กมธ.คมนาคม วุฒิสภา เชิญ หน่วยงานเกี่ยวข้องเหตุรถไฟชนรถเมล์ถนนอโศก-ดินแดง ให้ข้อมูลข้อ 20 พ.ค.นี้ ‘สว.วุฒิชาติ’ หนุนแนวคิดนายกฯ ‘ทำอุโมงค์-ทางยกระดับ’ แก้ปัญหาจุดตัดรถไฟ ชี้ปฏิเสธความผิดไม่ได้หลังพบคนขับรถไฟฉี่ม่วง
เมื่อวันที่ 18 พ.ค.69 ที่รัฐสภา นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร สมาชิกวุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมกรรมาธิการคมนาคม เพื่อหารือถึงกรณีรถไฟชนรถเมลบริเวณอโศกเพชร เมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้บาดเจ็บ เสียชีวิตจำนวนมาก ว่า วันนี้ได้มีการทำหนังสือเชิญไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกรมราง การรถไฟแห่งประเทศไทย กรมการขนส่งทางบก ขสมก. เจ้าหน้าที่ตำราวจจราจร และเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.มักกะสัน เพื่อมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น เพราะเกิดความสูญเสียจำนวนมาก โดยจะมีการประชุม 13.00 น.วันที่ 20 พ.ค. ซึ่งในการพิจารณาจะตั้งคำถามต่อการทำหน้าที่ของทุกฝ่ายว่าปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้วหรือไม่ เช่น การนำรถไปจอดคร่อมทางรถไฟ ซึ่งมีกฎหมายรองรับอยู่ ในอดีตตนเคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟฯ มาก่อน จะมีกฎหมาย กฎระเบียบกำหนดว่าในระยะ 5 เมตรจากทางรถไฟต้องไม่มีสิ่งใดกีดขวาง
ส่วนการแก้ปัญหาระยะยาวนั้น คงไม่มใช่หน้าที่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จะต้องร่วมกัน เพราะเป็นการใช้ทางสาธารณะร่วมกัน ฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องมีการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดมากขึ้น การรถไฟแห่งประเทศไทยต้องมีมาตรการที่เข้มงวดมากขึ้น ไม่ใช่เฉพาะรถโดยสารประจำทางเท่านั้น แต่รวมถึงรถทุกชนิดที่ใช้ทางสาธารณะร่วมกัน จะต้องคำนึงถึงความปลอดภัย รักษากฎหมาย ทั้งนี้ สนับสนุนแนวคิดของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ที่ระบุว่า บริเวณจุดตัดทางรถไฟในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ควรจะพิจารราว่าจะเป็นทางยกระดับหรือทำอุโมงค์ ในอนาคต ซึ่งได้ทั้งความปลอดภัย ลดการติดขัดด้านการจราจรในกรณีรถไฟแล่นผ่าน ซึ่งขบวนค่อนข้างยาว ปิดกั้นจราจรค่อนข้างนาน ดังนั้นจะต้องดูว่าจะแก้ปัญหาให้มีความปลอดภัยด้วย และลดการติดขัดการจราจรในกรุงเทพฯ ด้วย
เมื่อถามว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นจะไม่เป็นปัญหาวีวหายล้อมคอกหรือไม่ เพราะทุกคนทราบ แต่ไม่ปฏิบัติตาม ไม่มีวินัยจราจร นายวุฒิชาติ กล่าวว่า ในสมัยที่ตนเป็นผู้ว่าการรถไฟก็มีโครงการพวกนี้อยู่ แต่ใช้งบประมาณค่อนข้างเยอะ จึงมีการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร หากย้อนดูคลิปเก่าๆก็จะเห็นว่ามีรถจอดรอ จนกว่าจะเคลียร์พื้นที่การจราจรแล้วเสร็จ รถไฟจึงจะสามารถเดินทางผ่านได้ อย่างไรก็ตามในกรณีนี้ยังต้องดูว่า เหตุใดจึงมีการเบรครถไฟก่อนถึงจุดเกิดเหตุเพียง 100 เมตร ทั้งๆที่ผ่านจุดแยกมาหลายจุดแล้ว ทั้งนี้ในอนาคตหากมียานพาหนะเพิ่มมากขึ้น ก็จะเกิดปัญหาการจราจรอีก หากมีความเข้มงวดจริงๆ กว่ารถไฟจะผ่านได้แต่ละขบวน ใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที หรืออย่างน้อยบางครั้ง หากรถจากสวนทางกันจะต้องใช้เวลาถึง 20 นาที ตนมองว่าการสะสมปริมาณรถยนต์ที่ใช้ในทางสาธารณะก็จะค่อนข้างมาก ดังนั้นในอนาคตจะต้องพิจารณาไปด้วย แมสทุกคนจะช่วยกันรักษาวินัยจราจรเป็นอย่างดี แต่บางครั้งการลดการติดขัดด้านการจราจรก็มีความจำเป็น
เมื่อถามว่าเมื่อมีการตรวจ พบว่าคนขับรถไฟปัสสาวะเป็นสีม่วง และยังไม่ได้รับใบอนุญาตขับรถไฟ การรถไฟจะต้องชี้แจงเรื่องนี้อย่างไร นายวุฒิชาติ กล่าวว่า เรื่องปัสสาวะเป็นสีม่วงนั้นปฏิเสธไม่ได้อยู่แล้ว หากใช้สารเสพติดก็ต้องมีความผิดจริง แต่ในเรื่องของใบอนุญาตนั้น พระราชบัญญัติทางรางเพิ่งผ่านและบังคับใช้ ตนจึงไม่แน่ใจว่า ในท้ายพระราชบัญญัติได้กำหนดระยะเวลาให้ดำเนินการเมื่อไหร่ เพราะในอดีตก่อนที่จะมีกรมราง การรถไฟก็เดินรถเดี่ยวและมีมาตรฐาน เรื่องการอบรมคนขับอยู่แล้ว แต่ในครั้งนี้ปฏิเสธไม่ได้แน่ๆในเรื่องของปัสสาวะเป็นสีม่วง.



















