สำนักงานเลขาธิการสภาฯ ปัดงบเอื้อประโยชน์ เผยความจริง ‘โสภณ ซารัมย์’ ควักเงินส่วนตัวใช้รถ-ค่าน้ำมันเอง ไม่เคยแตะรถหลวง ส่วนงบเช่ารถ 5.4 ล้าน เป็นการผูกพัน 5 ปีทดแทนรถเก่าที่ครบอายุการใช้งานตามกฎหมาย
วันที่ 17 ก.ค. 2569 เวลา 11.50 น. ที่รัฐสภา นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย พล.ค.ต.วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร ร่วมกันแถลงชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีการตั้งคำขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 ในส่วนค่าเช่ารถประจำตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร หลังถูก นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน ตั้งข้อสังเกตและวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมในการตั้งงบประมาณเช่ารถสูงถึงปีละ 1 ล้านบาท
นายศิโรจน์ เปิดเผยว่า สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจำเป็นต้องชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง โดยระบุว่า รถประจำตำแหน่งคันปัจจุบันของประธานสภาฯ ได้จัดซื้อมาตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2564 ส่วนรถของรองประธานสภาฯ ทั้ง 2 คน และผู้นำฝ่ายค้าน จัดซื้อมาตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2564 ซึ่งเป็นรถที่ใช้งานมาตั้งแต่สมัย นายชวน หลีกภัย และต่อเนื่องมาถึงสมัย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา จนกระทั่งรถทั้ง 4 คันกำลังจะครบอายุการใช้งาน 6 ปี ในช่วงต้นปี 2570 นี้ ซึ่งตรงกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยรถราชการ พ.ศ. 2523 ที่กำหนดให้ต้องมีการจัดหาทดแทน
เลขาธิการสภาฯ กล่าวต่อว่า ในสมัยปัจจุบันที่ นายโสภณ ซารัมย์ ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร นายโสภณได้แจ้งความประสงค์ไว้ตั้งแต่แรกว่าจะ ใช้รถยนต์ส่วนตัวในการปฏิบัติภารกิจทั้งหมด โดยไม่ขอใช้รถประจำตำแหน่งของทางราชการ และไม่เคยเบิกจ่ายค่าน้ำมันหรือค่าบำรุงรักษาจากงบประมาณแผ่นดินเลย เพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณประเทศ
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของรองประธานสภาฯ ทั้ง 2 คน และผู้นำฝ่ายค้าน ยังคงมีความจำเป็นต้องใช้รถปฏิบัติราชการและได้แจ้งความประสงค์เข้ามา ทางสำนักงานฯ จึงต้องดำเนินการจัดทำคำของบประมาณตามหน้าที่เพื่อจัดหารถใหม่มาทดแทนตามระเบียบราชการปกติ
“ส่วนสาเหตุที่เปลี่ยนจาก ‘การจัดซื้อ’ มาเป็น ‘การจัดเช่า’ ในปีงบประมาณ 2570 นั้น เนื่องจากวิธีนี้จะช่วยลดภาระงบประมาณในการดูแลรักษาและการซ่อมบำรุงในระยะยาว ซึ่งเป็นแนวทางที่หน่วยงานรัฐหลายแห่งนิยมใช้ในปัจจุบัน สำหรับงบประมาณค่าเช่ารวมทั้งสิ้น 5,421,600 บาท นั้น ไม่ใช่งบประมาณต่อปี แต่เป็นงบประมาณผูกพันระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ. 2570-2575) ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงการคลังทุกประการ” นายศิโรจน์ กล่าว
ขณะที่ พล.ค.ต.วิชัย กล่าวตอบโต้ผู้วิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นนี้อย่างดุเดือดว่า “เวลาจะพูดอะไร ออกสื่อสาธารณะ อยากให้ย้อนถามตัวเองก่อนว่ามีความคิดหรือสิ้นคิดกันแน่ เพราะในความเป็นจริง ท่านประธานโสภณมาทำงานในฐานะประธานรัฐสภา ไม่เคยแตะต้องรถหลวงเลยแม้แต่ครั้งเดียว ค่าน้ำมันก็ไม่เคยเบิก ช่วยเซฟเงินแผ่นดินไปตั้งเท่าไหร่ ดังนั้น คนที่จะวิจารณ์ควรไปศึกษาข้อเท็จจริงให้ดีก่อนว่าใครเป็นคนใช้รถบ้าง ไม่ใช่มากล่าวหากันลอยๆ แบบนี้” พลตำรวจตรี วิชัย กล่าว



















