“จักรภพ” เผยพรรคมอบหมายให้เดินหน้าขับเคลื่อนงานเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ เตรียมผนึกอดีตรองนายกฯ อดีตรัฐมนตรี สส. และผู้เชี่ยวชาญ ร่วมวางแนวทางแก้ปัญหาประเทศ เร่งผลักดัน 6 ประเด็นสำคัญ ตั้งแต่หนี้ครัวเรือน ต้นทุนพลังงาน ฟื้นภาคการผลิต ขยายตลาดการค้า ดูแลแรงงานคนรุ่นใหม่ ไปจนถึงรับมือผลกระทบจาก AI
เมื่อวันที่ 25 ต.ค. 2569 นายจักรภพ เพ็ญแข สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า พรรคได้มอบหมายให้ตนทำงานอย่างเต็มที่ โดยเตรียมใช้คณะทำงานนโยบายเศรษฐกิจที่พรรคเพิ่งจัดตั้งขึ้นเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนแนวทางแก้ไขปัญหาของประเทศ ร่วมกับอดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรี สส. และผู้มีประสบการณ์ด้านการบริหารเศรษฐกิจ
นายจักรภพกล่าวว่า ตั้งใจทำงานร่วมกับทีมเศรษฐกิจของพรรคอย่างเต็มกำลัง เพื่อเร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่ประเทศและประชาชนกำลังเผชิญ โดยไม่ต้องการให้เสียเวลาของชาติและประชาชนไปมากกว่านี้ พร้อมย้ำว่าการทำงานในเวลานี้ต้องแข่งกับเวลา
นายจักรภพกล่าวด้วยว่า ความท้าทายสำคัญของประเทศไทยคือการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงในหลายมิติ ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง สังคม วัฒนธรรม และภูมิอากาศ ทำให้ประเทศจำเป็นต้องเร่งปรับตัว โดยเฉพาะการดูแลประชาชนที่มีอำนาจต่อรองน้อยและมีข้อจำกัดในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลง ขณะที่ผู้มีเงินทุนและทรัพยากรมากกว่าย่อมมีโอกาสปรับตัวได้ดีกว่า
อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนเศรษฐกิจไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการช่วยเหลือประชาชนฐานรากและผู้มีรายได้ปานกลางค่อนข้างต่ำ แต่ต้องมุ่งยกระดับเศรษฐกิจไทยทั้งระบบ ให้ทุกภาคส่วนสามารถก้าวไปข้างหน้าพร้อมกัน เพื่อสร้างโอกาสและความมั่นคงให้ประชาชนในระยะยาว
สำหรับประเด็นเร่งด่วนที่คณะทำงานนโยบายเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทยเตรียมผลักดัน มี 6 ด้าน ได้แก่
1. เงินออมและหนี้ครัวเรือน
เร่งหาแนวทางรับมือกับเงินออมของประชาชนที่ลดลงอย่างรวดเร็ว สวนทางกับภาระหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในการดำรงชีวิตและการวางแผนอนาคตของประชาชน
2. ต้นทุนพลังงาน
เตรียมมาตรการรับมือกับต้นทุนค่าไฟฟ้า น้ำมัน และพลังงานประเภทต่าง ๆ ที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งสร้างภาระทั้งต่อครัวเรือนและภาคธุรกิจ
3. ฟื้นฟูภาคการผลิตที่เป็นจุดแข็งของไทย
เร่งฟื้นความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิต โดยเฉพาะกุ้งและสัตว์น้ำ ข้าว และมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าสำคัญที่ต้องได้รับการพัฒนาและหาทางเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
4. เพิ่มศักยภาพการค้าไทย
สนับสนุนภาคธุรกิจให้สามารถแข่งขันได้มากขึ้น พร้อมพัฒนาตลาดใหม่เพื่อรองรับสินค้าและเพิ่มช่องทางระบายผลผลิตของไทย
5. ดูแลแรงงานคนรุ่นใหม่
ให้ความสำคัญกับแรงงานรุ่นใหม่ที่มีทักษะและความสามารถหลากหลายมากขึ้น แต่ขณะเดียวกันต้องเผชิญความเปราะบางทางจิตใจและปัญหาสังคมที่เพิ่มขึ้น จึงจำเป็นต้องมีแนวทางรองรับอย่างเหมาะสม
6. รับมือผลกระทบจากปัญญาประดิษฐ์ (AI)
เตรียมความพร้อมให้เศรษฐกิจและสังคมไทยสามารถรับมือกับผลกระทบด้านลบจากการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งกำลังเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานและการดำเนินชีวิตของผู้คน
นายจักรภพกล่าวทิ้งท้ายว่า โจทย์ทั้ง 6 ด้านมีทั้งปัญหาเดิมที่สะสมมาเป็นเวลานานและความท้าทายใหม่ที่ประเทศไทยต้องเผชิญ การแก้ไขปัญหาจึงต้องเชื่อมโยงมาตรการรับมือสถานการณ์เฉพาะหน้าเข้ากับการเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคตอย่างเป็นระบบ พร้อมยืนยันว่าจะทุ่มเททำงานร่วมกับทีมเศรษฐกิจของพรรคอย่างเต็มกำลัง เพื่อผลักดันแนวทางที่ตอบโจทย์ประเทศและประชาชน



















