“วุฒิสภา” จ่อรับทราบรายงาน ยกเครื่องการทำงาน “องค์กรอิสระ” ร่วมกันปราบโกง แนะให้ลดข้อจำกัดกฎหมาย ชี้ กม.PDPA เป็นอุปสรรคต่อการแลกเปลี่ยนข้อมูล-สืบสวน
ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภา ว่า นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ได้นัดประชุม สว. ในวันที่ 20 เม.ย. โดยมีวาระพิจารณาเรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม เพื่อรับทราบรายงานพิจารณาศึกษา เรื่อง แนวทางการบูรณาการความร่วมมือองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ เพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริต ของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ การป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบและการเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา ที่มี พล.ต.อ.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สว. เป็นประธาน กมธ.
โดยรายงานฉบับดังกล่าวมีสาระสำคัญ ระบุว่า การทุจริตและประพฤติมิชอบเป็นปัญหาที่ฝังรากลึกในสังคมไทย ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาปะเทศทุกมิติ รวมถึงการบิดเบือนกลไกตลาดที่นำไปสู่ความไม่เป็นธรรมทางเศรษฐกิจและความเหลื่อมล้ำในสังคม บ่อนทำลายคุณธรรม จริยธรรม ทำลายความเชื่อถือของประชาชนต่อระบบราชการ และกระบวนการยุติธรรม และด้านการเมืองทำให้การบริหาราชการแผ่นดินขาดธรรมาภิบาล ประสิทธิภาพ นำไปสู่ความไร้เสถียรภาพทางการเมือง ทั้งนี้ปัญหาดังกล่าวไม่ใช่ความผิดพลาดส่วนบุคคล แต่เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติและความผาสุกของประชาชน จำเป็นต้องแก้ไขเร่งด่วน
“แม้องค์กรอิสะมีหน้าที่ อำนาจ และกลไกทำงานชัดเจน แต่ลักษณะของการทุจริตมีความซับซ้อน หลากหลายรูปแบบ ใช้เทคโนโลยีทันสมัย เชื่อมโยงเครือข่ายข้ามหน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ และเกี่ยวพันกับองค์กอาชญากรมข้ามชาติ ทำให้การทำงานขององค์กรอิสระแต่ละแห่งเพียงลำพังไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหาอย่างเบ็ดเสร็จ เด็ดขาด และครอบคลุมปัญหาอย่างสมบูรณ์ได้ ดังนั้นต้องบูรณาการความร่วมมือระหว่างองค์กรอิสระอย่างจริงจังเป็นระบบ” รายงานศึกษาของ กมธ. ระบุ
กมธ.ฯ ยังมีข้อเสนอแนะเพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ได้แก่ 1.แก้ไขและปรับปรุงกฎหมาย ที่เป็นอุปสรคต่อการทำงาน เช่น เรื่องอายุความในคดีทุจริต เพิ่มบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนคำสั่งของหน่วยงานตรวจสอบ สร้างข้อยกเว้นทางกฎหมายให้หน่วยงานอิสระสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อประโยชน์การสืบสวนสอบสวนภายใต้มาตรการคุ้มครองที่เหมาะสม ทั้งนี้ในส่วนของปัญหาและอุปสรรคการปราบทุจริต พบว่ามีข้อจำกัดทางกฎหมาย โดยร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกระหว่างหน่วยงาน แม้เป็นข้อมูลที่จำเป็นต่อการสืบสวนสอบสวนก็ตาม
2.จัดทำกลไก ช่องทางการเชื่อมโยงการทำงงานให้ประสานงานและส่งต่อข้อมูลที่รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ยับยั้งความเสียหายและดำเนินกาารกับผู้กระทำผิดได้โดยทันที
3.ส่งเสริมและปลูกฝังจิตสำนึกของความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อแก้ปัญหาทุจิต โดย คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีบทบาทสำคัญเพื่อคัดสรรคนดีเข้ามาบริหารประเทศ เพื่อเป็นต้นแบบของความซื่อสัตย์และคุณธรรม ทั้งนี้กระบวการเลือกตั้งที่จะมีประสิทธิภาพต้องส่งเสริมให้ประชาชน และพรรคการเมืองมีส่วนร่วม
4.ให้ความสำคัญกับเจตจำนงทางการเมืองที่เข้มแข็งของผู้นำประเทศ เพื่อต่อสู้กับการทุจริตที่จริงจังและสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนและภาพลักษณ์ของประเทศในระดับสากล
5.คำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน ตามหลักการการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ดังนั้นการดำเนินการที่กระทบต่อสิทธิผู้ถูกกล่าวหาต้องระมัดระวัง
6.ผลักดันให้เกิดกลไกการขับเคลื่อนประเทศตามแผนการปฏิบัติงานเชิงบูรณาการขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญอย่างต่อเนื่อง



















