียมทุก 1–2 เดือน “ไม่ใช่แนวทางที่กำลังพิจารณา” ขณะที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่และนักกีฬายังดำเนินการเกี่ยวกับอาวุธปืนได้ตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย
เมื่อวันที่ 13 ก.ย. นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงแนวทางการปรับปรุงกฎหมายและระบบควบคุมอาวุธปืนว่า มีเป้าหมายสำคัญเพื่อยกระดับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ควบคู่กับการคำนึงถึงความจำเป็นของผู้ที่กฎหมายอนุญาตให้ครอบครองหรือพกพาอาวุธปืน
แนวทางดังกล่าวให้ความสำคัญกับการจัดทำฐานข้อมูลและการทบทวนกฎหมายให้สอดคล้องกับความจำเป็น รวมถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน
นายเอกภพย้ำว่า ข้อมูลที่ระบุว่าจะให้ประชาชนต้องต่อใบอนุญาตและเสียค่าธรรมเนียมทุก 1–2 เดือนนั้น ไม่ใช่แนวทางที่อยู่ระหว่างการพิจารณา พร้อมระบุว่า ผู้ปฏิบัติหน้าที่และนักกีฬายังคงสามารถดำเนินการเกี่ยวกับอาวุธปืนได้ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
อย่างไรก็ตาม การมีใบอนุญาตให้มีและใช้ปืน ไม่ได้หมายความว่าสามารถพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะได้โดยไม่มีเงื่อนไข เนื่องจากทั้งการครอบครองและการพกพายังคงต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
โฆษกรัฐบาลขอให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานราชการและแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เนื่องจากขณะนี้การปรับปรุงกฎหมายดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนของ ร่างกฎหมายและกระบวนการพิจารณาตามกระบวนการนิติบัญญัติ ยังไม่ใช่กฎหมายที่มีผลบังคับใช้แล้ว
ทั้งนี้ รัฐบาลระบุว่า การปรับปรุงกฎหมายมีเป้าหมายเพื่อยกระดับความปลอดภัยในชีวิตของประชาชน ขณะเดียวกันผู้ปฏิบัติหน้าที่และนักกีฬาที่มีความจำเป็นต้องครอบครองหรือพกพาอาวุธปืน ยังคงสามารถดำเนินการได้ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด



















