“ศุภจี สุธรรมพันธุ์” เผยน้ำท่วมกระทบราคาผักแพง เร่งประสานผู้ผลิต-ตลาดกลาง พร้อมใช้รถทหารขนส่งเข้าพื้นที่เข้าถึงยาก สั่งศูนย์กระจายสินค้าเติมสต๊อกและติดป้ายราคา หากพบขายเกินราคาหรือฉวยโอกาสจัดการเต็มที่ เตรียมชะลอส่งออกไข่ไก่ 3-50% เพื่อให้ปริมาณเพียงพอในประเทศ แจงปม “เชฟกระทะเหล็ก” ยันกรมการค้าภายในไม่ได้เป็นสปอนเซอร์รายการ
เมื่อวันที่ 6 ต.ค. 69 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงสถานการณ์ราคาผักที่ปรับตัวสูงขึ้นว่า กระทรวงพาณิชย์จะเร่งประสานผู้ผลิตให้เชื่อมโยงสินค้าเข้าสู่ตลาดกลางให้มากที่สุด พร้อมประสานรถทหารเพื่อช่วยขนส่งผักเข้าไปยังพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมส่งผลกระทบต่อการขนส่งและทำให้ราคาผักปรับตัวสูงขึ้น
นางศุภจี กล่าวว่า ได้มอบหมายให้พาณิชย์จังหวัดทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด รายงานอุปสรรคและปัญหาที่เกิดขึ้นโดยตรงมายังกระทรวงพาณิชย์ เพื่อประสานความช่วยเหลือให้ตรงกับความต้องการในแต่ละพื้นที่ เช่น จ.ปราจีนบุรี ซึ่งยังขาดแคลนสิ่งของจำเป็นในหลายจุด โดยกรมการค้าภายในได้ตั้งวอร์รูมประสานผู้ผลิตและผู้ค้าส่งในพื้นที่ต่างๆ หากพบว่าจุดใดขาดแคลน จะเร่งเชื่อมโยงสินค้าจากผู้ผลิตเข้าไปเติมในพื้นที่ทันที
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ตรวจสอบศูนย์กระจายสินค้า พร้อมกำชับให้เพิ่มกำลังคนและเติมสต๊อกสินค้าให้เพียงพอ รวมถึงติดป้ายแสดงราคาสินค้าให้ถูกต้อง หากพบการขายไม่ตรงตามราคา ขายเกินราคา หรือฉวยโอกาสในช่วงสถานการณ์น้ำท่วม จะดำเนินการอย่างเต็มที่ โดยประชาชนสามารถแจ้งข้อมูลหรือร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569
ส่วนกรณีประชาชนร้องเรียนราคาไข่ไก่ปรับตัวสูงขึ้นนั้น กรมการค้าภายในได้หารือร่วมกับสมาคมผู้เลี้ยงและผู้ค้าไข่ไก่ รวมถึงเกษตรกร เพื่อประเมินว่ามีปริมาณไข่ไก่เพียงพอสำหรับกระจายไปยังทุกพื้นที่หรือไม่ พร้อมกำหนดให้มีการรายงานข้อมูลมายังกรมการค้าภายในทุก 2 สัปดาห์ เพื่อควบคุมปริมาณให้สอดคล้องกับความต้องการของทุกภาคส่วน และเตรียมชะลอการส่งออกไข่ไก่ประมาณ 3-50% รวมถึงขยับระยะเวลาการส่งออกออกไปอีก 2-3 สัปดาห์ เพื่อเพิ่มปริมาณไข่ไก่ให้เพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ
เมื่อถามถึงแนวทางนำ “รถพุ่มพวง” เข้าไปจำหน่ายสินค้าในหมู่บ้านเพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม นางศุภจี กล่าวว่า แนวคิดดังกล่าวมีเจตนาต้องการให้รถพุ่มพวงเข้าไปในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งประชาชนอาจไม่สามารถเข้าถึงสินค้าในราคาประหยัดได้ แต่ขณะเดียวกันก็มีเสียงสะท้อนจากบางพื้นที่ว่าไม่จำเป็น จึงต้องพิจารณาตามสภาพพื้นที่และหารือกันว่าจะสามารถนำสินค้าเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ห่างไกลได้อย่างไร โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดน้ำท่วม
ส่วนกรณีรายการ “เชฟกระทะเหล็กประเทศไทย” ที่วิทยาลัยดุสิตธานีเป็นผู้ชนะ และมีการตั้งข้อสังเกตว่านางศุภจีเคยบริหารงานที่ดุสิตธานี อาจเข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อนนั้น นางศุภจีตั้งคำถามกลับว่า “มีผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างไร”
เมื่อถูกถามย้ำว่ากรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เข้าไปเป็นสปอนเซอร์ในรายการดังกล่าวหรือไม่ นางศุภจี กล่าวว่า กรมการค้าภายในไม่ได้เป็นสปอนเซอร์ และตนไม่ทราบรายละเอียด ขอไปตรวจสอบข้อมูลก่อน พร้อมระบุว่ารายการดังกล่าวเป็นรายการปกติทั่วไป จึงไม่เห็นว่าจะมีผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างไร เพราะแม้ตนเคยบริหารงานที่ดุสิตธานี แต่ปัจจุบันไม่ได้เกี่ยวข้องกับองค์กรดังกล่าวแล้ว
นางศุภจี กล่าวว่า หากยังดูแลดุสิตธานีอยู่ ก็อาจถูกมองว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนได้ อย่างไรก็ตาม กรมการค้าภายในเคยให้รายการดังกล่าวนำผลผลิตสินค้า GI ซึ่งเป็นสินค้าประจำถิ่นไปใช้ในรายการ ส่วนจะถือเป็นการสนับสนุนหรือเป็นสปอนเซอร์หรือไม่นั้น ขอไปตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง



















