ไม่ใช่แค่การปรับผัง แต่คือการปฏิรูปครั้งใหญ่! “เพื่อไทย” เปิดตัวกรรมการบริหาร 29 คน พร้อมดึงบิ๊กเนม “อุ๊งอิ๊ง-ภูมิธรรม-สุริยะ-อ.เชน” เสริมทัพคณะที่ปรึกษา ย้ำชัดนโยบายต้องกินได้ “ทุกปัญหามีเจ้าของ ทุกพื้นที่มีคนดูแล” พร้อมสู้ศึกวิกฤตการเมือง
วันที่ 24 เม.ย. 69 ที่พรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงภายหลังการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 พรรคเพื่อไทย ถึงโครงสร้างกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ว่า การประชุมพรรคครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกหลังการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยได้สรุปบทเรียนอย่างเป็นระบบตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา ตราบที่ประชาชนยังต้องการคนทำงานให้ พรรคเพื่อไทยจะยังเดินหน้าต่อไป ไม่มีเหตุผลที่จะหยุด
วันนี้พรรคเพื่อไทยพร้อมแล้วที่ประกาศโครงสร้างการทำงานชุดใหม่ที่มุ่งให้ทุกปัญหามีเจ้าของ และทุกพื้นที่มีคนดูแล ตั้งแต่ระดับนโยบายถึงระดับภูมิภาคทั่วประเทศ และเมื่อยังต้องเดินต่อ หยุดไม่ได้ เราจึงต้องปรับตัวครั้งใหญ่ ทั้งโครงสร้าง ระบบงาน บุคลากร เทคโนโลยี ทั้งหมดนี้เพื่อทำให้พรรคยังเดินหน้าต่อไปได้ ด้วยแนวทางที่ ‘ถูกต้อง’ คู่กันไปกับงานบริหารราชการแผ่นดิน
“สิ่งที่เปลี่ยนไปจริงๆ ไม่ใช่แค่กล่องในผัง แต่คือทุกปัญหามีเจ้าของ ทุกพื้นที่มีคนดูแล เราจะไม่ยอมแพ้ ตราบใดที่พี่น้องประชาชนยังมีปัญหา ตราบที่พี่น้องประชาชนยังตั้งความหวังว่าพรรคจะทำงานเพื่อแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน การทำนโยบายยังเป็นสิ่งที่พรรคเพื่อไทยยึดมั่น คนนอกอาจจะมองว่าพรรคเพื่อไทยอยู่ในภาวะวิกฤต แต่ไม่ว่าใครจะนิยามพรรคเพื่อไทยอย่างไร พรรคไม่ได้มีอยู่เพื่อเล่นตามบทที่ใครเขียน แต่มีอยู่เพราะประชาชนยังต้องการองค์กรที่ทำงานให้เขา เมื่อเป้าหมายคือประชาชน ภารกิจของพรรคจึงไม่มีวันสิ้นสุด การเดินหน้าปรับเปลี่ยนและพัฒนาตัวเอง เราจะเดินหน้าต่อไป“ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าว

นายจุลพันธ์กล่าวอีกว่า นอกจากนั้น ด้วยอำนาจของหัวหน้าพรรคการเมือง ยังใช้อำนาจในการบริหาร โดยแต่งตั้งคณะที่ปรึกษาขึ้นมาเป็นองค์ประกอบ เพื่อที่จะเข้ามาช่วยในเรื่องของการคิดยุทธศาสตร์ คิดแนวทางเดินหน้าทางการเมือง คิดนโยบาย แนวทางแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ซึ่งคณะที่ปรึกษานี้จะมีบุคลากรผู้ทรงความรู้ ผู้มากด้วยประสบการณ์ของพรรคอีกจำนวนมากมาร่วม มีอดีตนายกฯ แพทองธาร นายภูมิธรรม เวชยชัย นพ.พรหมมินทร์ เลิศสุริย์เดช อ.เชน ยศชนัน วงษ์สวัสดิ์ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นต้น จะะมีการประชุมหารือร่วมกันระหว่างคณะผู้บริหารและคณะที่ปรึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนพรรค สามารถสอดประสานทั้งในส่วนของพรรค ส่วนของสภา และส่วนของคณะรัฐมนตรี ให้ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน
“คนนอกอาจจะมองพรรคเพื่อไทยว่าอยู่ในภาวะวิกฤต อยู่ในภาวะที่สะดุดติดขัด แต่คนมองอย่างไรไม่ใช่ปัจจัยที่เราจะคำนึง แน่นอนว่าสถาบันการเมืองไม่ใช่เวทีละครที่เราจะเล่นตามบทของใครที่มากำหนด แต่เราคือองค์กรที่มีชีวิต และเรายืนยันว่าจะเดินหน้าโดยใช้ลมหายใจและความหวังของพี่น้องประชาชนเป็นกำลังในการขับเคลื่อน เรายังคงมีความตั้งใจในการที่จะเดินหน้าพรรคเพื่อให้เติบโตสู่การเป็นพรรคแกนหลักในการจัดตั้งรัฐบาลต่อไปในอนาคต ผมตั้งหวังว่า ด้วยการร่วมเดินทางของพวกเราจากวันนี้ไป พรรคเพื่อไทยจะเป็นสถาบันการเมืองที่เข้มแข็ง และสามารถทำประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนสมตามที่ได้มีความตั้งใจเอาไว้” นายจุลพันธ์กล่าว




















