ชี้คดีฮั้วสว.ฝ่ายไหนผิดต้องถูกดำเนินคดี แนะส่งหลักฐานให้‘กกต.’ก่อนถึงศาลฎีกา

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“เทพไท เสนพงศ์” อดีต สส.นครศรีธรรมราช มองปมฮั้วเลือก ส.ว. ต้องตรวจสอบทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม ไม่ควรใช้เวทีสื่อโต้ตอบหรือดิสเครดิตกัน พร้อมเสนอให้รวบรวมพยานหลักฐานส่ง กกต. ก่อนยื่นศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเป็นผู้ชี้ขาด

เมื่อวันที่ 31 ก.ค.69 นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิจารณ์การเมือง และอดีตสส.นครศรีธรรมราช แสดงความเห็นเรื่อง “ไม่ว่าฝ่ายใดผิด ต้องจัดการโดยไม่ละเว้น” มีรายละเอียดว่า…“หลังจากนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ได้ออกมาเปิดเผยรายชื่อนักการเมือง 9 คน ที่เกี่ยวข้องกับการฮั้ว สว.และได้ยื่นรายชื่อทั้งหมดให้กับวิปฝ่ายค้าน เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบคดีฮั้ว สว. ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) จึงทำให้สมาชิกพรรคภูมิใจไทยที่ถูกพาดพิงหลายคน ออกมาชี้แจง ออกมาตอบโต้ และบางคนก็ไปดำเนินการแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อดำเนินคดีกับนายยิ่งชีพในข้อหาหมิ่นประมาท

ในขณะเดียวกันมีการตอบโต้กันไปมา ระหว่าง สส.พรรคภูมิใจไทยกับ สว.กลุ่มหนึ่ง ที่ไม่ใช่ สว.สายสีน้ำเงิน พยายามยกกรณีขโมยจับโจรบ้าง ยกทฤษฎี“หมาหางด้วน”มาตอบโต้กันบ้าง จนมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการได้มาซึ่งสว.ชุดนี้ว่า ไม่ว่าจะเป็น สว.สายสีน้ำเงิน หรือสว.สายสีส้ม หรือ สว.สายอื่นๆ ก็ล้วนแต่ได้มาโดยการฮั้วทั้งสิ้น เพียงแต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่านั้นเอง

ผมในฐานะนักวิเคราะห์การเมืองอิสระ ได้เฝ้าติดตามการเคลื่อนไหวคดีฮั้ว สว. ซึ่งดำเนินมาตั้งแต่วันที่มีการเลือกตั้ง สว.ชุดนี้ เมื่อมีการตอบโต้กันไปมาเช่นนี้ จึงอยากจะตั้งข้อสังเกตดังนี้ คือ

1.มีการกล่าวหาว่า สว.กลุ่มหนึ่ง ที่เรียกกันว่า สว.สีน้ำเงิน มีการบล็อกโหวต มีการฮั้ว มีการจ้างบุคคลให้มาสมัครเป็น สว. และทำหน้าที่เป็นโหวตเตอร์ จนมีการแจ้งความดำเนินคดี และกำลังสอบสวนของ กกต.อยู่ ในขณะเดียวกันถ้าหากว่า ยังมี สว.อีกกลุ่มหนึ่ง ที่ถูกเรียกว่า สว.สีส้ม ถ้าหากมีพฤติกรรมในการฮั้ว ในการบล็อคโหวต ในการจ้างบุคคลให้สมัครมาเป็น สว.เพื่อเป็นโหวตเตอร์ เพื่อให้ปฏิบัติในแนวทางเดียวกัน ผู้ที่กล่าวหาเช่นนี้ ควรไปแจ้งความดำเนินคดี หรือแจ้ง กกต.ให้สอบสวน เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกัน ระหว่างผู้ที่ถูกกล่าวหา คือ สว.สีน้ำเงินกับ สว.สีอื่นๆ

2.การพิจารณาถึงพฤติกรรมการฮั้ว การบล็อคโหวต หรือการจ้างบุคคลมาสมัคร สว.เพื่อมาลงคะแนน ต้องตรวจสอบเส้นทางการเงินว่า มีการโอนเงินให้เป็นค่าจ้างหรือไม่ หรือมีการระดมสมาชิกมาลงเลือกตั้ง โดยใช้เงินเป็นปัจจัยสำคัญในการจูงใจให้ลงสมัครหรือไม่ เพราะถ้าหากเป็นการนัดประชุมกัน เป็นการนัดแนะกันตามปกติ หรือเป็นการวิป ประสานงานเพื่อลงคะแนนกัน โดยไม่มีตัวเงินเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินการ ก็ถือว่าไม่มีความผิดกฎหมายเลือกตั้ง สว.

จากเหตุผล 2 ประการนี้ ถ้าหากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเห็นว่า มีการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง สว.จริง ควรดำเนินการตามกฎหมาย ไม่ควรจะตอบโต้กันไปมา หรือดิสเครดิตกันทางหน้าสื่อ ควรให้กกต.ได้รวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานทั้ง 2 ฝ่าย และนำสู่ศาลฎีกา แผนกเลือกตั้ง ซึ่งเป็นองค์กรที่ประชาชนไว้วางใจ และเป็นที่หวังสุดท้ายของสังคมไทย ในเมื่อยุคนี้ไม่สามารถจะคาดหวัง หรือไว้วางใจองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญได้ ก็ต้องใช้ศาลสถิตยุติธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งศาลฎีกาแผนกเลือกตั้ง เป็นองค์กรตัดสินความถูกต้อง

จึงขอเสนอให้ทุกฝ่าย ได้นำข้อกล่าวหา หรือข้อสงสัยทั้งหมด ยื่นต่อ กกต.เพื่อจะรวบรวมข้อมูลหลักฐาน ยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกเลือกตั้งต่อไป”

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img