สภาฯโต้”หมอวรงค์”ปมกองทุนอดีตสส. แจงปม“ตรวจสุขภาพ-ค่าเทอมอินเตอร์”

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ออกโรงงัดหลักฐานโต้ “นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม” หลังวิจารณ์สิทธิประโยชน์ “กองทุนอดีตสมาชิกรัฐสภา” มากเกินเหตุ จนโซเชียลเข้าใจผิด ชี้งบตรวจสุขภาพผูกรวมค่ารักษาพยาบาลจำกัดแค่ 1.3 แสนต่อปี ส่วนค่าเทอมลูกเรียนอินเตอร์ เบิกได้สูงสุดแค่ปีละ 25,000 บาท ไม่ใช่ต่อเทอม ยันโปร่งใสทำตามระเบียบกระทรวงการคลัง

วันที่ 21 พ.ค.2569 เวลา13.30น. ที่รัฐสภา นายณัฏฐกฤษฎ์ วงศ์เจริญ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะโฆษกสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร แถลงชี้แจงกรณีที่นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ของกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ในส่วนของการจ่ายเงินในการรักษาพยาบาล(การตรวจสุขภาพประจำปี) และการจ่ายเงินช่วยเหลือในกรณีการให้การศึกษาบุตร(กรณีบุตรศึกษาโรงเรียนนานาชาติ) ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่7พ.ค.ที่ผ่านมาว่า ในการจ่ายเงินฯตรวจสุขภาพประจำปี ที่นพ.วรงค์ระบุว่า ภายในวงเงินไม่เกิน130,000บาทต่อปี เป็นสิทธิประโยชน์ที่มากไป ข้อเท็จจริงคือ คณะกรรมการกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา แสดงความเห็นในการแก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามในส่วนของการตรวจสุขภาพประจำปีว่าการตรวจสุขภาพประจำปีในเชิงป้องกันจะช่วยให้รัฐประหยัดงบประมาณรายจ่ายได้มากกว่าการจ่ายเงินเพื่อการรักษาพยาบาลโดยไม่เกินอัตรา 130,000 บาทต่อปี เพราะฉะนั้น ในวงเงินดังกล่าวไม่ใช่เฉพาะการตรวจสุขภาพอย่างเดียว แต่รวมถึงค่ารักษาพยาบาลอื่นๆด้วย การตรวจสุขภาพประจำปีทำได้ครั้งเดียว รวมกับวงเงินค่ารักษาพยาบาลด้วย หากการตรวจรักษาพยาบาลมีราคาเท่าไหร่ ก็จะไปหักจากสิทธิ์ที่ได้จากวงเงินรวมไม่เกิน130,000ต่อปี

โฆษกสำนักงานเลขาธิการสภาฯ กล่าวต่อว่า ส่วนข้อสังเกตเรื่องการจ่ายเงินฯให้การศึกษาบุตรที่ศึกษาโรงเรียนนานาชาติ ที่นพ.วรงค์ระบุว่า สามารถเบิกค่าเล่าเรียนได้เต็มจำนวน เป็นสิทธิประโยชน์ที่มากเกินไปไม่เหมาะสมนั้น ข้อเท็จจริงคือการจ่ายเงินช่วยเหลือกรณีดังกล่าว เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการกองทุนฯ พ.ศ.2556 ข้อ 45 และที่แก้ไขเพิ่มเติมกำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายเงินช่วยเหลือ ซึ่งเป็นการเบิกจ่ายตามประเภทและไม่เกินอัตราที่กระทรวงการคลังกำหนดตามกฎหมายว่าด้วยเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร ตามหนังสือกรมบัญชีกลาง ด่วนที่สุด ที่กค 0422.3/ว 257 ลงวันที่8มิ.ย.2559 สำหรับการจ่ายเงินช่วยเหลือการศึกษาบุตรสำหรับโรงเรียนนานาชาติ ต้องพิจารณาว่าเป็นสถานศึกษาของเอกชนที่รับเงินอุดหนุน หรือไม่รับเงินอุดหนุน และศึกษาอยู่ระดับชั้นใด ซึ่งจะได้รับอัตราการจ่ายเงินช่วยเหลือการศึกษาบุตรตามที่กระทรวงการคลังกำหนด ดังนี้ ระดับประถมศึกษาหรือเทียบเท่า ในเรทที่ไม่รับเงินอุดหนุนไม่เกิน 13,200 บาทต่อปีการศึกษา  มัธยมศึกษาตอนต้นหรือเทียบเท่า ไม่เกิน 15,800 บาทต่อปีการศึกษา มัธยมศึกษาตอนปลาย หรือหลักสูตรปวช. หรือเทียบเท่าไม่เกิน ไม่เกิน 16,200 บาทต่อปีการศึกษา และระดับปริญญาตรีไม่เกิน 25,000 ต่อปีการศึกษา

“พอบอกว่าเป็นโรงเรียนนานาชาติ ก็มองว่ามีค่าเล่าเรียนสูง กองทุนให้สิทธิประโยชน์เป็นหลักแสน คือไม่ใช่ เราให้ได้ไม่เกินอัตราที่กรมบัญชีกลางกำหนด คือตั้งแต่ 13,200-25,000 บาทต่อปีการศึกษา ไม่ใช่ต่อเทอม ถือเป็นอัตราที่เหมาะสม และระเบียบคณะกรรมการกองทุนฯที่แก้ไขเพิ่มเติมก็ไม่ได้แตะตรงนี้ เป็นการให้ตามหลักเกณฑ์ และปรับตามที่กรมบัญชีกลางกำหนดมา ยืนยันว่า ข้อมูลทั้งหมดนี้เป็นการเติมเต็ม เพื่อเสริมการอภิปรายของสมาชิกที่ต้องการให้แก้ไขระเบียบ แต่ยังได้ข้อมูลไม่ครบ และเพื่อความโปร่งใสในเรื่องการติดตามการบริหารกองทุนอดีตผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา นอกจากนี้ อยากให้ข้อมูลที่สื่อสารออกไปยังประชาชน เป็นข้อมูลที่ถูกต้อง และมีความเข้าใจด้วย” นายณัฏฐกฤษฎ์ กล่าว

เมื่อถามว่า ข้อมูลที่นพ.วรงค์สื่อสารออกไปอาจทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดขยายเป็นวงกว้าง จะมีการดำเนินการอย่างไรหรือไม่ นายณัฏฐกฤษฎ์ กล่าวว่า เราทำความเข้าใจที่ถูกต้องตามหลักการเบิกจ่ายของกรมบัญชีกลางให้ประชาชนทราบ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส่ ตามหลักธรรมาภิบาล ส่วนที่นพ.วรงค์ปูดระเบียบออกมานั้น เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกองทุนฯ ที่จะมีกมธ.กิจการสภาฯคอยสกรีนให้อีกชั้น ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องระดับบริหาร ทางสำนักงานเลขาธิการสภาฯเป็นหน่วยธุรการ มีหน้าที่เบิกจ่ายตามมติของคณะกรรมการฯ

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img