หน้าแรกCOLUMNISTS“เหล่าทัพ”ยืนยันช่วยเหลือผู้ประสบภัยพื้นที่ภาคใต้เต็มกำลัง

“เหล่าทัพ”ยืนยันช่วยเหลือผู้ประสบภัยพื้นที่ภาคใต้เต็มกำลัง

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“……กองทัพไทย ยืนยันเจตนารมณ์ ช่วยเหลือประชาชนใน 9 จังหวัดภาคใต้ อย่างเต็มกำลัง ด้วยการจัดกำลังพล ยุทโธปกรณ์ แพทย์ทหาร การวางระบบสื่อสาร และเครื่องมือกู้ภัยลงพื้นที่สนับสนุนอย่างต่อเนื่องภายใต้หลัก ทหารอยู่เคียงข้างประชาชนทุกสถานการณ์ จนจบภารกิจเมื่อสถานการณ์คลี่คลายโดยสมบูรณ์…” 

@@@……สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่าน พบกันทุกวันเสาร์กับคอลัมน์ “Military Key” ทางเว็บไซต์ https:// thekey.news ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ 29 พ.ย.68 สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ยังต้องเฝ้าระวังฝ่ายกัมพูชา ที่จะเล่นตุกติกกับประเทศไทย หรือ สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะที่อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา จะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดและชัดเจนที่สุดว่า “ทหาร” มีไว้ทำไม และ ประเทศไทยจำเป็นที่จะต้องมี “ทหาร”  

@@@…….ตามที่รัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตท้องที่ จ.สงขลา ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ย.2568 – 25 ก.พ.2569 เนื่องจากอุทกภัยรุนแรงจากฝนตกหนักต่อเนื่อง โดยนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน และได้มีประกาศจัดตั้ง “ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัยส่วนหน้า หรือ ศป.กฉ.ส่วนหน้า ขึ้น เพื่อบูรณาการกําลังพล ยุทโธปกรณ์ และทรัพยากรจากทุกเหล่าทัพ รวมทั้งส่วนราชการ และภาคเอกชนต่าง ๆ เข้าสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนในจังหวัดสงขลาอย่างเร่งด่วนและเป็นเอกภาพ โดย ศป.กฉ.ส่วนหน้า มีที่ตั้ง ณ กองบิน 56 อําเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา หรือสามารถเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ที่เหมาะสมตามสถานการณ์ โดยมีภารกิจสําคัญในการอํานวยการ ควบคุม และประสานการปฏิบัติด้านบรรเทาสาธารณภัยร่วมกับหน่วยทหาร ส่วนราชการ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมในพื้นที่ รวมทั้งการประสานงานกับกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติส่วนหน้า เมื่อมีการจัดตั้ง โดยมีกําลังสนับสนุนจาก กรมการสื่อสารทหาร ในการจัดตั้งเสาสัญญาณ กรมแผนที่ทหาร ในการจัดอากาศยาน กรมส่งกําลังบํารุงทหาร และกรมยุทธบริการทหาร ในการสนับสนุนการเคลื่อนย้าย รวมทั้งทีมแพทย์ในการเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย

@@@…….นอกจากนี้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ยังสั่งการ และกำชับให้ทุกเหล่าทัพ และส่วนราชการในสังกัดกองบัญชาการกองทัพไทยรับคําสั่งให้สนับสนุนภารกิจของ ศป.กฉ.ส่วนหน้า โดยทันทีเมื่อได้รับการประสาน เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชน และผู้ประสบภัย 9 จังหวัดภาคใต้นั้น เป็นไปอย่างต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพสูงสุด จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย รวมทั้งให้ ศป.กฉ.ส่วนหน้า รายงานผลการปฏิบัติให้นายกรัฐมนตรี หรือ คณะรัฐมนตรีทราบอย่างต่อเนื่องไปพร้อมด้วย และดําเนินการอื่นใดตามที่นายกรัฐมนตรี หรือ คณะรัฐมนตรีมอบหมาย 

@@@…….จนถึงปัจจุบัน สำหรับพื้นที่ภาคใต้ ยังมีสถานการณ์ในพื้นที่ 9 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส พื้นที่ได้รับผลกระทบ 101 อำเภอ 682 ตำบล 5,127 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 986,018 ครัวเรือน 2,734,318 คน และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยสถานการณ์ปัจจุบันโดยรวม ประกอบด้วย จ.สุราษฎร์ธานี ยังมีสถานการณ์ในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ ท่าฉาง กาญจนดิษฐ์ เคียนซา และพระแสง รวม 25 ตำบล 203 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 15,034 ครัวเรือน ขณะนี้ระดับน้ำลดลง จ.นครศรีธรรมราช ยังมีสถานการณ์ในพื้นที่ 22 อำเภอ ได้แก่ ชะอวด เมืองฯ ท่าศาลา พรหมคีรี ร่อนพิบูลย์ นาบอน สิชล ฉวาง ทุ่งสง เฉลิมพระเกียรติ หัวไทร ลานสกา บางขัน พระพรหม ช้างกลาง ปากพนัง จุฬาภรณ์ นบพิตำ ทุ่งใหญ่ พิปูน เชียรใหญ่ และถ้ำพรรณรา รวม 161 ตำบล 1,483 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 223,221 ครัวเรือน ขณะนี้ระดับน้ำเพิ่มขึ้น

@@@…….จ.ตรัง ยังมีสถานการณ์ในพื้นที่ 9 อำเภอ ได้แก่ นาโยง ห้วยยอด รัษฎา ย่านตาขาว วังวิเศษ กันตัง เมืองฯ สิเภา และปะเหลียน รวม 54 ตำบล 283 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 12,647 ครัวเรือน ขณะนี้ระดับน้ำเพิ่มขึ้น จ.พัทลุง ยังมีสถานการณ์ในพื้นที่ 11 อำเภอ ได้แก่ เมืองฯ ควนขนุน กงหรา เขาชัยสน ศรีนครินทร์ บางแก้ว ป่าบอน ปากพะยูน ศรีบรรพต ป่าพะยอม และตะโหมด รวม 65 ตำบล 670 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 148,115 ครัวเรือน ขณะนี้ระดับน้ำเพิ่มขึ้น จ.สตูล ยังมีสถานการณ์ในพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ ควนโดน ละงู ท่าแพ มะนัง ควนกาหลง เมืองฯ และทุ่งหว้า รวม 30 ตำบล 214 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 26,219 ครัวเรือน ขณะนี้ระดับน้ำเพิ่มขึ้น จ.สงขลา ยังมีสถานการณ์ในพื้นที่ 16 อำเภอ ได้แก่ รัตภูมิ เมืองฯ จะนะ คลองหอยโข่ง ระโนด กระแสสินธุ์ สทิงพระ หาดใหญ่ ควนเนียง นาทวี สิงหนคร นาหม่อม บางกล่ำ สะเดา เทพา และสะบ้าย้อย รวม 118 ตำบล 909 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 320,887 ครัวเรือน ขณะนี้ระดับน้ำเพิ่มขึ้น

@@@…….จ.ปัตตานี ยังมีสถานการณ์ในพื้นที่ 12 อำเภอ ได้แก่ สายบุรี แม่ลาน โคกโพธิ์ มายอ ยะรัง ไม้แก่น ยะหริ่ง ปะนาเระ ทุ่งยางแดง กะพ้อ หนองจิก และเมืองฯ รวม 115 ตำบล 697 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 114,620 ครัวเรือน ขณะนี้ระดับน้ำเพิ่มขึ้น จ.ยะลา ยังมีสถานการณ์ในพื้นที่ 8 อำเภอ ได้แก่ เมืองฯ รามัน เบตง บันนังสตา ธารโต กรงปินัง ยะหา และกาบัง รวม 53 ตำบล 289 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 45,634 ครัวเรือน ขณะนี้ระดับน้ำเพิ่มขึ้น จ.นราธิวาส ยังมีสถานการณ์ในพื้นที่ 12 อำเภอ ได้แก่ บาเจาะ ยี่งอ เมืองฯ ระแงะ ตากใบ สุไหงปาดี ศรีสาคร รือเสาะ สุไหงโก-ลก เจาะไอร้อง สุคิรินและจะแนะ รวม 61 ตำบล 379 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 79,641 ครัวเรือน ขณะนี้ระดับน้ำเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ กองทัพไทย ยืนยันเจตนารมณ์ “ช่วยเหลือประชาชนใน 9 จังหวัดภาคใต้ อย่างเต็มกำลัง”ด้วยการจัดกำลังพล ยุทโธปกรณ์ แพทย์ทหาร การวางระบบสื่อสาร และเครื่องมือกู้ภัยลงพื้นที่สนับสนุนอย่างต่อเนื่องภายใต้หลัก “ทหารอยู่เคียงข้างประชาชนทุกสถานการณ์” จนจบภารกิจเมื่อสถานการณ์คลี่คลายโดยสมบูรณ์ 

@@@…….จากสถานการณ์น้ำท่วมที่ขยายวงกว้างในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา รัฐบาลจึงประกาศให้จังหวัดสงขลาเป็นพื้นที่สถานการณ์ฉุกเฉิน ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก โดยกรมการทหารช่าง จึงได้จัดกำลังพล พร้อมเรือท้องแบนอะลูมิเนียม เรือยาง รถสายพานเอนกประสงค์ Extreme V และรถยนต์บรรทุกขนาดใหญ่ ลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยได้จัดกำลังพล พร้อมรถสายพานเอนกประสงค์ Extreme V และรถยนต์บรรทุกขนาดใหญ่ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน ทั้งการลำเลียงอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นไปแจกจ่ายให้กับประชาชน ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราวโรงเรียนเทศบาล1 อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา

@@@…….เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น รวมทั้งอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวโรงเรียนเทศบาล1 เดินทางกลับบ้านในพื้นที่ที่ระดับเริ่มลดระดับลง แต่เส้นทางยังคงมีจุดเสี่ยงและสัญจรได้ไม่สะดวก สำหรับรถสายพานเอนกประสงค์ Extreme V เป็นยุทโธปกรณ์ที่มีขีดความสามารถสูงในการปฏิบัติภารกิจด้านบรรเทาสาธารณภัย สามารถลุยน้ำได้ เคลื่อนที่ได้ในพื้นที่ทุรกันดาร และพื้นที่ที่ยานพาหนะทั่วไป  เข้าถึงได้ยาก จึงช่วยให้การช่วยอพยพประชาชนและลำเลียงสิ่งของจำเป็นในครั้งนี้เป็นไปอย่างรวดเร็ว ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ กองทัพบก ยืนยันว่า จะใช้ศักยภาพทุกด้าน ทั้งกำลังพล ยานพาหนะ และเครื่องมือบรรเทาสาธารณภัย ในการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ภาคใต้อย่างเต็มกำลัง และจะดำเนินภารกิจต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลาย

@@@…….นอกจากนี้ ชุดค้นหาและกู้ภัยทางอากาศ ของ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ได้ปฏิบัติภารกิจร่วมกับ กองพันที่ 41 ศูนย์การบินทหารบก โดยใช้ เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปแบบ 17 (MI-17) เข้าช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบางที่ยังติดค้างอยู่ภายในบ้านเรือนจากระดับน้ำที่ยังท่วมสูงในพื้นที่เขตแปด อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา ประกอบด้วย สามี–ภรรยาสูงอายุ ป่วยโรคไตทั้งคู่ และ หญิงป่วยโรคหัวใจเรื้อรัง อาศัยอยู่กับบุตรชาย อายุ 11 ปี เพื่อนำส่งเข้ารับการรักษาต่อที่ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จากนั้น ได้บินสำรวจพื้นที่บริเวณเขตแปดเพิ่มเติม พบผู้ประสบภัยติดค้างอยู่ในอาคารบ้านเรือน รวม 20 ราย โดยสอบถามเบื้องต้นแจ้งว่า ไม่ประสงค์อพยพ เนื่องจากระดับน้ำมีแนวโน้มลดลง หน่วยจึงได้นำส่ง อาหารและน้ำดื่ม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น กองทัพบก พร้อมปฏิบัติภารกิจในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนได้รับการช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว รอบด้าน และปลอดภัยที่สุดในวิกฤติครั้งนี้

@@@…….กองทัพเรือพล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า หลังจากเรือหลวงจักรีนฤเบศรได้ทอดสมอบริเวณชายฝั่งจังหวัดสงขลาได้มีการจัดตั้งโรงครัวพระราชทานบนเรือหลวงจักรีนฤเบศร ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ได้เริ่มดำเนินงานตั้งแต่เช้ามืด กำลังพลประจำโรงครัวได้จัดเตรียมอาหารปรุงสุกและน้ำดื่ม จำนวน 3,000 ชุด เพื่อส่งมอบให้ประชาชนในพื้นที่ประสบภัยในหลายจุดที่การสัญจรทางบกยังเข้าถึงได้ยาก โดยได้จัดอากาศยานเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพเรือทำการลำเลียงสิ่งของบรรเทาทุกข์ดังกล่าวขึ้นบินในช่วงเช้า กองทัพเรือจะเดินหน้าทำหน้าที่ของเราอย่างเต็มกำลัง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้เร็วที่สุด และจะยืนหยัดเคียงข้างประชาชน จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

@@@…….กองทัพอากาศได้จัด เครื่องบิน C-130 จำนวน 3 เที่ยวบิน เคลื่อนย้ายกำลังพล ยุทโธปกรณ์ที่จำเป็น และสิ่งของบรรเทาทุกข์ จากกองบิน 6 ดอนเมือง ไปยังกองบิน 56 หาดใหญ่ เพื่อเสริมกำลังเข้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ โดยมีรายละเอียดดังนี้ เที่ยวบินที่ 1 ลำเลียงเจ้าหน้าที่สาธารณสุข กำลังพลกองทัพอากาศ เวชภัณฑ์ยา จากโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ รวมถึงถุงยังชีพของกองทัพอากาศ เที่ยวบินที่ 2 ลำเลียงเรือยาวและเรือท้องแบน เพื่อใช้เข้าถึงพื้นที่ที่มีระดับน้ำท่วมสูง เที่ยวบินที่ 3 ลำเลียงเจ็ทสกี และสิ่งของบริจาคต่าง ๆ เพื่อเร่งกระจายความช่วยเหลือสู่พื้นที่ประสบภัย พร้อมกันนี้ กองทัพอากาศได้เปิด “ศูนย์ประสานงานรับ-ส่งต่อความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย” ตามสั่งการของรัฐบาล ณ พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ ถนนพหลโยธิน กรุงเทพฯ เพื่อรับบริจาคและรวบรวมสิ่งของจำเป็นสำหรับส่งต่อถึงผู้ประสบภัย ประชาชนสามารถร่วมมอบกำลังใจและสิ่งของบรรเทาทุกข์ได้ทุกวัน เวลา 09.00–15.00 น. ไม่เว้นวันหยุดราชการ โดยศูนย์จะเปิดดำเนินการจนกว่าสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้จะคลี่คลายลง

@@@…….สถานการณ์ชายแดน….พล.ต.ไมตรี ชูปรีชา ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร พร้อมด้วย หน่วยเฉพาะกิจราชมนู หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 ฝ่ายปกครอง ส่วนราชการ และผู้นำหมู่บ้าน ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ชายแดนไทย–เมียนมา บริเวณ ท่าข้าม บ้านแม่โกนเกน ตำบลมหาวัน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ หลังเกิดเหตุการปะทะอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ บ้านนิลละป่าน ฝั่งประเทศเมียนมา ระหว่างทหารเมียนมา กับกองกำลังชนกลุ่มน้อย/กลุ่มต่อต้าน และจากสถานการณ์ ยกระดับการกวาดล้าง กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ (สแกมเมอร์) บริเวณอาคารนิลละป่าน จังหวัดเมียวดี ประเทศเมียนมา ทำให้มีชาวต่างชาติหลายสัญชาติที่หวาดกลัวต่อสถานการณ์ จำนวนหนึ่ง ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว เตรียมการหลบหนีข้ามแม่น้ำเมย เข้ามายังฝั่งประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันยังคงปักหลักอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเมย ประเทศเมียนมา

@@@…….โดยในครั้งนี้ พล.ต.ไมตรี ได้สั่งการให้หน่วยในพื้นที่ ได้เตรียมความพร้อม ทั้งกำลังพล และยุทโธปกรณ์ เตรียมการปฏิบัติตามกฎการใช้กำลัง หรือ Rules of Engagement หากมีการละเมิดการรุกล้ำอธิปไตยของไทย และยังประสาน ฝ่ายปกครอง ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ในการเตรียมการรองรับสถานการณ์หากเกิด ชาวต่างชาติ หลบหนีมายังฝั่งไทย เพื่อคัดกรอง และ ดำเนินคดีตามกฎหมาย ตลอดจนการลงพื้นที่ บูรณาการร่วมกับส่วนราชการ ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยมอบสิ่งของอุปโภคบริโภค และวัสดุซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหายจากวิถีกระสุน จากการสู้รบของฝั่งประเทศเมียนมา ตามแนวชายแดน ซึ่งปัจจุบัน กองกำลังนเรศวรยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงปกป้องอธิปไตยของชาติอย่างเต็มขีดความสามารถ.

…………..

คอลัมน์  : “Military Key”

โดย.. “รหัสมอร์ส

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img