เงินภาษีประชาชนต้องได้ประโยชน์สูงสุด! สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ กางข้อกฎหมายมาตรา 97 ยันโครงการ TH-AI Passport ยังทบทวนได้เพราะรัฐยังไม่จ่ายเงินงวดแรก จี้กระทรวงดีอีอย่าทำตัวเป็นตรายาง พร้อมชวนสังคมร่วมจับตาการรับฟังความคิดเห็น หวั่นจัดฉากฟอกตัวหากไม่เปิดใจรับฟังข้อกังวลที่แท้จริง
เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.69 ที่รัฐสภา นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport ภายหลังที่ได้มีการประชุมร่วมกับคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด (กมธ.ปปง.) สภาผู้แทนราษฎร ว่า ตนได้รับแจ้งจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยตรงว่า งานงวด 1 ได้มีการส่งมอบแล้วจริง คือรายงานดำเนินการอย่างละเอียด แต่การตรวจรับยังอยู่ในกระบวนการ นั่นคือ งานงวดแรกยังไม่ได้จ่ายเงินออกไป ฉะนั้น ตนคิดว่าเรายังมีโอกาสทบทวนความเหมาะสมของโครงการนี้ ซึ่งตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ มาตรา 97 ระบุว่า ถ้าโครงการนั้นสามารถแก้ไขเพื่อประโยชน์แก่หน่วยงานของรัฐ และประโยชน์ของสาธารณะได้ จึงมีโอกาสที่จะทบทวนโครงการดังกล่าว ไม่ใช่เหมือนที่หลายฝ่ายเข้าใจว่าโครงการดังกล่าวไม่สามารถยับยั้งได้แล้ว ซึ่งในวันที่ 11 มิ.ย. กระทรวงดีอี มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งตนขอเชิญชวนให้ไปสะท้อนถึงความกังวลกับโครงการที่เกิดขึ้น เพื่อได้มีการปรับ TOR ให้มีความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น
เมื่อถามว่า มีการมองว่าการรับฟังความเห็นในวันที่ 11 มิ.ย.นี้เป็นเพียงพิธีกรรมฟอกขาวเท่านั้น นางการดี กล่าวว่า จริง ๆ เรื่องนี้ตนก็เป็นห่วง เพราะตอนแรกได้รับทราบมาว่าโครงการนี้ถึงอย่างไรก็ไปต่อ เราก็ไม่รู้จะไปการรับฟังทำไม และถ้ามีการจ่ายเงินไปแล้ว การรับฟังก็ไม่เกิดประโยชน์ แต่วันนี้ถ้ามาดูข้อเท็จจริง ก็น่าสนใจว่า TOR สามารถที่จะปรับได้ หรือแม้แต่ทำให้โครงการนี้หยุดไปโดยสิ้นเชิง ในเชิงกฎหมายก็คิดว่าเรายังมีโอกาส
เมื่อถามย้ำว่า ทางกระทรวงอีดี ระบุว่ารับฟังความเห็นแต่ไม่สามารถปรับปรุงโครงการได้ นางการดี กล่าวว่า ยังสามารถปรับปรุงได้ เพราะตามกฎหมายที่เราได้ตรวจสอบแล้วพบว่า สามารถปรับปรุงได้ทั้ง TOR หรือแม้แต่จะยกเลิกโครงการไปเลยก็ยังสามารถทำได้ เรื่องนี้เป็นประเด็นเพราะเราก็ไม่อยากให้โครงการเดินต่อไปแล้วเกิดดราม่าแบบนี้ไปเรื่อย ๆ เพราะคนไทยจะไม่ได้ประโยชน์ เสียภาษีไปโดยไม่ได้อะไร
“การฟอกขาวก็เป็นเรื่องที่สำคัญ ในเรื่องของตรายาง เราจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเอาผู้เชี่ยวชาญจริงๆ ไปอยู่ที่นั่น เพราะไม่อย่างนั้นก็จะเต็มไปด้วยคนที่ไม่ได้เชี่ยวชาญ แล้วก็อาจจะพูดมาในทิศทางที่เราไม่เห็นด้วยเลยตั้งแต่ต้น เพราะฉะนั้นก็อยากที่จะเชิญชวนและออกความคิดเห็นให้มีความชัดเจน ว่าเราต้องการอะไร และสิ่งไหนที่เป็นเสี่ยง ย้ำว่าให้ช่วยเฝ้าระวังการฟอกขาวและการเป็นตรายางสแตมป์ไว้ให้ดี” นางการดี กล่าว.



















