หน้าแรกHighlight‘เท้ง’แนะรัฐบาลเร่งประสานตั้งศูนย์พักพิง นายกฯต้องบัญชาการเหตุการณ์ผู้เดียว

‘เท้ง’แนะรัฐบาลเร่งประสานตั้งศูนย์พักพิง นายกฯต้องบัญชาการเหตุการณ์ผู้เดียว

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

”ณัฐพงษ์”ลุยน้ำท่วมหาดใหญ่แสนอแนะ 2 ข้อ ย้ำน้ำท่วมวิกฤตยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อชีวิตประชาชนทุกวินาที

เมื่อวันที่ 27 พ.ย.68 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า น้ำท่วมวิกฤต ยิ่งไม่ชัดเจน ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อชีวิตประชาชนทุกวินาที

หลังจากที่ผมและทีมงานได้มาเข้าพื้นที่หาดใหญ่ สงขลา เพื่อติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ผมมีข้อเสนอแนะ 2 เรื่องครับ

[ เรื่องแรก: มทบ. 42 ต้องเร่งประสานศูนย์พักพิงให้ครบถ้วน ]

หลังจากที่ผมได้ไปศูนย์ม.ราชภัฏสงขลาซึ่งดูแลผู้อพยพราว 2,000 คนและมีอาสาสมัครที่เป็นหน่วยกู้ภัยจากนครศรีธรรมราช 30-40 คน มีโรงครัวอาสา มีทีมงานทั้งที่เป็นอาจารย์ อาสาสมัครและนักศึกษาบางส่วนช่วยดูแลอยู่

ผมพบว่า ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว ม.ราชภัฏสงขลา ยังมีวัตถุดิบอาหารสดสำรองไม่มากนัก ต้องจัดหาเพิ่มเติมแบบวันต่อวันอยู่

ผมได้ประสานไปยังค่ายเสนาณรงค์ว่าให้การสนับสนุนไปยัง ม.ราชภัฏสงขลา ได้บ้างหรือไม่ เนื่องจากตอนที่ผมเดินทางไปที่ มทบ.42 และ มอ. พบว่าทั้ง 2 จุดยังมีวัตถุดิบสิ่งของความจำเป็นเหลือมากพอที่น่าจะสามารถกระจายไปยังจุดต่าง ๆ ได้หากมีความจำเป็น ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ที่ดูแลค่ายเสนาณรงค์แจ้งว่า ทางค่ายเสนาณรงค์พร้อมให้การสนับสนุนศูนย์พักพิงอิสระอื่น ๆ หากได้รับการร้องขอเข้ามา

ผมคิดว่านี่เป็นจุดสำคัญที่ต้องเร่งทำงานเชิงรุกโดยเร็ว เพราะในขณะนี้ศูนย์พักพิงอิสระมีกระจายตัวอยู่หลายพื้นที่ แต่อาจไม่มีทรัพยากรมากเพียงพอ ในขณะที่ศูนย์หลักอาจมีทรัพยากรเหลือมากพอให้แจกจ่ายไปยังจุดอื่น ๆ ได้

นอกจากนี้ ทางพรรคประชาชนยังได้ประสานงานกับมูลนิธิกระจกเงา ซึ่งมีประสบการณ์ในในการรับมือภัยพิบัติ ให้มาช่วยประจำอยู่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว ม. ราชภัฏสงขลา พร้อมประสานโดรนจับความร้อนเพิ่ม 2 ตัวและโดรนส่งของ 3 ตัว (มาพร้อมกับ Operator หรือคนขับโดรน) เพื่อทำให้หน่วยกู้ภัยจากนครศรีธรรมราชที่ได้ทำงานร่วมกับ สส. ภคมน หนุนอนันต์ ปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น

[ เรื่องที่สอง: การบริหารจัดการภัยพิบัติต้องมีนายกฯ บัญชาการคนเดียว ]

ในการบริหารจัดการภัยพิบัตินั้น ผมคิดว่า รัฐต้องทำด้วยระบบรวมศูนย์บัญชาการ​ (single command) ที่มีผู้บัญชาการเหตุการณ์คนเดียว​ แต่สิ่งที่รัฐบาลทำตอนนี้นั้น คือการตั้ง​ผู้บัญชาการมาถึง​ 3 คนในการออกคำสั่งให้กับฝ่ายปฏิบัติการ​

ปัจจุบันยังไม่มีฐานข้อมูลกลางผู้ประสบภัยเดียว ที่ใช้ร่วมกันทุกหน่วยงาน ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหามีหลายแพลตฟอร์มเปิดรับแจ้งเหตุฉุกเฉินกระจัดกระจาย ​อาจเกิดปัญหาความซ้ำซ้อน​ของข้อมูลและล่าช้าในการสั่งการเพื่อช่วยอพยพ​

จากจำนวนประชาชนที่ยังค้างอพยพจำนวนมากอยู่แล้ว​ จะทำให้การปฏิบัติงานหน้างานช้าขึ้นไปอีก​ ณ​ เวลาสถานการณ์ที่วิกฤตแบบนี้​เพื่อจัดการข้อมูล ข้อเสนอของผมคือใช้ https://jitasa.care ในการเปิดรับความช่วยเหลือ ปัจจุบันมีเคสการแจ้งแล้วกว่า 28,800 เคส และผ่านการทดสอบในช่วงโควิดหลายครั้งที่ผ่านมา ว่าสามารถกระจายงานให้ทีมอาสาเข้าไปปิดเคสได้

นายกรัฐมนตรีต้องเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ด้วยตนเอง​ สั่งการให้ชัด​จากฐานข้อมูลที่แม่นยำ​ ใช้อำนาจของนายกรัฐมนตรีอย่างรวดเร็วและเท่าทัน เพื่อที่จะสามารถสั่งการเติมจุดที่ยังขาด​ทีม​หรือเทคโนโลยี​

ในภาวะวิกฤตเช่นนี้​ การตัดสินใจหน้างานต้องเด็ดขาดและรวดเร็ว​ เพราะทุกวินาทีที่ลังเล​ไม่ตัดสินใจ​คือความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นกับประชาชนด้วย ผู้บัญชาการต้องเป็นคนเดียว​ ศูนย์บัญชาการต้องมีฐานข้อมูลเดียวที่รวบรวมครบถ้วนทุกจังหวัดในพื้นที่วิกฤตและคาดว่าจะวิกฤต​ การบัญชาการที่ชัดเจน​จะช่วยลดความเสี่ยงภัยพิบัติได้สูงมาก

สำหรับสถานการณ์น้ำในพื้นที่หาดใหญ่นั้น ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา (จนถึง 17.00 น.) ในพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลายังมีฝนตกหนัก โดยมีปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ 120-250 มิลลิเมตร ทำให้ระดับน้ำในคลองอู่ตะเภาและคลองสาขา ลดลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยเมื่อเปรียบเทียบระดับน้ำ ณ เวลา 01.00 น. จนถึง 18.00 น. ของวันนี้ (26 พ.ย. 68) พบว่า ระดับน้ำในสถานีต่างๆ ดังนี้ครับ

สถานีบ้านม่วงก็อง อ.สะเดา ปริมาณน้ำลดลง 0.24 เมตร ยังเกินระดับตลิ่งอยู่ 0.30 เมตร

สถานีบ้านคลองหวะ ต.คอหงส์ อ. หาดใหญ่ ปริมาณน้ำลดลง 1.20 เมตร ยังเกินระดับตลิ่งอยู่ 1.20 เมตร

สถานีบ้านหาดใหญ่ใน อ. หาดใหญ่ ปริมาณน้ำลดลง 1.02 เมตร ยังเกินระดับตลิ่งอยู่ 0.82 เมตร

สถานีบางกล่ำ อ. บางกล่ำ ปริมาณน้ำลดลง 0.20 เมตร ยังเกินระดับตลิ่งอยู่ 1.20 เมตร

สถานีคูเต่า อ.หาดใหญ่ ปริมาณน้ำลดลง 0.10 เมตร ยังเกินระดับตลิ่งอยู่ 1.61 เมตร

จากข้อมูลดังกล่าว แสดงให้เห็นว่า ระดับน้ำในพื้นที่ตัวเมืองหาดใหญ่เริ่มลดลงแล้ว และหากพรุ่งนี้ (27 พ.ย. 68) ไม่มีฝนตกหนักเติม ตามที่สถาบันสารสนเทศทรัพยากรคาดการณ์ไว้พื้นที่ในตัวเมืองจะเริ่มมีระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่งภายในวันพรุ่งนี้ แต่อาจยังมีน้ำท่วมขังคงค้างในพื้นที่ลุ่มต่ำต่าง ๆ ได้ในเมืองหาดใหญ่ได้ ส่วนพื้นที่ปลายน้ำของคลองอู่ตะเภา เช่น บางกล่ำ และคูเต่า ระดับน้ำยังคงสูงและลดลงช้ากว่า จึงอาจต้องใช้เวลานานขึ้นกว่าที่ระดับน้ำจะต่ำกว่าระดับตลิ่ง

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img