“กมธ.สาธารณสุข“ สภาผู้แทนราษฎร เดินหน้าจัดโครงการพัฒนาศักยภาพเยาวชนด้านสุขภาวะและคุณภาพชีวิต “สกลธี ภัททิยกุล” เผยสถิติเด็กไทยวัยรุ่นเผชิญภาวะซึมเศร้าสูง พร้อมดึง “เกรซ กาญจน์เกล้า” ร่วมแชร์มุมมองโภชนาการและสุขภาพจิต มุ่งผลักดันแก้กฎหมายเพิ่มบุคลากรทางการแพทย์ให้ครอบคลุม
วันที่ 22 ส.ค.2569 ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร จัดโครงการสัมมนาเรื่องการพัฒนาศักยภาพเยาวชนด้านสุขภาพภาวะและคุณภาพชีวิต นำโดยนายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีวิทยากรที่เข้าร่วมอาทิ นายอภิชัตย์ รัตนิน อุปนายกสมาคมกีฬาเอ็กซ์ตรีมแห่งประเทศไทย น.ส.กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า นักแสดงชื่อดัง
โดยนายสกลธี ได้กล่าวถึงจุดประสงค์ในการจัดโครงการครั้งนี้ว่า จุดเริ่มต้นคือเยาวชนกลุ่มแต้มใจ ซึ่งทำเรื่องสุขภาพจิตของเยาวชนเข้ายื่นหนังสือกมธ. และแสดงความเป็นห่วงถึงสุขภาพจิตของเยาวชน ซึ่งสอดคล้องกับผลวิจัยที่ทางกรมสุขภาพจิตเป็นคนทำว่าเด็กช่วงอายุ 18-24 ปี 1 ใน 3 มีภาวะซึมเศร้า ทั้งจากโซเชียลมีเดีย สังคม หรือสภาวะครอบครัว ทางกมธ.จึงจัดงานวันนี้ขึ้นมา และได้วิทยากรหลายคนที่ทำเรื่องสุขภาพกาย ใจ เกี่ยวกับเยาวชนให้เกียรติมาเป็นวิทยากร โดยสุขภาพจิตของเยาวชนยังมีปัญหามาก ในประเทศไทยยังมองว่าผู้ที่ไปปรึกษาจิตแพทย์เป็นผู้ป่วย แต่ในต่างประเทศเป็นเรื่องปกติ และในประเทศไทยความพร้อมเรื่องจิตแพทย์เด็กยังมีน้อย ทั่วประเทศมีประมาณ 300 คนเท่านั้น ไม่ครอบคลุมทุกจังหวัด ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพมหานครไปแล้ว 40 เปอร์เซ็นต์
“ใครจะไปคิดว่าประเทศไทยจะมีเหตุการณ์เหมือนในต่างประเทศอย่างการกราดยิง เยาวชนเข้ามามีปัญหาเรื่องอาวุธปืน จากปัญหาสุขภาพจิต ซึ่งเราก็เห็นแล้วว่าในวันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่เยาวชนสมัครเข้าร่วมโครงการกันมาเอง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล โดยในวันนี้จะเป็นการสื่อสารกันแบบสองทาง ตนคิดว่าควรจัดกิจกรรมแบบนี้เยอะๆ และในฐานะสส. ก็ต้องไปแก้ไขกฎหมายเรื่องจิตแพทย์เยาวชนให้เพียงพอกับความต้องการที่มีไม่เพียงพอ เป็นปัญหาที่เราต้องแก้ โดยตนจะนำข้อมูลในวันนี้ผลักดันเป็นนโยบายต่อไป”นายสกลธี กล่าว

ด้านน.ส.กาญจน์เกล้า กล่าวว่า สิ่งที่พัฒนาเป็นความสะดวกสบาย ทั้งโซเชียลมีเดีย หรืออะไรต่าง ๆ เป็นสิ่งที่ทำให้เยาวชนแตกต่างจากรุ่นของเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหาร สภาพแวดล้อม ความเครียดที่ต้องเจอทุกวัน หรือแม้กระทั่งการไถโทรศัพท์ทุกวินาที เป็นความเครียดที่ร่างกายไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ใช้แบบนี้ และร่างกายไม่ได้ถูกออกแบบมาให้อยู่ในโหมดแข่งขัน กดดัน หรือความเครียดในระดับสะสมที่จะอักเสบในร่างกายเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งมีความจำเป็นที่ต้องกลับมาสู่ความเป็นเบสิค สำหรับเด็กในปัจจุบัน ที่แม้กระทั่งจะเผชิญโลกแห่งความจริง เพียงแค่การเรียนเขาก็มีความเครียดแล้ว ต้องมานั่งคิดว่าปัญหาที่แท้จริง ที่ถูกซ่อนไว้ใต้พรมคืออะไร ซึ่งการรักษาโดยใช้ยาเป็นการรักษาที่ปลายเหตุ เราต้องแก้ที่รากของปัญหา ดูว่าเยาวชนขาดและต้องการอะไร
น.ส.กาญจน์เกล้า กล่าวอีกว่า ส่วนในงานสัมมนาวันนี้ตนจะถ่ายทอด ในสิ่งที่เรียนมาเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และโภชนาการ ความเครียดในร่างกายที่ส่งผลระยะยาว ซึ่งเรื่องโภชนาการที่จะเสริมสร้างสารสื่อประสาท ทำให้ระบบประสาทและสมองกลับมาทำงานปกติ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกที่ทำให้เปลี่ยนแปลงร่างกายในระดับเซลล์ได้ ต้องควบคู่ไปกับการลดโซเชียลมีเดีย



















