โฆษกดีเอสไอเผย กกต.มีมติคดีฮั้วเลือก สว.อย่างไร จะเร่งประสานขอข้อมูลมาประกอบสำนวนคดีพิเศษอั้งยี่–ฟอกเงิน สว. ย้ำผล กกต.ไม่ผูกพันคดีดีเอสไอ 100% หลังมีพยานหลักฐานของตัวเองอยู่แล้ว พร้อมระบุพบผู้กระทำผิดมากกว่า 8 รายในล็อตแรก โดยเฉพาะเครือข่ายระดับสายจังหวัด
เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยถึงการพิจารณาสำนวนคดีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า กกต.ได้ประชุมลงมติวินิจฉัยชี้ขาดผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการที่ถูกกล่าวหาว่าฮั้วเลือก สว.ตามกฎหมายเลือกตั้ง
พ.ต.ต.วรณันกล่าวว่า ผลการพิจารณาของ กกต.เป็นหนึ่งในประเด็นที่พนักงานอัยการคดีพิเศษกำหนดให้ดีเอสไอต้องนำรายงานความเห็นของ กกต.มาประกอบสำนวนคดีพิเศษที่ 24/2568 ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาอั้งยี่และฟอกเงินในคดี สว.
ดังนั้น ไม่ว่าผลการวินิจฉัยของ กกต.จะออกมาในลักษณะใด ดีเอสไอโดยหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนจะประสานขอข้อมูลจาก กกต.โดยเร็ว เพื่อนำมาใช้ประกอบการพิจารณาสำนวนของดีเอสไอ ซึ่งปัจจุบันมีการสอบปากคำและรวบรวมพยานหลักฐานไว้แล้ว
โฆษกดีเอสไอระบุว่า จำเป็นต้องรอรายงานผลการวินิจฉัยของ กกต.อย่างเป็นทางการก่อน เพื่อพิจารณาว่ามีการสั่งฟ้องหรือไม่สั่งฟ้องบุคคลใด จำนวนเท่าใด และมีเหตุผลประกอบการวินิจฉัยอย่างไร
ย้ำผล กกต.ไม่ผูกพันสำนวนดีเอสไอ 100%
พ.ต.ต.วรณันยังกล่าวถึงกรณีมีการเผยแพร่เอกสารของพยานรายหนึ่งในคดีฮั้ว สว. ซึ่งทำหนังสือกลับคำให้การถึงประธาน กกต. โดยกล่าวอ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่ดีเอสไอข่มขู่ให้ให้การเท็จเพื่อแลกกับการกันตัวเป็นพยานว่า เรื่องดังกล่าวอยู่ในส่วนของสำนวนคดีตามกฎหมายเลือกตั้งของ กกต. ไม่ได้อยู่ในสำนวนคดีพิเศษอั้งยี่–ฟอกเงินของดีเอสไอ
แม้ดีเอสไอจะส่งเจ้าหน้าที่ไปร่วมสืบสวนสอบสวนกับเจ้าหน้าที่ กกต. แต่พยานรายดังกล่าวไม่ได้อยู่ในสำนวนคดีหลักของดีเอสไอ จึงไม่สามารถตอบแทนคณะทำงานของ กกต.ได้ว่ากรณีดังกล่าวจะดำเนินการอย่างไร
ส่วนกรณีพยานร้องเรียนว่ามีการข่มขู่โดยเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ พ.ต.ต.วรณันกล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่า ขณะนี้ดีเอสไอยังไม่ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง หรือคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรงกับเจ้าหน้าที่ที่ถูกกล่าวพาดพิง
ขณะที่มีรายงานจากภายในคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษว่า ไม่ว่าผลการวินิจฉัยของ กกต.จะส่งบุคคลเข้าสู่ศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้งทั้งหมด หรือไม่มีการชี้มูล หรือชี้มูลเพียงบางส่วน ดีเอสไอก็จำเป็นต้องนำรายงานความเห็นของ กกต.มาประกอบการพิจารณาสำนวนในทุกประเด็น
อย่างไรก็ตาม ผลการวินิจฉัยของ กกต.ไม่ได้หมายความว่าจะมีผลผูกพันต่อสำนวนคดีอั้งยี่–ฟอกเงินของดีเอสไอ 100% เนื่องจากดีเอสไอมีพยานหลักฐานและประเด็นการสอบสวนของตนเอง
ก่อนหน้านี้ ดีเอสไอได้มีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหา 8 รายส่งให้พนักงานอัยการคดีพิเศษแล้ว แต่พนักงานอัยการมีคำสั่งให้ดีเอสไอรวมสำนวนกับสำนวนของ กกต. ทำให้สำนวนถูกส่งกลับมา และต้องรอผลการพิจารณาของ กกต.ก่อน
ดีเอสไอเผยพบผู้กระทำผิดมากกว่า 8 ราย
สำหรับความคืบหน้าของคดี พ.ต.ต.วรณันระบุว่า ขณะนี้พยานหลักฐานในสำนวนดีเอสไอพบว่า มีผู้ที่เข้าข่ายกระทำความผิดในขบวนการอั้งยี่–ฟอกเงินเกี่ยวกับคดี สว.มากกว่า 8 ราย ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในล็อตแรก โดยเฉพาะกลุ่มเครือข่ายที่ทำหน้าที่เป็น “หัวจ่าย” ในระดับสายจังหวัด
ดีเอสไอจะรอข้อมูลและข้อเท็จจริงจาก กกต.ก่อน จากนั้นจึงนำมาประกอบกับพยานหลักฐานของดีเอสไอ เพื่อสรุปสำนวนและมีความเห็นทางคดี ก่อนส่งกลับไปยังพนักงานอัยการคดีพิเศษดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
ทั้งนี้ ข้อมูลเกี่ยวกับผู้กระทำผิดและความเชื่อมโยงกับเครือข่ายทางการเมืองที่กล่าวถึงข้างต้น เป็นข้อมูลตามแนวทางการสอบสวนของดีเอสไอในขณะนี้ และยังต้องผ่านกระบวนการยุติธรรมเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงและความรับผิดของแต่ละบุคคลต่อไป



















