‘อภิสิทธิ์’ ควง ‘อนุชา’ ลุยย่านสุขุมวิท พบร้านกัญชาชวนปุ๊นเรียงราย ชี้ กทม.ต้องควบคุมป้าย -ใบอนุญาตประกอบกิจการ มองคน กทม
ตื่นตัวหลังเปิดตัวชิงผู้ว่าฯ กทม. ชี้ปัญหาน้ำท่วมทุกฝ่ายต้องเตรียมพร้อมรับมืออยู่เสมอ
เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 69 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค และนายสกลธี ภัททิยะ รองหัวหน้าพรรค นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ และ นายอนุชา บูรพชัยศรี ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่ากทม.ในนามพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ย่านถนนสุขุมวิท สำรวจป้ายโฆษณาเชิญชวนเสพกัญชา ในลักษณะสันทนาการเพื่อที่จะรวบรวมข้อมูลนำไปออกเป็นนโยบายในการหาเสียง
นายอนุชา กล่าวว่า บริเวณพื้นที่ย่านสุขุมวิท ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว สิ่งที่เห็นและต้องเร่งดำเนินการคือเรื่องของกัญชา เพราะในบริเวณพื้นที่นี้ตลอดเส้นถนนสุขุมวิท มีการโฆษณาเชิญชวนใช้กัญชาในเชิงสันทนาการ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ สนับสนุนกัญชาให้ใช้ในทางการแพทย์เท่านั้น ในส่วนของสันทนาการพรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าจะต้องมีการควบคุม อะไรที่เกินเลยจากกฎหมายที่กำหนดไว้ ต้องเร่งดำเนินการ หลายเรื่อง กทม.สามารถดำเนินการเองได้ทั้งป้ายโฆษณา เชิญชวนรวมถึงร้านค้าที่เปิดใกล้โรงเรียนหรือวัด โดยเรื่องนี้ กทม.สามารถเข้ามาดูแลได้โดยตรง ส่วนเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย ที่จะต้องเชื่อมโยงกับหน่วยงานอื่นเช่นกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ หรือกระทรวงอื่นๆ เราก็จะต้องเป็นเจ้าภาพในการประสานงาน แต่ต้องมีมาตรฐานที่ชัดเจนว่าต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย

นอกจากนี้หากต้องการให้กรุงเทพฯเป็นเมืองเศรษฐกิจต้องไม่มอมเมาประชาชน และสร้างค่านิยมผิดๆให้แก่เยาวชน อีกทั้งกรุงเทพฯ ยังเป็นเมืองภาพลักษณ์นักท่องเที่ยว การจะมีป้ายโฆษณาร้านค้าที่เชิญชวนใช้กัญชาอย่างเสรี ต้องควบคุมไม่ให้ภาพลักษณ์เหล่านั้นออกไปในทางที่ผิด วันนี้ไม่ได้มาตรวจสอบ เพียงแค่มาดูสภาพความเป็นจริง สิ่งที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพราะกรุงเทพฯเป็นเมืองฟ้าอมรแอนด์มอร์ ดังนั้นเราจะต้องดำเนินการสิ่งที่เป็นภาพลักษณ์ที่ดี
เมื่อถามว่าสิ่งไหนที่กทม.สามารถดำเนินการได้ นายอนุชากล่าวว่า เรื่องแรกคือใบอนุญาตประกอบกิจการ เราสามารถให้หน่วยงานที่ กทม.กำกับดูแลตรวจสอบสถานประกอบการว่าใบประกอบกิจการเป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือไม่ ในกรณีที่มีการขึ้นป้ายโฆษณาต้องดูว่าเหมาะสมหรือไม่ ถูกต้องตามระเบียบของ กทม.หรือไม่ นอกจากนี้เรื่องของกลิ่นควันต้องควบคุมไม่ให้สร้างความเดือดร้อนส่งผลกระทบต่อประชาชน เพื่อสร้างความถูกสุขลักษณะ นี่คือทั้งหมดที่สามารถดำเนินการได้โดยเร็ว อะไรที่นอกเหนือจากนี้เราต้องเป็นเจ้าภาพประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบ เช่นใบอนุญาตสถานพยาบาลที่จะดูแลผู้ป่วยตามหลักทางการแพทย์หรือไม่

นายอนุชา กล่าวว่า การลงพื้นที่ในวันนี้ จะเน้นในเรื่องกัญชา ส่วนเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งการใช้นอมินีในการประกอบธุรกิจ ซึ่งเกี่ยวข้องกับกฎหมายหลักและเชื่อมโยงกับกระทรวงอื่นๆ ก็ต้องประสานงานเพื่อให้มีการดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย ดังนั้นหากได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนที่เกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมาย ก็ไม่ปฏิเสธว่าเป็นการทำงานที่นอกเหนือความรับผิดชอบของ กทม.แต่เราต้องเป็นเจ้าภาพเป็นต้นเรื่อง รับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชนชาว กทม.
เมื่อถามถึงมาตรการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ นายอนุชา กล่าวว่า หน่วยงานที่รับผิดชอบจะต้องไม่ตั้งรับอย่างเดียว ต้องตรวจสอบความพร้อมในการระบายน้ำ เขื่อน ประตูระบายน้ำรวมถึงความพร้อมของบุคลากรในจุดที่เป็นพื้นที่เสี่ยง ซึ่งมีการประกาศอยู่แล้วว่าพื้นที่ไหนเป็นจุดเสี่ยงบ้าง โดยทั้งหมดจะต้องมีการเตรียมความพร้อมไว้เสมอหากเกิดเรื่องฉุกเฉิน ต้องมีมาตรการรองรับ
เมื่อถามถึงกระแสตอบรับจากประชาชนตั้งแต่เปิดตัวมา นายอนุชา กล่าวว่า ก่อนที่จะมีการเปิดตัว ผลโพลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนแสดงให้เห็นว่า ชาวกรุงเทพฯ ยังไม่มีความตื่นตัวในเรื่องนี้ แต่หลังเปิดตัวผลโพลก็ดีขึ้น คนกรุงเทพฯ ตื่นตัวในเรื่องของการเลือกผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ ดังนั้นเมื่อมีการเปิดตัวผู้สมัครเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้คนกรุงเทพฯ เริ่มมีความหวังว่ากรุงเทพฯ จะดีกว่านี้ เป็นได้มากกว่านี้ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์เป็นความหวังของประชาชนมาโดยตลอด การที่เราลงพื้นที่ เสนอนโยบายในอนาคตอันใกล้ รวมถึงนโยบายของผู้สมัคร ส.ก.แต่ละเขตพื้นที่ ก็จะทำให้ประชาชนได้เห็นถึงความตั้งใจของพรรคประชาธิปัตย์ และแม้เป็นการเลือกตั้งท้องถิ่น ผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ นายสกลธี ที่ดูแลกรุงเทพฯ นายกรณ์ ที่ดูแลด้านเศรษฐกิจ และนายองอาจ ก็ให้ความสำคัญกับการลงพื้นที่ ดังนั้นเรามีองคาพยพที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ จึงมั่นใจว่า การทำงานในลักษณะแบบนี้จะเป็นประโยชน์สูงสุดให้กับชาวกรุงเทพฯอย่างแน่นอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังสัมภาษณ์เสร็จ นายอภิสิทธิ์ พร้อมคณะก็ได้เดินเท้าพบปะ พูดคุยสอบถามกับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างถึงปัญหาราคาน้ำมัน ส่งผลกระทบต่อรายได้หรือไม่ รวมถึงสอบถามถึงการได้รับเงินเยียวยาจากรัฐบาลนี้ที่ประกาศเยียวยา ซึ่งทางผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างตอบชัดเจนได้รับผลกระทบ รายได้ลดลงแต่ยังพออยู่ได้ โดยมีรายได้เฉลี่ยวันละราว 500 บาท ส่วนเรื่องเงินเยียวยานั้น บางคนที่ลงทะเบียนทันก็ได้รับการเยียวยา
จากนั้นคณะก็ได้เดินเท้าต่อเข้าไปในซอย เมื่อเดินผ่านสายสื่อสารที่รกรุงรัง และอยู่เหนือศีรษะไม่มาก นายอนุชา ระบุว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่ที่กรุงเทพฯจะต้องเร่งดำเนินการแก้ไขเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้ถนนและเพื่อสร้างทัศนียภาพที่สวยงามให้กับกรุงเทพมหานคร.



















