เลขาธิการ สมช.เรียกหน่วยงานความมั่นคงและนักวิชาการหารือจัดทำแผนรับมือสถานการณ์โลกผันผวน ประเมิน 4 วิกฤตสำคัญ ทั้งไทย-กัมพูชา สแกมเมอร์ ความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน-อิสราเอล และสงครามรัสเซีย-ยูเครน มุ่งเตรียมพร้อมตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ ปกป้องประชาชนและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 4 พ.ย. 2569 ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นประธานการประชุมหน่วยงานราชการและภาควิชาการที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาแนวทางจัดทำแผนรองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจากปัญหาความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลาง ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่มีความผันผวนและไม่แน่นอน
การประชุมครั้งนี้มีผู้แทนหน่วยงานด้านความมั่นคง กระทรวงการต่างประเทศ เหล่าทัพ หน่วยงานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ สำนักงานอัยการสูงสุด รวมถึงนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านการต่างประเทศเข้าร่วม เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล วิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์ และเสนอแนวทางเตรียมความพร้อมของประเทศ
พล.อ.ชัยพฤกษ์ เปิดเผยว่า เดิมนายกรัฐมนตรีประสงค์จะเข้าร่วมรับฟังการประชุมด้วยตนเอง แต่เห็นว่าการหารือครั้งนี้เป็นการลงรายละเอียดแนวทางปฏิบัติที่ต่อยอดจากแผนเตรียมความพร้อมแห่งชาติ จึงขอให้ฝ่ายปฏิบัติงานหารือและจัดทำรายละเอียดให้ชัดเจนก่อน เมื่อแนวทางมีความสมบูรณ์หรือใกล้สมบูรณ์แล้ว จะนำเสนอต่อผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาอีกครั้ง
เลขาธิการ สมช. ระบุว่า ปัจจุบันสถานการณ์โลกมีความผันผวนในหลายภูมิภาค แม้ประเทศไทยจะมีแผนเตรียมความพร้อมแห่งชาติอยู่แล้ว แต่รายละเอียดการปฏิบัติของแต่ละหน่วยงานยังมีขอบเขตกว้าง จึงจำเป็นต้องจัดทำแนวทางเฉพาะเจาะจง โดยเริ่มจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง พร้อมกำหนดฉากทัศน์ต่าง ๆ เพื่อประเมินว่าในระยะต่อไปอาจเกิดสถานการณ์ใดขึ้น และประเทศไทยควรเตรียมรับมืออย่างไร
สำหรับประเด็นที่มีการหารือในที่ประชุม ครอบคลุมวิกฤตความมั่นคงสำคัญในปัจจุบัน 4 ด้าน ได้แก่
- สถานการณ์ไทย-กัมพูชา ความตึงเครียดและปัญหาความมั่นคงบริเวณชายแดน
- ปัญหาสแกมเมอร์และแก๊งคอลเซนเตอร์ ซึ่งเป็นภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนและความมั่นคงของประเทศ
- ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะสถานการณ์ระหว่างสหรัฐอเมริกา อิหร่าน และอิสราเอล
- สงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสถานการณ์ระหว่างประเทศที่ต้องติดตามผลกระทบด้านความมั่นคง
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้วางหลักคิดสำคัญในการป้องกันก่อนเกิดเหตุ โดยบูรณาการการทำงานตั้งแต่ช่วงสถานการณ์ปกติ เชื่อมโยงแผนเตรียมความพร้อมแห่งชาติ แผนบริหารวิกฤตการณ์ การเสริมสร้างความมั่นคงเชิงพื้นที่ และการฝึกซ้อมบริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติ เพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ สามารถทำงานประสานกันได้อย่างเป็นระบบ
พร้อมกำหนดเป้าหมายการดำเนินงาน 6 ประการ ได้แก่
- ประเทศมีความมั่นคงและพร้อมรับมือภัยคุกคามตั้งแต่ภาวะปกติ
- แผนงานและโครงการด้านความมั่นคงได้รับการบรรจุไว้ในแผนพัฒนาจังหวัด
- บูรณาการงบประมาณจากทุกภาคส่วนในสังคม
- ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
- ปกป้องโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ
- ฝึกซ้อมการบริหารวิกฤตให้สอดคล้องกับสถานการณ์ความมั่นคงในปัจจุบัน
ภายหลังการประชุม สมช.จะนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและนักวิชาการไปจัดทำรายละเอียดเพิ่มเติม ก่อนพิจารณาความเหมาะสมของแนวทางและนำเสนอต่อผู้บังคับบัญชา เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศไทยในอนาคต



















