‘สีหศักดิ์’โต้กัมพูชาบิดเบือนผลUNCLOS ชี้ถกเฉพาะเขตแดนทางทะเลไม่มีทางบก

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“สีหศักดิ์” ยืนยัน เวทีประนอมข้อพิพาทไทย-กัมพูชาที่กรุงเฮก หารือเฉพาะเขตแดนทางทะเล ไม่มีประเด็นเขตแดนทางบกหรือผลกระทบจากเหตุปะทะชายแดน จี้กัมพูชาเคารพข้อตกลง หลังชิงออกแถลงการณ์ก่อนคณะกรรมาธิการฯ เตือนการตีความเข้าข้างตัวเองไม่ช่วยฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ

เมื่อวันที่ 21 ต.ค. ที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีนายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศของกัมพูชา แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติกัมพูชา (TVK) เกี่ยวกับผลการประชุมคณะกรรมาธิการประนอมภาคบังคับ ในกระบวนการประนอมข้อพิพาทระหว่างไทยกับกัมพูชาภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS) ครั้งที่ 2 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเฮก ระหว่างวันที่ 14-18 ต.ค. 2569 ว่า เนื้อหาที่ฝ่ายกัมพูชาแถลงไม่สอดคล้องกับสิ่งที่มีการหารือกันในการประชุม โดยเลือกหยิบยกเฉพาะบางประเด็นมาตีความให้เป็นประโยชน์แก่ฝ่ายตน เพื่อสร้างความได้เปรียบ

นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ฝ่ายกัมพูชายังพยายามเชื่อมโยงประเด็นการประชุมเข้ากับเหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดน ทั้งที่การหารือของคณะกรรมาธิการประนอมฯ มุ่งเน้นเฉพาะเรื่องเขตแดนทางทะเล ไม่มีการพูดถึงเขตแดนทางบก หรือปัญหาที่สืบเนื่องจากการปะทะกันตามแนวชายแดน รวมถึงกรณีชาวกัมพูชาที่ไร้ที่อยู่อาศัยจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา

ส่วนมาตรการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจนั้น ไทยสนับสนุนเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่ที่ผ่านมา กัมพูชามักนำประเด็นบางส่วนไปนำเสนอในลักษณะที่บิดเบือนหรือเข้าข้างฝ่ายตนเอง พร้อมตีความเกินกว่าที่มีการหารือกัน ซึ่งไม่ช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีหรือเพิ่มความไว้วางใจระหว่างสองประเทศ

“ผมยืนยันได้ว่า ในการประชุมที่กรุงเฮก ไม่มีการพูดถึงเขตแดนทางบก เพราะคณะกรรมาธิการประนอมฯ ทราบดีว่ากระบวนการนี้มุ่งเน้นเรื่องเขตแดนทางทะเลเท่านั้น” นายสีหศักดิ์กล่าว

นายสีหศักดิ์กล่าวต่อว่า ยังคงหวังว่ากระบวนการประนอมภายใต้ UNCLOS จะช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาได้ แต่ขึ้นอยู่กับความจริงใจของฝ่ายกัมพูชาว่าจะปฏิบัติตามสิ่งที่ได้ตกลงร่วมกันไว้หรือไม่ โดยไทยพยายามแยกประเด็นความร่วมมือระหว่างประเทศออกจากปัญหาความขัดแย้งทวิภาคีมาโดยตลอด

ที่ผ่านมา ทั้งสองประเทศเคยหารือเรื่องดังกล่าวในการพบกันของผู้นำที่เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ สำหรับฝ่ายไทย แม้ไม่มีข้อตกลงจากการประชุมที่กรุงเฮก ก็ยังพร้อมเดินหน้าความร่วมมือในเรื่องที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน เช่น การเข้าร่วมประชุมปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์ที่กัมพูชาเป็นเจ้าภาพ โดยไทยได้ส่งผู้แทนระดับสูงเข้าร่วม รวมถึงกรณีกัมพูชาประสงค์จะแต่งตั้งกงสุลใหญ่ประจำจังหวัดสระแก้ว เพื่อดูแลชาวกัมพูชาในประเทศไทย ซึ่งไทยไม่ได้ขัดข้อง เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องที่สามารถดำเนินการได้ แม้ทั้งสองฝ่ายยังมีปัญหาความขัดแย้งระหว่างกัน

เมื่อถามว่าการแถลงของกัมพูชาในลักษณะดังกล่าวจะส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศอย่างไร นายสีหศักดิ์กล่าวว่า เข้าใจว่ากัมพูชาอาจต้องการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจภายในประเทศของตนเอง แต่สิ่งสำคัญคือประชาชนต้องได้รับทราบข้อเท็จจริงด้วย โดยไทยยืนยันว่าจะชี้แจงจุดยืนตามข้อเท็จจริง และนำเสนอสิ่งที่มีการหารือกันในการประชุมตามที่เกิดขึ้นจริง โดยไม่มีเจตนาบิดเบือนข้อมูล

นอกจากนี้ ไทยได้ทำหนังสือถึงคณะกรรมาธิการประนอมฯ เพื่อแสดงความกังวลต่อการที่กัมพูชาออกแถลงการณ์ก่อนคณะกรรมาธิการฯ ทั้งที่มีข้อตกลงร่วมกันว่าจะให้คณะกรรมาธิการฯ เป็นฝ่ายออกแถลงการณ์เกี่ยวกับผลการประชุมก่อน โดยนายสีหศักดิ์มองว่า การชิงแถลงการณ์ดังกล่าวอาจเป็นความพยายามสร้างความได้เปรียบให้แก่ฝ่ายตนเอง

ขณะเดียวกัน ยังมีข้อตกลงว่าการให้สัมภาษณ์หรือสื่อสารผ่านเวทีต่าง ๆ ต้องไม่ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง และไม่เพิ่มประเด็นความขัดแย้ง แต่การหยิบยกเพียงบางประเด็นมาตีความเข้าข้างตนเอง อาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศในการเดินหน้ากระบวนการประนอมข้อพิพาท และไม่เอื้อต่อการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างไทยกับกัมพูชาในระยะต่อไป

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img