ไม่ได้มาเล่นๆ! “สกลธี” มั่นใจบารมี “อภิสิทธิ์” ดึงความนิยมคนกรุงฯ คืน ชูผู้สมัครโปรไฟล์หรู “อดีตบิ๊กเอกชน-เก๋าการเมือง” พร้อมแก้ปมกล้องวงจรปิด-Feeder ที่แชมป์เก่ายังสอบตก
วันที่ 5 พ.ค.2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่ดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานคร เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร หรือ สก.พรรคประชาธิปัตย์ว่า ในช่วงเย็นวันนี้ (5 พ.ค.) จะมีการประกาศรายชื่อว่าที่ผู้สมัคร สก.พรรคประชาธิปัตย์ ทั้ง 50 เขต ภายหลังคณะกรรมการบริหารพรรคฯ จะได้รับรองรายชื่อผู้สมัครทั้งหมดแล้ว โดยมีอดีต สก.พรรคประชาธิปัตย์ และ สก.จากพรรคการเมืองอื่น ๆ ในช่วงที่ผ่านมาทั้งพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชนที่มีแนวทางการทำงานร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ได้ ประมาณ 12-13 คน และยังมีอดีตผู้สมัครที่มีคะแนนในพื้นที่ดี รวมถึงคนรุ่นใหม่ที่มีความสนใจ
นายสกลธี กล่าวว่า การเลือกตั้ง สก.การแข่งขันน่าจะไม่เท่าการแข่งขันระดับประเทศ และมั่นใจว่า หลังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กลับมานำพรรคฯ ความนิยมของพรรคฯ ในกรุงเทพฯ มีมากขึ้น และว่าที่ผู้สมัครของพรรคฯ ก็ทำงานหนัก จึงมั่นใจว่า หลายเขตที่พรรคประชาธิปัตย์จะสามารถปักธงได้มากกว่าการเลือกตั้ง สก.ครั้งก่อนแน่นอน ไม่เหมือนกับการเลือกตั้ง สส.ที่พรรคประชาชน ได้ทั้ง 33 เขตการเลือกตั้ง ส่วน สก.พรรคเพื่อไทยที่มาร่วมงานกับพรรคประชาธิปัตย์นั้น นายสกลธี ระบุว่า กรรมการสรรหาได้พิจารณาถึงการทำงาน แนวทางและอุดมการณ์ ซึ่งหลายคนเป็นอดีตสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ หรือ อดีต สข. และ สก.ซึ่งมีการพิจารณาประวัติอย่างเข้มข้น จึงได้มีการรับรองผู้ที่มีความเหมาะสม
“สาเหตุที่ยังไม่มีการเปิดรายชื่อผู้สมัครผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ ของพรรคฯ ว่า เนื่องจาก ผู้สมัครที่ได้มีการทาบทามไว้ มีหน้าที่การงานที่จะต้องไปจัดการก่อน ซึ่งพรรคฯ จะเปิดตัวในช่วงกลางเดือน “นายสกลธี กล่าว
เมื่อถามว่าประเมินคู่แข่งอย่างนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ คนปัจจุบัน นายสกลธี ยอมรับว่า คนเป็นแชมป์เก่าน่ากลัวอยู่แล้ว และยังมีประชาชนให้ความนิยมจากแนวทางการทำงานของนายชัชชาติ แต่พรรคประชาธิปัตย์ ก็ทำการบ้าน และเห็นจุดบางชุดที่นายชัชชาติยังไม่ได้ลงมือทำ เช่น การติดกล้องวงจรปิดที่ยังไม่เพิ่มจำนวน ระบบ Feeder นำประชาชนส่งถึงขนส่งสาธารณะได้ง่ายขึ้น รวมถึงแนวทางการยกระดับกรุงเทพฯ อีก 4 ปีข้างหน้าให้ยกระดับขึ้นอีก ซึ่งผู้สมัคร และทีมกรุงเทพฯ ของพรรคประชาธิปัตย์จะตอบโจทย์
เมื่อถามว่าจะมีการประเมินคนกรุงเทพฯ ชอบผู้สมัครที่ลงสมัครในนามอิสระมากกว่าสังกัดพรรคการเมือง นายสกลธี กล่าวว่า จะต้องย้อนกลับไปในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ปี 2565 ว่า นายชัชชาติอิสระจริงหรือไม่ และเชื่อว่า สื่อมวลชนจะทราบว่า มีพรรคการเมืองใดสนับสนุนนายชัชชาติ ซึ่งเชื่อว่า คนในวงการจะทราบอยู่แล้ว แต่ยืนยันว่า พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผย โปร่งใสที่สนับสนุนในนามพรรคฯ และตนมั่นใจว่า ประชาชนต้องการความชัดเจนว่า ใครจะมีทีมของใครมากกว่า หรือหากผู้ว่าฯ จะมีทีม สก.ของตนเอง ประชาชนก็คงอยากทราบ พร้อมมองว่า การเปิดเผยให้ชัดนั้น เป็นประโยชน์อยู่แล้ว
เมื่อถามว่าการลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. หรือ สก.ในนามอิสระ นายสกลธี กล่าวว่า มีทั้งผลดีและผลเสีย ซึ่งการลงสมัครในนามอิสระ ก็ไม่จำเป็นต้องมีแนวนโยบายของพรรคมาตีกรอบ แต่พรรคประชาธิปัตย์ ก็ให้อิสระกับผู้สมัครผู้ว่าฯ ในการกำหนดนโยบาย ซึ่งในการทำงานจริง เชื่อว่า แม้ สก.จะมีพรรคการเมือง แต่สิ่งใดที่เป็นประโยชน์กับประชาชน สก.ก็พร้อมดำเนินการ
เมื่อถามว่าจุดแข็งของว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ ของพรรคประชาธิปัตย์ นายสกลธี กล่าวว่า เมื่อนายอภิสิทธิ์มีการทาบทามไปก็ได้รับการตอบรับทันที ซึ่งเป็นผู้มีประสบการณ์ทางการเมือง เคยเป็นผู้บริหารธุรกิจเอกชน มีบุคลิกในการประสานงาน หากได้รับการเลือกตั้ง มั่นใจว่า จะสามารถประสานงานกับรัฐบาลได้อย่างไร้รอยต่อแน่นอน รวมถึงยังมีนโยบายกรุงเทพฯ ของพรรคประชาธิปัตย์ 4 ปี จะสามารถตอบโจทย์ให้ประชาชนชาวกรุงเทพฯ ได้แน่นอน



















