สตง.แถลงผลสอบไทยพีบีเอส พบข้อบกพร่องทั้งประสิทธิภาพ-จัดซื้อจัดจ้าง จ่อชงรายงานความผิดเฉพาะบุคคล

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

สตง.เปิดผลตรวจสอบไทยพีบีเอส หลังได้รับร้องเรียนเรื่องความไม่โปร่งใสและการบริหารงานไม่บรรลุผลสัมฤทธิ์ ย้ำตั้งคณะทำงานตั้งแต่ ม.ค. 69 ก่อนเกิดกรณีรายการข่าวตึก สตง.ถล่ม พบปัญหาตัวชี้วัด ระบบข้อมูล และการจัดซื้อจัดจ้างหลายรายการ เตรียมออกรายงานฉบับที่ 3 ตรวจสอบความผิดเฉพาะบุคคล หากพบพฤติกรรมส่อทุจริตส่ง ป.ป.ช.ดำเนินการต่อ

เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2569 สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แถลงผลการตรวจสอบองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) ภายหลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากภายในองค์กรเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสและการบริหารงานที่ไม่บรรลุผลสัมฤทธิ์ พร้อมเปิดเอกสารชี้แจงกรณีการตั้งคณะทำงานตรวจสอบว่า ไม่เกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าวรำลึก 1 ปี เหตุการณ์อาคาร สตง.ถล่ม

นายสุทธิพงษ์ บุญนิธิ รองผู้ว่าการ สตง. ในฐานะโฆษก สตง. เปิดเผยว่า สตง.มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบไทยพีบีเอสมาตั้งแต่วันที่ 26 ม.ค. 2569 โดยแบ่งการตรวจสอบออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ ประสิทธิภาพขององค์กร การปฏิบัติตามระเบียบด้านการจัดซื้อจัดจ้าง และการตรวจสอบความผิดเฉพาะบุคคล

นายสุทธิพงษ์ยืนยันว่า การตั้งคณะทำงานเกิดขึ้นก่อนที่ สตง.จะมีหนังสือถึงประธานกรรมการบริหารไทยพีบีเอส เมื่อวันที่ 27 มี.ค. 2569 เพื่อขอความอนุเคราะห์กำชับการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน หลังตรวจพบว่ารายการ “ตรงประเด็น” นำเสนอข่าวเหตุการณ์อาคาร สตง.ถล่มในลักษณะที่อาจชี้นำสังคม ดังนั้น การตรวจสอบงบประมาณไทยพีบีเอสจึงเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายตามปกติ ไม่ใช่การเอาคืนหรือตอบโต้การนำเสนอข่าว

ด้าน น.ส.สินีนาต โพธิชัย ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบผลสัมฤทธิ์ฯ กล่าวว่า สำหรับรายงานผลการตรวจสอบ 2 ฉบับแรก พบข้อสังเกตสำคัญหลายประการ โดยด้านผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพองค์กร ไทยพีบีเอสได้รับงบประมาณปีละกว่า 2,000 ล้านบาท และเกือบครึ่งหนึ่งถูกใช้ในการผลิตและจัดหาสื่อ แต่การตรวจสอบพบข้อบกพร่องเกี่ยวกับระบบตัวชี้วัด โดยมีการเปลี่ยนตัวชี้วัด (KPI) ไปมา เช่น การสลับระหว่าง PSI Ranking กับ PSI Market Share

นอกจากนี้ เมื่อสำนักข่าวหรือสำนักสร้างสรรค์เนื้อหาไม่สามารถบรรลุเป้าหมาย กลับมีการเปลี่ยนตัวชี้วัดแทนการปรับปรุงแก้ไข ขณะที่ตัวชี้วัดระบบสมาชิก One ThaiPBS ถูกนำออกหลังไม่สามารถดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายได้

ส่วนระบบข้อมูล สตง.พบว่าระบบ BMP ยังไม่สมบูรณ์ และมุ่งเน้นการเบิกจ่ายงบประมาณให้ได้มากกว่า 80% มากกว่าการวัดผลสัมฤทธิ์ อีกทั้งคลังไฟล์รายการมีการจัดเก็บแยกกระจาย และยังไม่มีระบบประเมินผลช่องทางออนไลน์ที่ชัดเจน โดยรายการ Online First ใช้ Active Users บนเว็บไซต์เป็นตัวชี้วัด แต่ยังไม่สะท้อนการเข้าถึงของผู้ชมอย่างแท้จริง

ขณะที่การประเมินผลยังขาดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน โดยการประเมินผลตอบแทนทางสังคม (SROI) และ Perception Survey ยังไม่มีแนวทางเป็นลายลักษณ์อักษรที่รัดกุม อีกทั้งแบบสอบถามไม่ได้สอบถามถึงสาเหตุที่ผู้ชมไม่รับชมรายการ เพื่อนำข้อมูลไปใช้ปรับปรุงการดำเนินงาน

ด้าน น.ส.มธุลีห์ โยคี ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน สตภ.2 เปิดเผยถึงผลการตรวจสอบการเบิกจ่ายเงินที่ไม่เป็นไปตามระเบียบ 2 ประเด็นหลัก โดยพบว่าการจ้างผลิตรายการ “ข่าวเจาะย่อโลก” ระหว่างปี 2560-2568 มีการใช้วิธีเฉพาะเจาะจงอย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีการประเมินเรตติ้ง ซึ่งเข้าลักษณะเป็นงานจ้างพร้อมอุปกรณ์และไม่เปิดโอกาสให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม

กรณีดังกล่าว สตง.ระบุว่าอาจขัดต่อพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 56 (2) (ค) และพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 มาตรา 48 โดยเห็นว่าอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ไทยพีบีเอส

ส่วนการจ่ายค่าตอบแทนพิธีกรและแขกรับเชิญในช่วงปี 2566-2568 พบว่าอาศัยเพียงแนวทางบริหารภายใน โดยไม่มีระเบียบเฉพาะรองรับ และเมื่อระเบียบการเงินปี 2567 มีผลบังคับใช้วันที่ 20 ก.ย. 2567 การเบิกจ่ายในปีงบประมาณ 2568 จึงถูกตรวจสอบว่าเป็นการใช้จ่ายเงินโดยไม่มีระเบียบรองรับ ซึ่ง สตง.ระบุว่าอาจขัดต่อ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังฯ มาตรา 38

นายโสมทัต นิธิตรีรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายที่ 1 กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบย้อนหลัง 5 ปี ตั้งแต่ปี 2564-2569 พบว่าไทยพีบีเอสไม่มีระเบียบเกี่ยวกับการใช้รถส่วนกลางมาตั้งแต่ปี 2562 ขณะเดียวกัน ผู้บริหารที่ได้รับเงินค่าตอบแทนรถประจำตำแหน่งแล้ว ยังใช้บริการรถส่วนกลางด้วย ซึ่ง สตง.เห็นว่าไม่สอดคล้องกับหลักการใช้ทรัพย์สินของรัฐ

ทั้งนี้ สตง.เตรียมออกรายงานผลการตรวจสอบฉบับที่ 3 ในประเด็นความผิดเฉพาะบุคคล โดยหากพบพฤติการณ์ที่มีมูลส่อไปในทางทุจริต จะส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ขณะนี้คณะทำงานได้สรุปความเห็นเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างเสนอให้ผู้ว่าการ สตง.ลงนาม เพื่อแจ้งผลการตรวจสอบให้ไทยพีบีเอสรับทราบอย่างเป็นทางการภายในสัปดาห์หน้า

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img