“เทพไท” ชี้ “ม็อบสนธิ” เริ่มสตาร์ทแล้ว นัดอุ่นเครื่อง-เช็คระบบ 10 ก.ย.ไปสถานทูตยิว เชื่อเป็นการเริ่มต้น “การเมืองภาคประชาชน” รอเรื่อง “ฮั้ว สว.-โกงสอบท้องถิ่น-เขากระโดง” ปะทุ สถานการณ์เป็นใจ ปชช.เข้าร่วมมาก อาจเปลี่ยนแปลงทางการเมืองได้
เมื่อวันที่ 8 ก.ย.69 นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมืองอิสระ และอดีต สส.นครศรีธรรมราช แสดงความเห็นเรื่อง “ม็อบสนธิ เริ่มสตาร์ทแล้ว” มีรายละเอียดว่า…“สำหรับการแถลงข่าวของนายสนธิ ลิ้มทองกุล เมื่อวานนี้ (7 ก.ย.69) ที่บ้านพระอาทิตย์ มีการพูดถึงประเด็น “เอาประเทศไทยของเราคืนมา” ซึ่งเป็นหัวข้อที่นำมาสู่การเคลื่อนไหวทางการเมืองในครั้งนี้ และการแถลงข่าวดังกล่าว ได้มีประเด็นที่พอจะสรุปได้ดังนี้ คือ
1.ประเด็นเกี่ยวกับทุนต่างชาติ ซึ่งตอนนี้มีกลุ่มอิสราเอล หรือที่เรียกกันว่า “ยิวเทา” กลุ่มจีนเทา กลุ่มอินเดียเทา มีการกล่าวถึงปัญหาของคนต่างชาติ ที่เข้ามาสร้างอิทธิพลและทำธุรกิจสีเทา มีการกระทำผิดกฎหมาย ซึ่งกระทบต่ออธิปไตยของชาติไทย ซึ่งนายสนธิได้ระบุถึงแผนการเคลื่อนไหว โดยในวันที่ 10 ก.ย.69 เวลา 9.30 น. จะเดินทางไปยื่นหนังสือที่สถานทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ถือว่าเป็นการเคลื่อนไหวแบบชิมลาง หรือที่เรียกว่า “เช็คระบบ” หรือเตรียมพร้อมอุ่นเครื่อง สำหรับการเคลื่อนไหวการเมือง หรือเคลื่อนไหวม็อบในโอกาสต่อไป
2.ได้พูดถึงคดีฮั้ว สว. ว่ามีการพยายามจะตัดตอนสั่งไม่ฟ้อง เพื่อไม่ให้ลุกลามไปถึงฝ่ายการเมือง และจะรอผลการประชุมของคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ในวันที่ 14 ก.ย.นี้ ถ้าหากว่าผลการลงมติของ กกต. สั่งไม่ฟ้อง 229 คน หรือตัดตอนฟ้องเฉพาะบางส่วน ไม่ให้ถึง “ผู้บงการ” หรือ “ตัวการ” หรือ “ฝ่ายการเมือง” ก็จะเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ต่อไป ซึ่งน่าจะเป็นประเด็นที่ประชาชนคนไทยมีอารมณ์ร่วมมากที่สุด
3.เรื่องการทุจริตในโครงการอื่นๆ และการบังคับใช้กฎหมาย เช่น เรื่องกรณีการโกงข้อสอบท้องถิ่น หรือโกงสอบบรรจุข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น เรื่องการบังคับใช้กฎหมายคดีที่ดินเขากระโดง เรื่องปัญหาการกักตุนน้ำมัน การจับกุมตัวไอ้โม่ง และยังมีปัญหาอื่นๆที่เกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชั่นอีกมากมาย จึงมีการเคลื่อนไหวกดดันให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาเหล่านี้ และถ้าหากไม่มีการแก้ปัญหาเหล่านี้ให้สำเร็จ ปัญหาเหล่านี้น่าจะเป็นปัญหาที่คุณสนธิยกขึ้นมาเป็นประเด็นเคลื่อนไหว หรือเกิดกระแสสนับสนุนการเคลื่อนไหวของม็อบได้
4.รูปแบบของการเคลื่อนไหว ซึ่งนายสนธิได้ระบุว่า ไม่ต้องการจะขับไล่รัฐบาล และไม่ต้องการให้นายกรัฐมนตรีลาออก แต่ต้องการให้รัฐบาลอยู่ไม่เป็นสุข จะไม่มีการชุมนุมแบบปักหลักพักแรม แต่จะเคลื่อนไหวไปยังสถานที่ในเชิงสัญลักษณ์ ซึ่งการวางเป้าหมายหรือแนวทางการเคลื่อนไหวเช่นนี้ เพราะคงไม่ต้องการให้สังคมคาดหวังการเคลื่อนไหวทางการเมือง หรือการชุมนุมสูงเกินไป ถึงขั้นล้มรัฐบาลหรือขับไล่รัฐบาล แต่ถ้าหากว่าสถานการณ์เป็นใจ และเอื้ออำนวยให้ม็อบมีมวลชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ก็อาจจะขยายผลไปถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง คือรัฐบาลต้องลาออก หรือการยุบสภาอาจจะเกิดขึ้นได้ หรืออาจจะเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อรองรับกระบวนการตุลาการภิวัฒน์ ที่อาจจะเกิดขึ้นในวันที่ 28 ก.ย.69 โดยศาลรัฐธรรมนูญก็ได้
เพราะฉะนั้นสิ่งที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล ได้แถลงข่าวในครั้งนี้ถือว่า เป็นการเริ่มต้นการเมืองภาคประชาชน ที่เคลื่อนไหวกดดันรัฐบาล และถ้าหากประเด็นที่สังคมต้องการให้มีการเคลื่อนไหว คือการฮั้ว สว.หรือการโกง สว. การโกงข้อสอบบรรจุข้าราชการและพนักงานท้องถิ่น คดีที่ดินเขากระโดง ซึ่งน่าจะมีประชาชนเข้าร่วมมากกว่าการเคลื่อนไหวในประเด็น “ชาวต่างชาติ” ที่เข้ามาสร้างอิทธิพลในประเทศไทย กลุ่มยิวเทา จีนเทาหรืออินเดียเทา และจะมีผลมากกว่าปัญหาดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งมีผลกระทบแค่คนบางกลุ่มบางส่วนเท่านั้น”



















