“พิรงรอง” เปิดใจไม่ใช่ต้นเหตุปัญหาบอร์ด กสทช. สุญญากาศ แต่กลับต้องมานั่งตอบคำถามสังคม ยืนยันกรรมการอีก 6 คนพร้อมเข้าประชุมทันทีหากจัดการประชุมอย่างถูกต้องตามกฎหมายโดยไม่มี “หมอสรณ” ชี้ Roadmap ทีวีดิจิทัลและอุตสาหกรรมสื่อรอไม่ได้แล้ว แย้มหากไม่ยอมสละเก้าอี้อาจต้องพึ่งอำนาจตุลาการช่วยผ่าทางตัน
วันที่ 17 กันยายน 2569 ที่รัฐสภา ศ.ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าและสถานการณ์การประชุมบอร์ด กสทช. ว่า เดิมทีวันนี้ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ นัดประชุม ซึ่งเป็นการนัดหมายหลังจากคณะกรรมการสรรหามีคำวินิจฉัยอันถือเป็นที่สุดตามมาตรา 15 (1) แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ว่า นพ.สรณ พ้นจากตำแหน่งและสละสิทธิ์โดยผลของกฎหมาย ซึ่งปัจจุบันคำวินิจฉัยดังกล่าวยังมีผลบังคับใช้เนื่องจากศาลยังไม่มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว แต่สำนักงาน กสทช. ยังคงออกหนังสือนัดประชุมโดยระบุชื่อ นพ.สรณ เป็นประธานการประชุม ส่งผลให้กลายเป็นอุปสรรคสำคัญ เนื่องจากกรรมการส่วนใหญ่ไม่ต้องการเข้าร่วมการประชุมที่อาจเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมาย ภาพการประชุมเมื่อวานนี้ที่มี นพ.สรณ เข้าประชุมเพียงคนเดียวนั้น สะท้อนว่ากรรมการอีก 6 คนไม่ได้เข้าร่วม ไม่ใช่มีเพียงกรรมการ 3 คนที่ออกมาสื่อสารผ่านสื่อมวลชนเท่านั้น จึงเป็นประเด็นที่ต้องวิเคราะห์ว่าเหตุใดกรรมการที่เหลือทั้งหมดจึงตัดสินใจไม่เข้าร่วมประชุม
เมื่อถามถึงความกังวลของสังคมและสภาผู้บริโภคถึงผลกระทบต่ออุตสาหกรรมโทรทัศน์ดิจิทัล ศ.ดร.พิรงรอง กล่าวยืนยันว่า แม้การประชุมบอร์ดจะจัดขึ้นไม่ได้ แต่งานด้านอื่น ๆ ยังคงขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง ตนและอนุกรรมการยังคงทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมเพื่อปรับปรุง Roadmap ให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา
สำหรับประเด็นสำคัญที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ได้แก่ การพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์กลาง เพื่อรวบรวมช่องโทรทัศน์ดิจิทัลไทยทุกช่องให้เข้าถึงง่ายในอนาคต ร่างประกาศกำกับดูแล Connected TV / Smart TV เช่น ระบบ Tizen ของ Samsung หรือ Android TV ให้ต้องบรรจุช่องโทรทัศน์ไทยไว้ในหน้าแรก (Interface) เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบ Algorithm ดันช่อง FAST (Free Ad-supported Streaming TV) ของต่างชาติจนช่องไทยถูกบดบัง และการทดสอบระบบ HBBTV (Hybrid Broadcast Broadband TV): ร่วมกับ อสมท. ในการผสมผสานระบบบรอดคาสต์เดิมเข้ากับระบบออนไลน์ เพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าถึงเนื้อหาของประชาชน
“งานไม่ได้หยุด ทุกคนที่มีหน้าที่ยังทำอยู่ เพียงแต่ยอมรับว่ามีคอขวดในขั้นตอนการพิจารณาตัดสินใจร่วมกัน เพราะ กสทช. เป็นองค์กรที่ต้องทำงานในรูปแบบองค์คณะ”ศ.ดร.พิรงรอง กล่าว
ศ.ดร.พิรงรอง กล่าวย้ำว่า หากมีสัญญาณหรือพัฒนาการใหม่จากฝ่ายยุติธรรม หรือสำนักงาน กสทช. เปิดช่องให้สามารถจัดการประชุมได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย กรรมการที่เหลือก็พร้อมจะเข้าประชุมทันที และพร้อมประชุมทุกวันเพื่อเร่งเคลียร์วาระค้างสะสม โดยเฉพาะเรื่อง Roadmap ทีวีดิจิทัลที่ต้องพิจารณาเป็นวาระแรก ๆ เนื่องจากไม่มีเวลาเหลือแล้วคำสั่งศาลปกครองสูงสุดเมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งระบุให้กรรมการที่เหลือ 6 คนปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ ถือเป็นบรรทัดฐานสำคัญ ส่งผลให้กรรมการอีก 2 คนที่เคยเข้าร่วมประชุมกับ นพ.สรณ หยุดเข้าร่วมประชุมในระยะหลังเช่นกัน ดังนั้น ปัจจัยสำคัญที่จะปลดล็อกเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับ นพ.สรณ และสำนักงาน กสทช. โดยอยากให้ นพ.สรณ ยอมเสียสละ เพราะคดีความที่ฟ้องร้องอยู่นั้นเป็นเรื่องส่วนตัว และยังไม่มีคำสั่งคุ้มครองจากศาล
“ดิฉันไม่ได้เร่งรีบให้ นพ.สรณ พ้นตำแหน่ง เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับดิฉันเลย แต่มันเป็นไปตามมติเอกฉันท์ของคณะกรรมการสรรหา ดิฉันอยากให้มีการประชุมด้วยซ้ำ ไม่ได้เกี่ยงว่าใครจะอยู่หรือไม่อยู่ แต่อยากให้งานเดินหน้าได้ ดิฉันเองรู้สึกเบื่อและเหนื่อยที่ต้องมานั่งตอบคำถามสังคม ทั้งที่ไม่ได้เป็นคนก่อปัญหา แต่กรรมการคนอื่นกลับต้องมารับผลกระทบ” ศ.ดร.พิรงรอง
ศ.ดร.พิรงรอง กล่าวในตอนท้ายว่า หากสถานการณ์ยังคงติดล็อกและไม่สามารถเปิดประชุมบอร์ดได้ จนอาจเสี่ยงเกิดภาวะสุญญากาศกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการ ในท้ายที่สุดอาจมีความจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากศาล หรือใช้อำนาจทางตุลาการเข้ามาช่วยผ่าทางตันเพื่อให้กระบวนการทำงานสามารถเดินหน้าต่อไปได้



















