รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ สรุปผลเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีเมียนมา ชี้เป็นโอกาสสำคัญยกระดับความสัมพันธ์ 2 ประเทศ ทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และประชาชน ย้ำไทยพร้อมร่วมมือแก้ปัญหาสแกมเมอร์ ยาเสพติด มลพิษข้ามแดน พร้อมสนับสนุนเมียนมาคืนสู่อาเซียน เดินหน้าสู่สันติภาพและประชาธิปไตย
เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 69 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงสรุปภาพรวมการเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของพลเอกอาวุโสมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ว่า การเยือนครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของประธานาธิบดีเมียนมา หลังได้รับการเลือกตั้งเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา และเป็นการเยือนในระดับประธานาธิบดีครั้งแรกในรอบ 8 ปี
นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า การเยือนครั้งนี้มีความสำคัญ เนื่องจากไทยและเมียนมาเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดต่อกันกว่า 2,400 กิโลเมตร มีความเชื่อมโยงทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และความสัมพันธ์ระดับประชาชน อีกทั้งยังเกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญที่เมียนมากำลังอยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง เพื่อเดินหน้าสู่การพัฒนาและยกระดับเศรษฐกิจของประเทศ
สำหรับนโยบายต่างประเทศของไทยต่อเมียนมา นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า มีหลายประเด็นที่ต้องหารือร่วมกันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะความมั่นคงตามแนวชายแดน การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ สแกมเมอร์ ยาเสพติด รวมถึงปัญหามลพิษในแม่น้ำ ขณะเดียวกันไทยยังให้ความสำคัญกับการค้าและการลงทุน โดยเฉพาะการค้าชายแดนบริเวณด่านแม่สอดและเมียวดี
ทั้งนี้ การหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีไทยกับประธานาธิบดีเมียนมา เป็นไปอย่างตรงไปตรงมาและสร้างสรรค์ ครอบคลุมทุกมิติ โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเดินหน้าพัฒนาความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน พร้อมส่งเสริมการแลกเปลี่ยนการเยือนในระดับต่าง ๆ ผ่านกลไกความร่วมมือ อาทิ คณะกรรมาธิการร่วมไทย-เมียนมา คณะกรรมการความร่วมมือทางการค้าไทย-เมียนมา และความร่วมมือระหว่างกองทัพทั้งสองประเทศ
นายสีหศักดิ์ กล่าวถึงการเชื่อมโยงด้านการขนส่งว่า หากสถานการณ์ในเมียนมากลับเข้าสู่ภาวะปกติ ด่านเชื่อมโยงการขนส่งไทย-เมียนมา-อินเดีย จะสามารถเป็นช่องทางการค้าสำคัญ เพิ่มโอกาสให้ประเทศไทยส่งสินค้าไปยังตลาดอินเดียได้มากขึ้น
รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า เป้าหมายของไทยคือทำให้ชายแดนไทย-เมียนมาเป็น “ชายแดนแห่งสันติภาพและการพัฒนา” เพื่อให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตได้อย่างปลอดภัย การค้ากลับมาเป็นปกติ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนตามแนวชายแดน
สำหรับปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ไทยและเมียนมาจะร่วมมือกันปราบปรามยาเสพติดและการหลอกลวงออนไลน์ โดยเน้นการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง การตัดเส้นทางการเงินของเครือข่ายอาชญากรรม และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ขณะที่ไทยพร้อมสนับสนุนการปลูกพืชทดแทนในรัฐฉาน เพื่อลดปัญหาการผลิตยาเสพติด
ส่วนปัญหาหมอกควันและมลพิษทางอากาศ ไทยจะเพิ่มความร่วมมือทั้งในกรอบ 3 ฝ่าย ไทย-เมียนมา-สปป.ลาว และระดับทวิภาคี พร้อมสนับสนุนด้านเทคนิคแก่เมียนมา ขณะที่ปัญหามลพิษในแม่น้ำ ทั้งสองประเทศได้ลงนามขอบเขตอำนาจหน้าที่ (TOR) เพื่อจัดตั้งคณะทำงานร่วมแก้ไขปัญหาด้วยหลักวิทยาศาสตร์ โดยคณะทำงานจะเริ่มหารือและลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ในพื้นที่ได้รับผลกระทบต่อไป
นายสีหศักดิ์ ยังกล่าวถึงบทบาทของไทยในการเชื่อมโยงเมียนมากลับเข้าสู่อาเซียนว่า ไทยได้ย้ำต่อประธานาธิบดีเมียนมาถึงความสำคัญของเมียนมาต่อภูมิภาค โดยไทยพร้อมอำนวยความสะดวก แต่เมียนมาต้องตอบสนองต่อข้อกังวลของประชาคมระหว่างประเทศด้วย
พร้อมย้ำว่า ไทยต้องการเห็นเมียนมามีสันติภาพและเสถียรภาพ ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี โดยยึดตามฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน ทั้งการลดความรุนแรง การปกป้องพลเรือน การเปิดพื้นที่พูดคุยกับทุกฝ่าย และการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
ส่วนกรณีนางอองซาน ซูจี อดีตที่ปรึกษาแห่งรัฐเมียนมา นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ไทยยินดีที่เห็นพัฒนาการจากการที่คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) ได้เข้าพบนางอองซาน ซูจี ซึ่งถือเป็นความคืบหน้า และหวังว่าในอนาคตผู้แทนพิเศษอาเซียนหรือรัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์จะสามารถเข้าพบได้เช่นกัน
“ไทยไม่ใช่กระบอกเสียงของเมียนมา แต่เห็นถึงพัฒนาการ และหวังว่ารัฐบาลเมียนมาจะเดินหน้ากระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตย เพื่อสันติภาพและความมั่นคง หากสิ่งใดที่ไทยสามารถอำนวยความสะดวกได้ ไทยก็พร้อมดำเนินการ” นายสีหศักดิ์ กล่าว
ส่วนคำถามถึงความจริงใจของเมียนมาในการแก้ไขปัญหาชายแดนและมลพิษข้ามแดน นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า การตั้งคณะทำงานร่วมถือเป็นก้าวสำคัญ แต่ต้องติดตามผลการดำเนินงานต่อไป โดยไทยจะต้องมีความตื่นตัวและผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพราะท้ายที่สุดต้องพิสูจน์กันด้วยการกระทำ
นายสีหศักดิ์ ย้ำว่า เรื่องความปลอดภัยตามแนวชายแดน ไทยต้องการเห็นการพูดคุยระหว่างรัฐบาลเมียนมากับกลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อลดความรุนแรงและนำไปสู่สันติภาพ พร้อมยืนยันว่าอย่างน้อยที่สุดต้องไม่ให้สถานการณ์ความขัดแย้งส่งผลกระทบเข้ามายังประเทศไทย
เมื่อถามถึงบทบาทของไทยในการอำนวยความสะดวกด้านสันติภาพ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เชื่อว่าทางการเมียนมาเข้าใจถึงความปรารถนาดีของไทย และหากมีความพร้อม ไทยก็พร้อมเข้ามามีบทบาท โดยที่ผ่านมาไทยได้สนับสนุนกระบวนการพูดคุยระหว่างกลุ่มต่าง ๆ ตามแนวชายแดนมาอย่างต่อเนื่อง.



















