ครม.ไฟเขียว “ไทยช่วยไทย พลัส” เพิ่มเติม 47 ล้านคน บัตรสวัสดิการได้ 1,000 บาท60/40 ได้อีก 1,000 บาท

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

ครม.อนุมัติ “ไทยช่วยไทย พลัส (เพิ่มเติม)” ช่วยประชาชน 47 ล้านคน รับมือวิกฤติพลังงาน แบ่งเป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 14.5 ล้านคน รับเพิ่มเป็น 1,000 บาทในเดือน ต.ค. ส่วนโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 มีผู้ได้รับสิทธิ 32.5 ล้านคน วงเงินไม่เกิน 1,000 บาท ใช้จ่ายได้ 2 เดือน

เมื่อวันที่ 22 ก.ย. 2569 คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (เพิ่มเติม)” เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤติพลังงานที่ยังมีแนวโน้มยืดเยื้อ โดยแบ่งเป็น 2 มาตรการสำคัญ ได้แก่ การเพิ่มวงเงินสวัสดิการให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) เพิ่มเติมอีก 2 เดือน

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวมุ่งช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง บรรเทาภาระค่าใช้จ่าย ประคับประคองกำลังซื้อของประชาชน และช่วยผู้ค้ารายย่อยให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างต่อเนื่อง

ส่วนแรก บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

ผู้ที่ผ่านคุณสมบัติตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 และผ่านคุณสมบัติก่อนวันที่ 1 ต.ค. 2569 จะได้รับวงเงินรวม 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน ในเดือนตุลาคม 2569 จากเดิม 300 บาท เพิ่มให้อีก 700 บาท โดยได้รับสิทธิเพิ่มเติมเพียง 1 เดือน มีผู้ได้รับสิทธิกลุ่มนี้ประมาณ 14.5 ล้านคน

ส่วนที่สอง ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) เพิ่มเติม

ผู้มีสิทธิจะได้รับวงเงินไม่เกิน 1,000 บาทต่อคน ใช้จ่ายได้เป็นเวลา 2 เดือน ระหว่างวันที่ 1 ต.ค.-30 พ.ย. 2569

ประชาชนต้องกดยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ระหว่างวันที่ 1-15 ต.ค. 2569 ขณะที่ร้านค้าสามารถกดยืนยันเข้าร่วมโครงการผ่านแอปฯ “ถุงเงิน” ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.-30 พ.ย. 2569

รูปแบบการใช้จ่ายยังเป็น รัฐช่วย 60% ประชาชนจ่าย 40% โดยรัฐสนับสนุนไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน สำหรับอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนด

โครงการรอบใหม่นี้มีผู้ได้รับสิทธิประมาณ 32.5 ล้านคน โดยรวมแล้วทั้ง 2 มาตรการจะครอบคลุมประชาชนประมาณ 47 ล้านคน ใช้วงเงินกู้ประมาณ 43,000 ล้านบาท

กระทรวงการคลังคาดว่า มาตรการเติมเงินและเพิ่มกำลังซื้อครั้งนี้จะช่วยเพิ่มจีดีพีประมาณ 0.1-0.2% ขณะที่นายเอกนิติระบุว่า เป้าหมายจีดีพีทั้งปี 2569 ยังอยู่ที่ 2.5% แต่จะขึ้นอยู่กับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกด้วย

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img