ภาคประชาชนยื่นหนังสือค้านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นร่าง PDP2026 พร้อมจัดกิจกรรมจับตาคู่ขนาน ย้ำคัดค้าน “กระบวนการ” ไม่ใช่ปฏิเสธการมีส่วนร่วม
เมื่อวันที่ 8 ก.ย.69 เครือข่ายภาคประชาชนและผู้ใช้ไฟฟ้า ร่วมยื่นหนังสือต่อผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน คัดค้านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นต่อ ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2569–2593 (PDP2026) ที่จัดขึ้นในวันที่ 8 กันยายน 2569 ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ โดยเห็นว่ากระบวนการดังกล่าว มิได้ดำเนินการให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 58 และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ. 2548 ทั้งในด้านระยะเวลาการแจ้งล่วงหน้า การเปิดเผยข้อมูล และการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างมีความหมาย
แผน PDP เป็นแผนสำคัญที่กำหนดทิศทางระบบไฟฟ้าและการลงทุนด้านพลังงานของประเทศไทยในระยะยาว ซึ่งภาระลงทุนทั้งหมดจะถูกส่งผ่านมายังประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าผ่านบิลค่าไฟในอนาคต อีกทั้งการพัฒนาโครงการและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานอาจนำไปสู่การพัฒนาโครงการและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในหลายพื้นที่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม สุขภาพ สภาพภูมิอากาศ คุณภาพชีวิต และวิถีชีวิตของประชาชนและชุมชน ภาคประชาชนจึงเห็นว่าการจัดทำแผนดังกล่าวต้องมีกระบวนการที่โปร่งใส เปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วน และเปิดโอกาสให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อาจได้รับผลกระทบ สามารถเข้าถึงข้อมูลและมีส่วนร่วมก่อนการตัดสินใจ

ภาคประชาชนตั้งข้อคัดค้านสำคัญ 2 ประการ ประการแรก ระยะเวลาการประกาศและเปิดเผยรายละเอียดการรับฟังความคิดเห็นไม่เพียงพอ โดย สนพ. เผยแพร่ประกาศและเปิดให้ลงทะเบียนเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 และวันที่ 2 กันยายน 2569 จึงลงรายละเอียดเอกสารพร้อมด้วยกูเกิ้ลฟอร์มแสดงความเห็นในรูปแบบอนไลน์ ในขณะที่กำหนดการจัดสัมมนาในวันที่ 8 กันยายน 2569 โดยมีระยะเวลาแจ้งล่วงหน้าเพียง 11 วัน ซึ่งน้อยกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่ระเบียบกำหนดไว้ ภาคประชาชนเห็นว่าไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดให้มีการประกาศรายละเอียดล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน ประการที่สอง การเปิดเผยข้อมูลร่าง PDP2026 ยังไม่ครบถ้วนเพียงพอต่อการแสดงความคิดเห็นอย่างมีความหมาย โดยก่อนถึงวันรับฟังความคิดเห็น ประชาชนยังไม่ได้รับร่างแผนฉบับเต็มและข้อมูลสำคัญที่เพียงพอต่อการพิจารณาแสดงความคิดเห็น โดยเฉพาะรายละเอียดกำลังผลิตไฟฟ้าใหม่ ประเภทและขนาดกำลังผลิต ตลอดจนพื้นที่ที่จะมีการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าในช่วงแรกของแผน
ภาคประชาชนเห็นว่า การเปิดให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นโดยไม่มีข้อมูลและเวลาเพียงพอในการศึกษา ไม่อาจถือเป็นกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายได้ โดยเฉพาะเมื่อ PDP2026 จะกำหนดทิศทางระบบไฟฟ้าของประเทศไปจนถึงปี 2593 และอาจส่งผลต่อภาระค่าไฟและภาระด้านสิ่งแวดล้อมของประชาชนและชุมชนไปอีกกว่า 20 ปี
การยื่นหนังสือครั้งนี้มิใช่การปฏิเสธการมีส่วนร่วมในการจัดทำ PDP2026 แต่เป็นการเรียกร้องให้รัฐจัดกระบวนการที่ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมได้อย่างแท้จริง โดยประชาชนต้องได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วน มีเวลาเพียงพอในการศึกษา และสามารถเสนอความคิดเห็นก่อนที่การตัดสินใจสำคัญจะเกิดขึ้น
ภาคประชาชนจึงมี ข้อเรียกร้อง 5 ประการ ต่อสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน ดังนี้
ให้ สนผ. ต้องจัดเวทีให้ข้อมูลและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทั่วไปทั้งในส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑล และในระดับภูมิภาคให้ครอบคลุมทั้ง ๗ ภูมิภาค ตามการแบ่งพื้นที่ในร่างแผน PDP2026 เช่นเดียวกับแนวทางการเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อร่างแผน PDP2018
ให้ สนพ. ต้องมีการประชาสัมพันธ์กระบวนการรับฟังความคิดเห็นในระดับภูมิภาคอย่างทั่วถึงและเปิดกว้าง โดยไม่จำกัดจำนวนผู้เข้าร่วม และไม่กำหนดเงื่อนไขการลงทะเบียนอันเป็นการจำกัดสิทธิ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประสงค์จะแสดงความคิดเห็นสามารถเข้าร่วมได้อย่างแท้จริงและเสมอภาคในทุกรูปแบบ
ให้ สนพ. ต้องเปิดเผยข้อมูลรายละเอียดอันเป็นสาระสำคัญ เพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในแต่ละภูมิภาคใช้ประกอบการพิจารณาและแสดงความคิดเห็นต่อร่างแผน PDP2026 โดยเฉพาะข้อมูลกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่ที่จะเข้าสู่ระบบในช่วง 12 ปีแรกของแผน อันประกอบด้วยประเภท จำนวน ขนาดกำลังการผลิต และพื้นที่จัดตั้งโครงการโรงไฟฟ้าแต่ละแห่ง เช่นเดียวกับข้อมูลที่เคยเปิดเผยในร่างแผน PDP2024 เป็นอย่างอย่างที่จะมีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น
ให้สนพ. ต้องนำเสนอข้อมูล ตามข้อ 3 ต่อประชาชนในรูปแบบที่เข้าใจง่าย และจัดสรรระยะเวลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน ก่อนวันจัดกิจกรรมรับฟังความคิดเห็นในแต่ละภูมิภาค เพื่อให้ประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีเวลาเพียงพอในการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูล
ให้ สนพ. ต้องรวบรวมความคิดเห็นและข้อเสนอของประชาชนจากทุกภูมิภาค เพื่อนำไปใช้ประกอบการปรับปรุงร่างแผน PDP2026 และจัดทำรายงานสรุปผลการรับฟังความเห็นเผยแพร่ให้ประชาชนทราบโดยทั่วกัน ก่อนนำเสนอเพื่อดำเนินการในขั้นตอนถัดไป โดยต้องนำเอารายงานแต่ละเวทีเผยแพร่หลังจากการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นภายใน 15 วันนับแต่วันจัดประชุมในแต่ละเวที

ภาคประชาชนย้ำว่า อนาคตพลังงานของประเทศไม่ควรถูกกำหนดขึ้นก่อน แล้วจึงเปิดพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามารับฟังในภายหลัง การกำหนดแผนพลังงานที่ส่งผลต่อประชาชน สิ่งแวดล้อม สภาพภูมิอากาศ และค่าไฟฟ้าไปอีกหลายทศวรรษ จำเป็นต้องให้ประชาชนมีสิทธิรับรู้ข้อมูล มีเวลาในการพิจารณาทางเลือก และมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางตั้งแต่ต้น
ภาคประชาชนจึงเรียกร้องให้ สนพ. ทบทวนกระบวนการรับฟังความคิดเห็นต่อร่าง PDP2026 และจัดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นใหม่ ที่โปร่งใส เปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วน เข้าถึงได้ และรับรองการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายของประชาชน ก่อนนำร่างแผนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาและอนุมัติในขั้นตอนต่อไป



















