“ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ” เผยคดี Forex อยู่ระหว่างรออัยการส่งเรื่องให้ดีเอสไอเรียกหลักฐานเพิ่มเติม ลั่นยังมองเป็นสองมาตรฐาน หลังคดีตัวเองดำเนินการรวดเร็ว ขณะที่คดี “สุชาดา” สส.ภูมิใจไทย ยังอยู่เพียงชั้น ป.ป.ช. แม้มีกระแสข่าวอาจยึดทรัพย์ จี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้มาตรฐานเดียวกันทุกคดี หวั่นกลายเป็นข้อครหา
เมื่อเวลา 15.45 น. วันที่ 4 พ.ย. ที่รัฐสภา นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าคดี Forex ว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยระบุว่าจะทำหนังสือขอส่งพยานหลักฐานเพิ่มเติมในคดีดังกล่าว ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว โดยเข้าใจว่าอัยการน่าจะส่งเรื่องไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อให้เรียกขอข้อมูลเพิ่มเติมแล้ว ทำให้ขณะนี้ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการตามขั้นตอน และตนยังคงรอความคืบหน้าอยู่
เมื่อถามถึงกรณีที่ก่อนหน้านี้เคยตัดพ้อว่าการดำเนินคดีมีลักษณะสองมาตรฐาน เมื่อเปรียบเทียบกับคดีของ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ซึ่งล่าสุดกระทรวงยุติธรรมเปิดเผยว่าอาจมีการยึดทรัพย์ สส.คนดังกล่าวและสามี มองว่าคดีมีความคืบหน้าและเป็นมาตรฐานเดียวกันแล้วหรือไม่
นายภาวุธ กล่าวว่า ยังไม่ใช่ เพราะคดีดังกล่าวยังอยู่เพียงชั้นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ส่วนความคืบหน้าในขั้นตอนอื่นตนยังไม่เห็นข้อมูลที่ชัดเจน ขณะที่คดีของตนกลับดำเนินการอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่เริ่มเป็นคดี จนกระทั่งกลายเป็นผู้ต้องหาและมีการส่งเรื่องต่อไปตามขั้นตอน โดยใช้เวลาไม่นาน เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วจึงยังเห็นว่ามีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน
นายภาวุธ กล่าวต่อว่า อยากฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการทุกคดีด้วยมาตรฐานเดียวกัน โดยเฉพาะคดีนี้ที่ประชาชนให้ความสนใจและเริ่มมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความเท่าเทียมในการบังคับใช้กฎหมาย หากไม่ดำเนินการให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน อาจกลายเป็นข้อครหาในสังคมได้
ส่วนกรณีที่มีการเปิดเผยว่าอาจมีการยึดทรัพย์นั้น นายภาวุธ กล่าวว่า ขณะนี้ยังเป็นเพียงคำว่า “อาจจะ” จึงยังไม่แน่ชัดว่าจะมีความคืบหน้าอย่างไรต่อไป หากมีการดำเนินการจริง ก็ต้องพิจารณาว่าจะเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีในสถานะผู้ต้องหาหรือไม่ มีการเข้าสู่กระบวนการอย่างเป็นทางการแล้วหรือยัง รวมถึงมีเลขคดีหรือข้อมูลการฟ้องร้องที่ชัดเจนหรือไม่ ซึ่งจนถึงขณะนี้ตนยังไม่เห็นรายละเอียดในส่วนดังกล่าว
นายภาวุธ กล่าวอีกว่า เมื่อเปรียบเทียบจำนวนผู้เกี่ยวข้อง คดีของอีกฝ่ายมีบุคคลเกี่ยวข้องเพียงไม่กี่คน แต่คดีของตนมีผู้เกี่ยวข้องเกือบ 50 คน กลับดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว จึงตั้งคำถามว่าเหตุใดคดีที่มีผู้เกี่ยวข้องเพียงไม่กี่คนจึงใช้เวลานานกว่า
ทั้งนี้ ทราบว่าคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้ติดตามเรื่องดังกล่าวและรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว จึงเห็นว่าควรนำข้อมูลจากกรรมาธิการชุดนี้ไปใช้ประกอบการตรวจสอบด้วย เพื่อให้การดำเนินคดีมีความชัดเจน โปร่งใส และเป็นมาตรฐานเดียวกัน



















