ศป.กฉ. เผยรัฐบาลเร่งระดมกำลัง-เทคโนโลยีช่วยประชาชนต่อเนื่อง พร้อมคาดการณ์สถานการณ์น้ำมีแนวโน้มลดลง พบว่ามีเคสที่ขอช่วยเหลือทั้งหมดประมาณ 40,000 เคส
เมื่อวันที่ 26 พ.ย. 68 ที่ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกศูนย์ ศป.กฉ. และพลโท วันชนะ สวัสดี โฆษกศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัยส่วนหน้า ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังการประชุมศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย สรุปสาระสำคัญ ดังนี้
โฆษกศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัยส่วนหน้ากล่าวถึง การแบ่งพื้นที่ในการลงไปช่วยเหลือที่อำเภอหาดใหญ่ โดยปัจจุบันแบ่งออกเป็น 4 เขตพื้นที่ ได้แก่ เขตที่ 1 รับผิดชอบโดยกองบัญชาการกองทัพไทย เขตที่ 2 รับผิดชอบโดยกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 5 เขตที่ 3 รับผิดชอบโดยกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 5 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 5 และเขตที่ 4 รับผิดชอบโดยกองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 42 จากโครงสร้างดังกล่าว จะเห็นว่าทั้ง 4 เขต มีการรับผิดชอบโดยกองบัญชาการกองทัพไทย 1 เขต และกองทัพบก 3 เขต โดยกองทัพเรือ กองทัพอากาศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึง ปภ. จะเข้ามาช่วยส่วนรวม คือ การเสริมกำลังในจุดที่มีความจำเป็นเป็นพิเศษหรือเป็นภารกิจเฉพาะกิจตามที่ได้รับการร้องขอ
ในส่วนกำลังพลในการลงไปช่วยเหลือในครั้งนี้ ทั้งหมดในวันที่ผ่านมา 3,091 นาย โดยมีรถสัมภาระ 180 คัน เรือ 85 ลำ อากาศยานปีกหมุน 12 ลำ อุปกรณ์ชุดเพิ่มเติมประกอบด้วย ชุดแพทย์เคลื่อนที่จำนวน 3 ชุด ชุดสื่อสารดาวเทียม 2 ชุด รถครัวสนาม 2 คัน รถประปาสนาม 3 คัน เครื่องสูบน้ำ 3 เครื่อง เครื่องตรวจชีพจร 1 เครื่อง อากาศยาน C-130 5 ลำ และเรือหลวงจักรีนฤเบศร ในส่วนของพลเรือน/ภาคเอกชนที่เข้ามาช่วยมีจำนวน 4,444 นาย รถยกสูง 24 คัน เรือทั้งหมด 107 ลำ เจ็ตสกี 81 ลำ ทั้งนี้ ปัจจุบันอยู่ในช่วงการรวบรวมเคสจากส่วนกลางไปยังส่วนหน้า โดยจะสรุปยอดให้ทราบอีกครั้ง
นอกจากนี้ ในพื้นที่มีศูนย์อพยพทั้งหมด 9 ศูนย์ ได้แก่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สำนักงานเทศบาลเมืองบ้านพรุ วัดเทพชุมนุม โรงเรียนเทศบาลเมืองบ้านพรุ วัดชินวงศ์ประดิษฐ์ วัดภูผาเบิก บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) ศูนย์บริการ และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่ 3 ซึ่งในส่วนของวัดภูผาเบิกและบริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) สามารถรองรับผู้ประสบภัยได้แบบไม่จำกัดจำนวน โดยศูนย์อพยพที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รองรับได้ 3,000 คน แต่ปัจจุบันมีผู้พักพิงถึง 5,000 คน ศูนย์เทศบาลเมืองบ้านพรุ รองรับได้ 100 คน แต่ปัจจุบันมี 600 คน วัดเทพชุมนุม รองรับได้ 600 คน ปัจจุบันมี 1,500 คน ส่วนศูนย์อื่น ๆ เช่น วัดชินวงศ์ประดิษฐ์ ยังสามารถรองรับประชาชนเพิ่มเติมได้
โฆษกศูนย์ ศป.กฉ. กล่าวต่อว่า หลังจากรวบรวมเคสขอความช่วยเหลือจากช่องทางต่าง ๆ เช่น Traffy Fondue หรือ HatYaiFlood รวมถึงจิตอาสา พบว่ามีเคสที่ขอช่วยเหลือทั้งหมดประมาณ 40,000 เคส คิดเป็นจำนวนประชาชนประมาณ 77,000 คน แบ่งเป็นผู้สูงอายุประมาณ 2,000 คน เด็กเล็กประมาณ 1,000 คน ทั้งนี้ ข้อมูลยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ เนื่องจากการลงทะเบียนมีลักษณะข้อมูลชื่อ-นามสกุลที่แตกต่างกัน โดยทีมงานจะใส่อัลกอริทึมเพิ่มเติมเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนมากยิ่งขึ้น
สำหรับรายงานสถานการณ์น้ำประจำวันที่ 26 พฤศจิกายน เวลา 15.00 น. โดยวัดปริมาณน้ำฝนสูงสุดระหว่างเวลา 15.00 น. ของวันที่ 25 ถึง 26 พฤศจิกายน 2568 พบว่า อำเภอนาหม่อม 208 มิลลิเมตร อำเภอสิงหนคร 159 มิลลิเมตร อำเภอจะนะ 151 มิลลิเมตร อำเภอเทพา 148 มิลลิเมตร และอำเภอสะบ้าย้อย 119 มิลลิเมตร
แนวโน้มสถานการณ์น้ำแบ่งออกเป็น 3 จุดสำคัญ ได้แก่ 1.คลองอู่ตะเภา อำเภอสะเดา ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 0.33 เมตร มีแนวโน้มลดลง คาดว่าจะต่ำกว่าตลิ่งในช่วง 20.00 – 22.00 น. คืนนี้ 2.คลองอู่ตะเภา อำเภอหาดใหญ่ ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 0.99 เมตร มีแนวโน้มลดลง คาดว่าจะต่ำกว่าตลิ่งในช่วงเที่ยงคืนถึงตีสอง และ 3. คลองหวะ อำเภอหาดใหญ่ ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 1.43 เมตร มีแนวโน้มลดลง คาดว่าจะต่ำกว่าตลิ่งในวันที่ 27 พฤศจิกายน ช่วง 15.00 – 17.00 น. ทั้งนี้ ข้อมูลทั้งหมดมาจากการคาดการณ์ของ สนทช. โดยพิจารณาปริมาณน้ำและอัตราการระบายน้ำในระบบ
โฆษกศูนย์ ศป.กฉ. กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้นำกำลังพลของ อส. เข้าสมทบเพิ่มเติม ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป นอกจากนั้น กองทัพอากาศจะจัดเครื่องบิน C-130 เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน โดยในวันพรุ่งนี้ เครื่องบิน C-130 จะออกเดินทาง 3 เที่ยว ได้แก่ 08.00 น. 09.00 น. และ 14.00 น.
“รัฐบาลเร่งดำเนินการช่วยเหลือประชาชนตั้งแต่วันแรก โดยข้อมูลหลังบ้านที่จัดเก็บและประมวลผล จะช่วยให้ส่วนหน้าทำงานได้ตรงจุดยิ่งขึ้น ไม่ต้องใช้เวลาค้นหาแบบเดิม เนื่องจากมีเทคโนโลยีช่วยระบุตำแหน่งและความต้องการที่ชัดเจน เช่น การใช้โดรนส่งอาหาร รวมถึงเอกชน อย่าง Starlink ที่ติดต่อเข้ามาช่วยสนับสนุนเพิ่มเติม ซึ่งรัฐบาลมองว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนในการช่วยเหลือประชาชน จึงพยายามนำเทคโนโลยีใหม่มาเพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง” โฆษกศูนย์ ศป.กฉ. ย้ำ
ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย กล่าวอีกว่า ในช่วงเวลานี้หน้าที่หลักของรัฐบาลและศูนย์ทุกส่วน คือการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ส่วนความผิดพลาดหรือบทเรียนต่าง ๆ จะนำมาศึกษาอย่างละเอียดหลังเหตุการณ์สิ้นสุด เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต ทุกฝ่าย ทั้งประชาชน รัฐบาล และผู้ปฏิบัติหน้าที่ จะได้รับบทเรียนร่วมกัน และนำไปสู่การปรับปรุงระบบให้ดียิ่งขึ้นต่อไป






































