สุดอึ้ง!ผ่ามะเร็งตับก้อนยักษ์ 30 ซม.ใช้เวลากว่า 6 ชั่วโมง เตือน 4 กลุ่มเสี่ยง

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“หมอผ่าตับ” เผยภาพก้อนมะเร็งตับขนาด 30 เซนติเมตร หรือประมาณ 1 ฟุต หลังผ่าตัดนานกว่า 6 ชั่วโมง พบก้อนมะเร็งกดเบียดหลอดเลือดดำและติดกะบังลม แพทย์ต้องค่อยๆ แคะออกจากจุดสำคัญ เผยคนไข้เสียเลือดราว 1,500 ซีซี แต่ปลอดภัย พร้อมเตือนกลุ่มเสี่ยงทั้งไวรัสตับอักเสบ B-C ดื่มสุรา และไขมันพอกตับรุนแรง

เพจ “หมอผ่าตับ” เผยภาพก้อนมะเร็งตับขนาดใหญ่ถึง 30 เซนติเมตร หรือประมาณ 1 ฟุต ซึ่งถูกผ่าตัดนำออกจากร่างกายผู้ป่วย พร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงที่อาจนำไปสู่มะเร็งตับ โดย นพ.บรรณ วิทยชำนาญกุล วุฒิบัตรศัลยกรรมศาสตร์ อนุสาขาตับ ตับอ่อน และทางเดินน้ำดี

นพ.บรรณ ระบุว่า เคสดังกล่าวเป็นการผ่าตัดมะเร็งตับก้อนขนาดใหญ่มากถึง 30 เซนติเมตร ถือเป็นเคสที่มีความยากสูง โดยเริ่มผ่าตัดเวลาประมาณ 14.50 น. และเสร็จสิ้นประมาณ 19.00 น. หากนับรวมระยะเวลาทั้งหมด ใช้เวลาผ่าตัดกว่า 6 ชั่วโมง

ความยากของการผ่าตัดไม่ได้อยู่เพียงแค่ขนาดของก้อนมะเร็งเท่านั้น แต่ก้อนมะเร็งยังไปกดเบียดหลอดเลือดดำ ทำให้ทีมแพทย์ต้องค่อยๆ แยกก้อนมะเร็งออกจากหลอดเลือดดำอย่างระมัดระวัง นอกจากนี้ยังต้องแยกก้อนมะเร็งออกจากกะบังลม ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อที่กั้นระหว่างช่องท้องกับทรวงอกอีกด้วย

นพ.บรรณ ยังให้ความรู้ถึงปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตับ โดยเฉพาะ ไวรัสตับอักเสบ B และไวรัสตับอักเสบ C ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญของโรคมะเร็งตับ

สำหรับไวรัสตับอักเสบ B ยังเป็นสาเหตุที่พบว่าทำให้ผู้ป่วยบางรายเกิดมะเร็งตับตั้งแต่อายุยังน้อย โดยสามารถติดต่อได้หลายทาง รวมถึงการมีเพศสัมพันธ์ และการถ่ายทอดจากแม่สู่ลูก

ดังนั้น ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นไวรัสตับอักเสบ B รวมถึงผู้ที่มีคู่สมรสหรือคู่ครองติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ B หรือ C ควรเข้ารับการตรวจและปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการติดตามสุขภาพตับและความเสี่ยงมะเร็งตับอย่างเหมาะสม

นอกจากไวรัสตับอักเสบแล้ว การดื่มสุราเป็นเวลานาน ก็เป็นอีกปัจจัยเสี่ยง เนื่องจากอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อตับและตับแข็งเรื้อรัง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตับ

ขณะเดียวกัน ปัจจัยที่พบมากขึ้นในปัจจุบันคือ ภาวะไขมันพอกตับรุนแรง ซึ่งสัมพันธ์กับโรคอ้วน เบาหวาน และพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่มีพลังงานหรือคาร์โบไฮเดรตสูง หากเกิดการอักเสบและความเสียหายของตับเรื้อรัง ก็อาจพัฒนาไปสู่ตับแข็งและเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งตับได้

นพ.บรรณ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่สามารถผ่าตัดนำก้อนมะเร็งขนาดใหญ่ที่ขวางอยู่ในช่องท้องออกมาได้สำเร็จ โดยก้อนมะเร็งมีขนาดประมาณ 1 ฟุตและมีน้ำหนักมาก ขณะที่ระหว่างการผ่าตัดผู้ป่วยเสียเลือดประมาณ 1,500 ซีซี ซึ่งถือว่าค่อนข้างมาก แต่หลังการผ่าตัดผู้ป่วยยังปลอดภัยดี

ทั้งนี้ แพทย์แนะนำให้ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคตับ โดยเฉพาะผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ B หรือ C ผู้มีประวัติดื่มสุราเรื้อรัง รวมถึงผู้ที่มีภาวะไขมันพอกตับและโรคที่เกี่ยวข้อง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงและวางแผนติดตามสุขภาพตับอย่างเหมาะสม

ข้อมูลเพจหมอผ่าจตัด

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img