“เทพไท เสนพงศ์” ระบุคดีฮั้ว ส.ว.มีพยานหลักฐานทยอยปรากฏต่อเนื่อง ทั้งเส้นทางการเงินและข้อมูลที่อ้างว่าเป็นภาพหลุดจาก CCTV พร้อมเรียกร้อง กกต.ตรวจสอบ หากเป็นหลักฐานใหม่ที่ยังไม่อยู่ในสำนวน ต้องนำมาประกอบการพิจารณาและเร่งส่งฟ้องศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง
เมื่อวันที่ 1 ส.ค.69 นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมืองอิสระ และอดีต สส.นครศรีธรรมราช แสดงความคิดเห็นถึงคดีฮั้วเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ซึ่งกำลังเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองว่า ขณะนี้มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงความเชื่อมโยงของบุคคลและกลุ่มการเมืองหลายฝ่าย โดยมีการกล่าวหาว่า สว.สายสีน้ำเงินได้รับการสนับสนุนจากพรรคภูมิใจไทย ขณะที่อีกฝ่ายก็โต้แย้งว่าควรตรวจสอบ สว.สายสีส้ม ซึ่งถูกกล่าวอ้างว่ามีพรรคประชาชนให้การสนับสนุนเช่นกัน ข้อกล่าวอ้างเรื่องการใช้เงินหรือผลประโยชน์ในการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับฝ่ายใด เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่จะต้องตรวจสอบและพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามกระบวนการกฎหมาย โดยใช้มาตรฐานเดียวกันกับทุกฝ่าย
นายเทพไท ระบุว่า สำหรับข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการฮั้ว สว. ยิ่งเวลาผ่านไปก็ยิ่งมีพยานหลักฐานถูกเปิดเผยออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะข้อมูลเส้นทางการเงินที่มีการอ้างถึงการโอนเงินจากบุคคลใกล้ชิดนักการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา ไปยังผู้สมัคร สว.หลายราย ในช่วงเวลาใกล้เคียงกับการเลือกตั้ง ซึ่งเชื่อว่าพยานหลักฐานเหล่านี้น่าจะอยู่ในสำนวนการสืบสวนสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และเป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณาของคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26 ของ กกต.
นายเทพไทยังกล่าวถึงข้อมูลที่นายลอย ชุนพงษ์ทอง นักคณิตศาสตร์ เปิดเผยโดยอ้างว่า เป็นข้อมูลจากภาพหลุดของกล้องวงจรปิด (CCTV) ซึ่งแสดงให้เห็นการใช้โพยกำหนดหมายเลขในการลงคะแนนเลือก สว. และมีรูปแบบการลงคะแนนไปในทิศทางเดียวกัน โดยเห็นว่าหากข้อมูลดังกล่าวได้รับการตรวจสอบและพิสูจน์แล้วว่าเป็นของจริง ก็อาจเป็นพยานหลักฐานสำคัญที่สะท้อนพฤติการณ์ในการลงคะแนนเลือก สว.
นายเทพไท กล่าวว่า หากข้อมูลที่อ้างว่าได้มาจากการแฮ็กหรือภาพหลุดจาก CCTV เป็นพยานหลักฐานใหม่ และยังไม่เคยปรากฏอยู่ในสำนวนการสอบสวนของ DSI หรือ กกต.มาก่อน ก็ขอให้ กกต.ให้ความสำคัญกับข้อมูลดังกล่าว ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน และหากมีน้ำหนักเพียงพอ ควรนำมาประกอบสำนวนคดีฮั้ว สว. เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างครบถ้วน ก่อนส่งสำนวนพร้อมพยานหลักฐานทั้งหมดให้ศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง พิจารณาตามขั้นตอนของกฎหมายโดยเร็วที่สุด



















