“เทพไท” เรียกร้อง กกต.เร่งสอบคดีฮั้ว ส.ว.ทุกกลุ่มอย่างตรงไปตรงมา หลังมีกระแสข่าวสั่งสอบเพิ่ม 3 สำนวนที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มการเมืองสีส้ม ชี้ต้องใช้หลักเกณฑ์เดียวกับคดีฮั้ว ส.ว.สีน้ำเงิน พร้อมย้ำพิจารณาจากพยานหลักฐาน ไม่ใช่ข้อกล่าวหาหรือการซัดทอด
เมื่อวันที่ 19 ก.ย.นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง และอดีตสส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความระบุว่า ฮั้วส.ว.น้ำเงิน-ส้ม ต้องมาตรฐานเดียวกัน
มีกระแสข่าวว่าคณะกรรมการเลือกตั้งชุดใหญ่ ได้มีมติสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติมใน3สำนวน ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มการเมืองสีส้ม คณะก้าวหน้า และกลุ่มสวอิสระ หรือที่เรียกกันว่า“ฮั้วส.ว.ส้ม” เนื่องจากพยานหลักฐาน และเส้นทางทางการเงินยังไม่เพียงพอต่อการพิจารณาลงมติ จึงมีกระแสข่าวนี้ออกมา หลังจากคณะกรรมการเลือกตั้งได้มีมติสั่งฟ้อง 77 ผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีฮั้วส.ว. จึงทำให้มีการเคลื่อนไหวกดดันไปยังกกต.ให้ดำเนินการสอบสวนคดีฮั้วส.ว.สีส้มด้วย
ในฐานะที่เป็นนักวิเคราะห์การเมืองอิสระ ได้ติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอด สนับสนุนให้คณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.)ได้สอบสวนดำเนินการเกี่ยวกับคดีฮั้วส.ว.ทุกสี ทุกกลุ่มโดยไม่เลือกปฏิบัติ และถ้าหากว่ามีพยานหลักฐานสามารถจะเอาผิดหรือสั่งฟ้องได้ อยากให้รีบดำเนินการโดยเร็ว และไม่ควรจะใช้วิธีการเลือกปฏิบัติ หรือ2มาตรฐาน ถ้าหากว่ามีการวางกฎเกณฑ์ หรือมาตรฐานตรวจสอบการฮั้วส.ว.สีน้ำเงิน โดยยึดหลักพยานหลักฐานทั้งเรื่องการจัดเลี้ยง การจ่ายเงิน การโทรศัพท์ การเช่าที่พัก และการกระทำอื่นใด เช่น มีโพยในการลงคะแนนด้วย ก็อยากให้ใช้มาตรฐานนี้ไปดำเนินการกับส.วสีส้ม ว่ามีพยานหลักฐานครบถ้วนเหมือนกับการสอบคดีฮั้วส.ว.สีน้ำเงินหรือไม่
เพราะองค์ประกอบของการฮั้วส.ว.ที่เกิดขึ้นได้จนเป็นผลสำเร็จ มาจากองค์ประกอบ3ส่วน คือ
1.ส่วนที่เป็นศูนย์อำนวยการ การวางแผนฮั้วส.ว. มีการออกแบบ วิธีการฮั้ว มีโปรแกรมการฮั้ว การจัดการลงคะแนน มีการวางแผน มีการดำเนินการทางวิชาการด้านสถิติ เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดในการลงคะแนน
2.ต้องมีเงินทุนจำนวนมากพอสมควร ที่จะดำเนินการได้ อย่างไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท ที่จะต้องใช้จ่ายในการว่าจ้างโหวตเตอร์ให้เป็นหน่วยกล้าตาย หรือหน่วยพลีชีพในการลงคะแนน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงถึงหัวละ 5000 บาท 20,000 บาท 50,000 บาท 100,000 บาท และ 200,000 บาท เมื่อมีผู้ร่วมขบวนการนี้นับหมื่นคน ก็ต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท
3.ต้องมีเครือข่ายทั้งระดับภาค ระดับจังหวัด และระดับอำเภอ เพราะต้องหาโหวตเตอร์ หรือผู้สมัครที่เป็นหน่วยกล้าตายมาสมัคร เพื่อจะลงคะแนนให้กับผู้สมัคร ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของขบวนการฮั้วส.ว. ที่ต้องการให้บุคคลใดเป็นส.ว.ตัวจริง และต้องกำหนดให้โหวตเตอร์ไม่สามารถแตกแถวได้
ดังนั้นการที่ส.ว.สีน้ำเงิน จะมีการฮั้วหรือไม่ ก็ต้องดูองค์ประกอบเหล่านี้ด้วย ถ้าหากมีเพียงการจัดสถานที่เพื่อประชุมกันิทำความเข้าใจกัน แนะนำตัวกัน โดยไม่มีเส้นการเงินที่โอนให้กัน ไม่มีโพยในการลงคะแนน ไม่มีการว่าจ้าง ไม่มีการจ่ายที่พักอาศัย ค่าเดินทาง ก็ไม่เข้าองค์ประกอบของการฮั้ว เพราะฉนั้นสนับสนุน กกต.ให้ทำเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา และทำความจริงให้ปรากฏ ไม่ต้องการให้มีกระบวนการในลักษณะ เมื่อตัวเองฮั้วแล้วมีความผิด จึงซัดทอดให้คนอื่นถูกข้อกล่าวหาว่าฮั้วด้วย
จึงสนับสนุนให้กกต.ทำเรื่องนี้ให้สำเร็จโดยเร็วที่สุด เพราะเวลาล่วงเลยมา2ปีกว่าแล้ว



















