‘โรม’น้อมรับคำวิจารณ์ปม‘บันเทิงธิปไตย’ ย้ำทำงานให้ปชช.ไม่ใช่เพื่อความบันเทิง

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“รังสิมันต์ โรม” รับคำวิจารณ์ “ปิยบุตร” ปมการเมืองแบบ “บันเทิงธิปไตย” มาสำรวจตัวเอง ยืนยันการทำงานของ สส.ประชาชนไม่ใช่เรื่องความบันเทิง ชี้การถูกดำเนินคดีและการเสี่ยงทำหน้าที่ไม่ใช่เรื่องสนุก พร้อมย้ำตั้งใจทำงานเหมือนเป็นวันสุดท้าย เพื่อไม่ให้ประชาชนมองย้อนกลับมาว่าทำงานไม่คุ้มค่าภาษี

เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า วิพากษ์วิจารณ์การทำงานทางการเมืองของพรรคประชาชนในลักษณะ “บันเทิงธิปไตย” ซึ่งเป็นแนวคิดที่นายปิยบุตรใช้วิจารณ์การเมืองที่ถูกทำให้เน้นความบันเทิง สีสัน และการสร้างกระแสจนบดบังสาระทางการเมือง

นายรังสิมันต์กล่าวว่า นายปิยบุตรเคยเป็นอาจารย์ของตนสมัยเรียนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และตนพร้อมน้อมรับทุกคำวิพากษ์วิจารณ์ในฐานะนักการเมือง โดยจะนำข้อเสนอแนะกลับมาสำรวจการทำงานของตัวเอง พร้อมมองว่านายปิยบุตรแสดงความคิดเห็นในฐานะกัลยาณมิตรและผู้ที่หวังดีกับพรรคประชาชน

อย่างไรก็ตาม นายรังสิมันต์ยืนยันว่า สำหรับตนและเพื่อน สส. พรรคประชาชน การทำหน้าที่ทางการเมืองในลักษณะที่กำลังดำเนินอยู่ ไม่ใช่เรื่องความบันเทิง โดยตั้งคำถามว่า การถูกดำเนินคดีหรือการต้องเผชิญความเสี่ยงจากการทำหน้าที่จะถือเป็นเรื่องสนุกได้อย่างไร พร้อมระบุว่าตนไม่ต้องการให้ประชาชนหรือสื่อมวลชนมองย้อนกลับมาในอนาคตว่า สส.รังสิมันต์ โรม ทำงานไม่คุ้มค่ากับภาษีประชาชน

นายรังสิมันต์กล่าวอีกว่า ตนมีลูกสาว และอยากให้ลูกจดจำตนในฐานะนักการเมืองที่ทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติ จึงพร้อมทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ แม้จะต้องเผชิญความเสี่ยงจากคดีความต่าง ๆ โดยมองว่าสิ่งที่นักการเมืองสามารถควบคุมได้คือการทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ส่วนผลลัพธ์ว่าจะสามารถเปลี่ยนแปลงหรือประสบความสำเร็จได้หรือไม่ ไม่ใช่สิ่งที่สามารถควบคุมได้ทั้งหมด

เมื่อถามว่ามีอะไรจะฝากถึงนายปิยบุตรหรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ เพราะมองว่านายปิยบุตรยังคงทำหน้าที่อาจารย์และให้คำแนะนำกับพรรคในหลายเรื่อง ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคควรนำมาทบทวน หากการทำงานทำให้เกิดความเข้าใจว่าเป็น “เรื่องบันเทิง” ก็ต้องกลับมาสำรวจตัวเองเช่นกัน

นายรังสิมันต์ยังย้ำว่า เชื่อในเจตนาของนายปิยบุตรว่าเป็นความหวังดี และเห็นว่าความตั้งใจของตนและเพื่อน สส. คือการทำหน้าที่ให้เต็มที่เสมือนว่า “วันนี้เป็นวันสุดท้าย” ซึ่งเป็นแนวคิดที่นายปิยบุตรเองเคยใช้ในการทำงานเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่

ส่วนคำถามว่าจะโทรศัพท์ไปพูดคุยกับนายปิยบุตรเพื่อทำความเข้าใจกันหรือไม่นั้น นายรังสิมันต์กล่าวว่า ไม่มีความจำเป็น เพราะรู้จักกันมานานตั้งแต่อายุ 18 ปี และเชื่อว่านายปิยบุตรหวังดีกับพวกตนจริง ๆ

พร้อมย้ำว่า แม้จะน้อมรับคำวิพากษ์วิจารณ์ แต่เมื่อถูกถามถึงเจตนาการทำงาน ก็จำเป็นต้องอธิบายว่า สิ่งที่กำลังทำ ไม่ใช่เรื่องความบันเทิง แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความเป็นความตายของพวกเขาและประเทศชาติ ดังนั้น ในส่วนที่สามารถทำได้ ก็จะเดินหน้าทำหน้าที่ต่อไป โดยเฉพาะบทบาทในฐานะกรรมาธิการที่ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล และพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img