นายกฯ อนุทิน นั่งหัวโต๊ะประชุมประชาคมข่าวกรอง รวม 14 หน่วยมั่นคง ย้ำการข่าวยุคใหม่ต้องมองรอบด้าน–เชื่อใจเครือข่ายมั่นคงยุคนี้ ทำงานเป็นหนึ่งเดียว ช่วยบริหารประเทศอย่างแม่นยำ
วันที่ 18 พ.ค.69 เวลา 14.00 น. ณ ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมสรุปสถานการณ์ด้านความมั่นคงของประเทศ โดยประชาคมข่าวกรอง จากหน่วยงานด้านความมั่นคง 14 หน่วยงาน
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมรวบรวมข้อมูลและจัดทำสรุปสถานการณ์มานำเสนอ โดยระบุว่าได้ติดตามสถานการณ์โลกและบริบทด้านความมั่นคงของประเทศอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด เนื่องจากเป็นข้อมูลสำคัญต่อการบริหารประเทศและการตัดสินใจในประเด็นสำคัญต่าง ๆ
นายกรัฐมนตรีย้ำว่า การข่าวในโลกปัจจุบันมีความซับซ้อนและหลายมิติ จึงจำเป็นต้องติดตามข้อมูลอย่างครบถ้วนรอบด้าน ไม่ใช่เพียงรับรู้ว่า “เกิดอะไรขึ้น” แต่ต้องเข้าใจว่า “เกิดขึ้นเพราะอะไร” รวมถึงปัจจัยและบริบทแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถวิเคราะห์และแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างตรงจุดและแม่นยำ การบรรยายสรุปทุกสถานการณ์ ต้องเน้นประเด็นสำคัญ (Critical Point) ที่ชัดเจน เพื่อให้รัฐบาลนำข้อมูลไปใช้กำหนดนโยบายและบริหารจัดการสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ รัฐบาลให้ความสำคัญกับงานด้านความมั่นคง และให้ความเชื่อมั่นต่อการปฏิบัติงานของทุกหน่วยงาน ทำให้การสนับสนุนและการตัดสินใจต่าง ๆ เป็นไปอย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ พร้อมขอให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานเชิงรุก เชื่อมโยงมิติด้านการข่าว ความมั่นคง และเศรษฐกิจ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไปในทิศทางเดียวกัน และสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติและประชาชน
นายกรัฐมนตรียังกล่าวว่า ในรัฐบาลนี้ได้เกิดการบูรณาการการทำงานร่วมกันของทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายปกครอง ฝ่ายพลเรือน และฝ่ายความมั่นคง โดยเฉพาะด้านการข่าวและการปรับปรุงยุทธวิธีในการปราบปรามปัญหาสำคัญ อาทิ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ การค้ามนุษย์ และยาเสพติด ที่ดำเนินการอย่างจริงจังจนเกิดผลเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังระบุว่า เครือข่ายการทำงานระหว่างหน่วยงานมีประสิทธิภาพอย่างมาก สะท้อนถึงความแม่นยำและความน่าเชื่อถือของข้อมูลด้านการข่าวจากการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ด้วยตนเอง อีกทั้งยังไม่พบปัญหาการทุจริตหรือการทำงานที่ซ้ำซ้อน โดยทุกฝ่ายสามารถประสานบทบาทและภารกิจร่วมกันได้อย่างมีเอกภาพ จนเกิดความเข้าใจร่วมและการทำงานที่มีประสิทธิผลร่วมกัน
ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวกับคณะทำงานข่าวกรองว่า ในเรื่องข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับความเห็นต่างทางความคิด หากเป็นเรื่องเห็นต่างกับนโยบายรัฐ หรือเห็นต่างกับแนวทางดำเนินงาน ขอให้รวบรวมความเห็นและข้อเสนอแนะมา อะไรที่รัฐบาลทำให้ได้ ทำให้สบายใจ จะทำ แต่ถ้าเป็นความแตกแยกทางความคิดการเมือง ด้อยค่า สร้างโวหาร ไม่ต้องเสียเวลา



















