กลุ่มผู้เสียหาย “อาร์มี่ไทย” แห่ร้องเรียน กมธ.คุ้มครองผู้บริโภคฯ หลังถูกบัญชีม้า “ซัมซัม” บนแพลตฟอร์ม X หลอกรับกดบัตรคอนเสิร์ตบอยแบนด์เกาหลีวง “BTS” ก่อนปิดบัญชีเชิดเงินหนี ด้าน สส.พรรคประชาชน “กันต์พงษ์ – กรุณพล” รับลูกเตรียมประสานดีลเลอร์ขายตั๋ว ดันมาตรการสแกนบอท ทำระบบ KYC บังคับโควตาขายในประเทศไม่ต่ำกว่า 50% ดัดหลังขบวนการปั่นราคาตั๋วผี
วันที่ 11 มิ.ย.2569 เวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา นายกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ สส.กทม. พรรคประชาชน ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) คุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นายกรุณพล เทียนสุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะ กมธ.การสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกันรับหนังสือร้องเรียนจากตัวแทนผู้เสียหายกรณีถูกหลอกลวงซื้อ-จองตั๋วคอนเสิร์ตผ่านช่องทางออนไลน์ หรือกลุ่ม “สแกมเมอร์” (Scammer)
ตัวแทนผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ตนและกลุ่มเพื่อนได้ติดต่อจองบัตรคอนเสิร์ตของวง BTS (บีทีเอส) ศิลปินชื่อดังจากประเทศเกาหลีใต้ ผ่านบัญชีรับกดบัตรบนแพลตฟอร์ม X (ทวิตเตอร์) ที่ใช้ชื่อแอคเคานต์ว่า “ซัมซัม” ซึ่งมีการคิดค่าจ้างกดบัตรตั้งแต่ 300-700 บาทตามสัดส่วนโซนที่นั่ง โดยทางร้านมีรีวิวที่ดูน่าเชื่อถือ จึงหลงเชื่อแอดไลน์เข้าไปพูดคุยตกลงโอนเงินทั้งค่ามัดจำ ค่ากด และค่าบัตรครึ่งหนึ่งล่วงหน้า

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเช้าของวันเปิดจองตั๋ว หลังจากที่ทางกลุ่มผู้เสียหายโอนเงินส่วนที่เหลือให้ครบถ้วน โดยแบ่งเป็นการโอนกระจายเข้าสู่บัญชีม้า 3 ทอด (บัญชีที่ 1 โอนไป 2 และ 3) ทางแอคเคานต์ซัมซัมกลับทำการปิดหนีทันที เมื่อไหวตัวทันจึงได้ตั้งกลุ่มโอเพ่นแชท (Open Chat) รวบรวมผู้เสียหายรายอื่น ๆ และเดินทางไปแจ้งความดำเนินคดี โดยอยากให้เคสนี้เป็นอุทาหรณ์แก่สังคมเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อสแกมเมอร์อีก
ด้านนายกันต์พงษ์ ระบุว่า ปัญหาในวงการสแกมเมอร์ตั๋วคอนเสิร์ตสามารถสรุปได้เป็นสูตร “3 จ. แรก” คือ จองเองยาก เนื่องจากระบบอินเทอร์เน็ตและความเร็วอุปกรณ์ไม่เอื้ออำนวย จองผ่านคนอื่น จนนำมาสู่เจ็บใจ ในท้ายที่สุด ทาง กมธ.คุ้มครองผู้บริโภคฯ จึงเตรียมนำแนวทาง “3 จ. หลัง” เข้ามาแก้ไขปัญหาเชิงรุก ได้แก่ จ-จำกัดการซื้อตั๋ว เสนอแนวทาง 1 ไอดี (ID) ต่อการซื้อตั๋ว 1 ใบ เหมือนโมเดลในประเทศจีนหรือเกาหลีใต้ เพื่อป้องกันสแกมเมอร์ใช้ระบบ “บอท” (Bot) มาแทรกแซงและโกยตั๋วไปผูกขาด จ-แจ้งไอดีผ่านระบบ KYC บังคับใช้ระบบ Digital ID หรือการยืนยันตัวตนอย่างเข้มงวด (Know Your Customer: KYC) ในการซื้อขายเปลี่ยนมือตั๋ว จ-จัดการผู้ให้บริการ เชิญแพลตฟอร์มจำหน่ายตั๋วเข้ามาหารือเพื่อวางระบบป้องกันโปรแกรมคอมพิวเตอร์และตัดวงจรองค์กรสแกมเมอร์ โดยมาตรการนี้จะครอบคลุมไปถึงระบบตั๋วเครื่องบิน ตั๋วรถไฟ และระบบตั๋วร่วมในอนาคตด้วย
ขณะที่ นายกรุณพล กล่าวว่า กมธ.การสื่อสารฯเห็นว่าปัญหานี้ไม่ได้มีแค่การหลอกลวงออนไลน์ แต่ยังมีเรื่อง “ตั๋วผี” ที่ถูกอัปราคาจนแพงเกินจริง จากการตรวจสอบและพูดคุยกับตัวแทนบริษัทผู้จัดจำหน่ายตั๋วรายใหญ่ (ขอสงวนชื่อ) พบข้อมูลน่าตกใจว่า คอนเสิร์ตระดับใหญ่บางงาน มีการล็อกโควตาตั๋วมาจำหน่ายให้แฟนคลับชาวไทยไม่ถึง 15% ส่วนที่เหลือนำไปขายให้โควตาต่างชาติและสปอนเซอร์ ทำให้อุปสงค์และอุปทานไม่สมดุลกัน คนไทยจึงกดบัตรได้ยากมาก
นายกรุณพล กล่าวต่อว่า ขอเสนอให้ภาครัฐอาจต้องออกข้อบังคับกำหนดให้ทุกคอนเสิร์ตที่เข้ามาจัดแสดงในประเทศไทย ต้องจัดสรรโควตาตั๋วให้แก่ผู้ซื้อภายในประเทศไม่น้อยกว่า 50% เนื่องจากปัจจุบันมีศิลปินต่างชาติหลายกลุ่ม (เช่น กลุ่มคู่จิ้น หรือศิลปินที่ติดข้อจำกัดด้านกฎหมายในประเทศตนเอง) นิยมเข้ามาใช้ไทยเป็นฐานจัดคอนเสิร์ตเพราะต้นทุนต่ำ แต่แฟนคลับไทยกลับเข้าไม่ถึงตั๋ว นอกจากนี้ในส่วนของ “ตั๋วอภินันทนาการ” (บัตรสปอนเซอร์) ก็ต้องมีสัดส่วนที่ชัดเจนและตรวจสอบได้ เพื่อความเป็นธรรมของทุกฝ่าย
”เราเข้าใจฝั่งเอกชนว่าหากตั้งกฎเหล็กที่ตึงเกินไป อาจเป็นการผลักให้คอนเสิร์ตระดับโลกหนีไปจัดที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์หรือมาเลเซียแทน ดังนั้น การออกระเบียบข้อบังคับหลังจากนี้ จะเป็นการร่วมรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชน เพื่อหาจุดสมดุลให้ธุรกิจเดินหน้าต่อได้ แต่ผู้ชมและผู้บริโภคในประเทศต้องได้รับความเป็นธรรมและปลอดภัยจากมิจฉาชีพควบคู่กันไป” นายกรุณพล กล่าว



















